<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264</id><updated>2012-01-26T23:09:10.114+07:00</updated><category term='วางแผนการใช้เงิน'/><category term='ปัญหาหนี้สิน'/><category term='เมื่อขึ้นศาลเป็นคดีความ'/><category term='วิธีรับมือการทวงหนี้'/><category term='เงินด่วน-เงินกู้นอกระบบ'/><category term='หนี้บัตรเครดิต'/><category term='การจ่ายชำระหนี้'/><category term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><category term='ผิดนัดชำระหนี้'/><category term='สาเหตุการสร้างหนี้สิน'/><category term='ทั่วไป'/><title type='text'>การแก้ไขปัญหาหนี้สิน (Thai Debt Solutions)</title><subtitle type='html'>หนี้สินคือปัญหาที่แทรกซึมอยู่ทั่วสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล เงินกู้ เงินด่วน วิธีแก้ปัญหาหนี้สินที่ดีที่สุดคือการมีวินัยทางการเงิน รู้จักประมาณตนไม่ก่อหนี้สินจนเกินความสามารถ</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>70</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-2041814524224911836</id><published>2011-12-15T20:21:00.000+07:00</published><updated>2011-12-15T20:21:54.962+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หนี้บัตรเครดิต'/><title type='text'>ผู้ถือบัตรเครดิต (Credit Card Holder) กลุ่มไหนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของธนาคารผู้ออกบัตร</title><content type='html'>&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;  &lt;br /&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;บัตรเครดิต (&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;Credit Card&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;) หรือเงินพลาสติก&lt;/b&gt;เป็นบริการของธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตสำหรับผู้ที่มีเงินเดือนประจำ ในช่วงแรกๆการจะได้รับอนุมัติให้เป็นผู้ถือบัตรเครดิตได้ต้องมีเงินเดือนประจำไม่ต่ำกว่า 20,000 – 30,000 บาทต่อเดือน นี่แค่บัตรเครดิตธรรมดาๆ หากเป็นบัตรทอง (&lt;/span&gt;Gold Card&lt;span lang="TH"&gt;) หรือบัตรแพลทตินั่ม (&lt;/span&gt;Platinum Card&lt;span lang="TH"&gt;) ฐานเงินเดือนของผู้สมัครเป็นผู้ถือบัตรเครดิตจะต้องสูงขึ้นไปอีก หากพิจารณาถึงพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของลูกค้าที่มีเงินเดือนระดับ 30,000 บาทต่อเดือนขึ้นไปจะต้องเป็นวัยกลางคนมีอายุงานและตำแหน่งงานที่ค่อนข้างมั่นคงแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ความคิดความอ่านของลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิต (&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;Credit Card Holder&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;) ในกลุ่มนี้&lt;/b&gt;จะรู้วิธีใช้บัตรเครดิตให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดหรือไม่เสียเลย อาจพูดได้ว่าลูกค้ากลุ่มนี้รู้เท่าทันธนาคารผู้ออกบัตร ดังนั้นหากมีการใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆไปแล้วการจ่ายชำระเมื่อครบกำหนดจะเป็นการจ่ายชำระคืนครบทั้งจำนวน หากธนาคารผู้ออกบัตรมีโปรโมชั่นยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปี (&lt;/span&gt;Annual Fee&lt;span lang="TH"&gt;) ให้กับลูกค้ากลุ่มนี้ด้วยแล้วในทางธุรกิจธนาคารแทบจะไม่ได้อะไรจากลูกค้ากลุ่มนี้เลย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ต่อมาภาวะการแข่งขันแย่งชิงลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตรุนแรงขึ้น&lt;/b&gt;จึงมีการขยายฐานลูกค้าบัตรเครดิตหรือเงินพลาสติกด้วยการลดเพดานเงินเดือนขั้นต่ำที่จะอนุมัติให้เป็นผู้ถือบัตรเครดิตเป็น 15,000 บาทต่อเดือนแน่นอนว่าจะต้องมีผู้ถือบัตรเครดิต (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Holder&lt;span lang="TH"&gt;) เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากและลูกค้าผู้ถือบัตรกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาววัยเพิ่งเข้าทำงานซึ่งมีพฤติกรรมเป็นที่ต้องการของธนาคารผู้ออกบัตรเป็นอย่างมาก นั่นคือใช้เงินโดยขาดความยับยั้งชั่งใจ ไม่สนใจเรื่องดอกเบี้ย ขาดวินัยทางการเงินและที่สำคัญที่สุดคือจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตตามยอดขั้นต่ำเป็นประจำทำให้มียอดหนี้บัตรเครดิตที่ค้างชำระซึ่งเป็นส่วนที่ต้องถูกคิดดอกเบี้ยจากธนาคารผู้ออกบัตรในอัตราที่สูง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;หากใครอยู่ในกลุ่มผู้ถือบัตรเครดิตหรือเงินพลาสติกที่ชอบจ่ายชำระตามยอดขั้นต่ำ&lt;/b&gt; (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Minimum Payment&lt;span lang="TH"&gt;) คุณเคยคิดคำนวณบ้างไหมว่าเงินที่คุณจ่ายชำระหนี้ขั้นต่ำไปแต่ละเดือนนั้นลดยอดเงินต้นได้มากแค่ไหน แน่นอนว่าธนาคารผู้ออกบัตรต้องเอาไปหักเป็นค่าดอกเบี้ยของยอดหนี้ค้างชำระก่อนส่วนที่เหลือจึงนำไปลดยอดเงินต้น สัดส่วนระหว่างดอกเบี้ยของยอดหนี้ค้างชำระบัตรเครดิตกับยอดเงินต้นที่ลดลงแตกต่างกันขนาดไหน ยอดหนี้ค้างชำระจึงเป็นส่วนสำคัญที่สร้างรายได้ให้กับธนาคารผู้ออกบัตรด้วยความเต็มใจจ่ายของผู้ถือบัตรเครดิตเอง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตยังมองต่อไป&lt;/b&gt;ถึงหนทางในการทำกำไรกับลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตที่จ่ายชำระตามยอดขั้นต่ำ โดยการต่อยอดออกบริการต่อเนื่อง “สินเชื่อส่วนบุคคล” ให้กับผู้ถือบัตรเครดิตโดยไม่ต้องมีการค้ำประกันโดยให้เหตุผลที่น่าฟังว่าผู้ถือบัตรเครดิตเป็นลูกค้าที่มีความน่าเชื่อถืออยู่แล้ว อีกทั้งเงื่อนไขของสินเชื่อส่วนบุคคล (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Personal Loan&lt;span lang="TH"&gt;) ก็ดูดีเช่น สามารถถอนเงินสดได้ทันที ไม่มีค่าธรรมเนียมในการถอนเงินสดและยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีอีกต่างหาก ที่สำคัญคือผู้ถือบัตรสามารถจ่ายชำระคืนขั้นต่ำ (&lt;/span&gt;Minimum Payment&lt;span lang="TH"&gt;) ได้เพียง 3 เปอร์เซ็นต์ของยอดหนี้ค้างชำระเท่านั้น ข้อเสนอดีๆแบบนี้จะมีผู้ถือบัตรเครดิตกี่คนที่จะตอบปฏิเสธ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;แต่ช้าก่อนหากพิจารณาให้ดีจะเห็นว่า&lt;/b&gt;กลุ่มผู้ถือบัตรเครดิต (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Holder&lt;span lang="TH"&gt;) กลุ่มแรกที่มักจ่ายชำระคืนแบบเต็มจำนวนจะไม่สนใจข้อเสนอเหล่านี้เพราะรู้ดีว่าไม่มีของฟรีในโลก หากยืมเงินเขามาใช้ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างแน่นอนอยู่ที่ว่าจะจ่ายค่าตอบแทนเป็นดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมหรืออะไรก็แล้วแต่ ดังนั้นผู้ถือบัตรเครดิตที่จะเป็นลูกค้าของ “สินเชื่อส่วนบุคคล” ก็คือผู้ถือบัตรเครดิตที่จ่ายชำระขั้นต่ำนั่นเอง ด้วยเหตุผลที่ว่าข้อเสนอและเงื่อนไขของบริการสินเชื่อส่วนบุคคลช่างตรงกับพฤติกรรมหรือไลฟ์สไตล์ของคนกลุ่มนี้เป็นยิ่งนัก (ชอบก่อหนี้แล้วจ่ายชำระขั้นต่ำ) และแล้วประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอยเดิมเหมือนการจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำ โดยภาพรวมคือผู้ถือบัตรเครดิตจะถูกคิดดอกเบี้ยจากยอดหนี้บัตรเครดิตค้างชำระและดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลจากยอดที่ค้างชำระเช่นกัน กลายเป็นภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;จากข้อมูลเรื่องบัตรเครดิตหรือบัตรพลาสติกที่กล่าวมา&lt;/b&gt;ก็พอจะได้คำตอบแล้วว่าทำไมธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตจึงหาทางขยายฐานลูกค้าบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นและกลุ่มลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิต (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Holder&lt;span lang="TH"&gt;) ที่เป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของธนาคารก็คือกลุ่มผู้ถือบัตรที่จ่ายชำระขั้นต่ำนั่นเอง แล้วคุณล่ะเป็นผู้ถือบัตรเครดิตกลุ่มไหน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-2041814524224911836?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/2041814524224911836'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/2041814524224911836'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2011/12/credit-card-holder.html' title='ผู้ถือบัตรเครดิต (Credit Card Holder) กลุ่มไหนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของธนาคารผู้ออกบัตร'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-6680451148116948987</id><published>2011-06-10T06:47:00.001+07:00</published><updated>2011-09-16T18:32:32.175+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>สินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต (Credit Card Debt Refinancing)</title><content type='html'>&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;o:shapedefaults v:ext="edit" spidmax="1026"/&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;o:shapelayout v:ext="edit"&gt;   &lt;o:idmap v:ext="edit" data="1"/&gt;  &lt;/o:shapelayout&gt;&lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;  &lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;โครงการสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต &lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Debt Refinancing&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ได้เปิดตัวขึ้นเมื่อ 1 มิ.ย. 2554 หลังจากโครงการสินเชื่อบ้านหลังแรก (ดอกเบี้ย 0 &lt;/span&gt;&lt;span&gt;% &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;นาน 2 ปี) เพิ่งออกมาได้ไม่นานนัก โดยรัฐบาลคาดว่าสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตจะเป็นการช่วยลดภาระการจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้าบัตรเครดิตที่มีประวัติการชำระเงินดี โดยปกติแล้วอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะอยู่ที่ 20 &lt;/span&gt;&lt;span&gt;%&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt; ต่อปีแต่เมื่อผู้ถือบัตรเครดิตโอนย้ายหนี้บัตรเครดิตเข้ามาอยู่ในโครงการสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตแล้วอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตจะลดลงประมาณครึ่งหนึ่งคือเหลือเพียง 10 &lt;/span&gt;&lt;span&gt;% &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ต่อปีและมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำรายเดือนจาก 10 &lt;/span&gt;&lt;span&gt;% &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;จะเหลือเพียง 1-2 &lt;/span&gt;&lt;span&gt;% &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ของยอดหนี้บัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;รัฐบาลใช้กลไกที่ดำเนินการโดยสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ &lt;/b&gt;3 สถาบันหลักคือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอิสลามและธนาคารออมสิน โครงการสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตนี้จะทำให้ผู้ถือบัตรเครดิตที่มีประวัติการจ่ายชำระดีโอนหนี้บัตรเครดิตมาอยู่กับธนาคารทั้ง 3 แห่งนี้ โดยทั่วไปแล้วผู้ถือบัตรเครดิตกลุ่มนี้คือลูกค้าชั้นดีของธนาคารผู้ออกบัตร(จ่ายชำระขั้นต่ำ 10 &lt;/span&gt;&lt;span&gt;% &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;และมีประวัติการจ่ายชำระที่ดี) และสร้างรายได้ให้กับธนาคารเป็นกลุ่มหลัก ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ คงไม่ยอมปล่อยให้ลูกค้ากลุ่มนี้ย้ายไปง่ายๆแน่จึงเหมือนเป็นการถูกบังคับให้ธนาคารพาณิชย์ต้องหามาตรการมารับมือกับโครงการสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตของรัฐบาลเพื่อรักษาฐานลูกค้าของตนไว้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;โครงการสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต&lt;/b&gt; (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Debt Refinancing&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ก็เหมือนกับการบีบบังคับให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายเปิดการแข่งขันทางด้านราคาในกลุ่มลูกค้าบัตรเครดิตที่อาจทำได้โดยการเสนอผลประโยชน์หรือสิ่งจูงใจอื่นๆเช่น โปรโมชั่นใหม่ๆเพื่อดึงลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิต (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Holder&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) อยู่กับธนาคารต่อไป หากเป็นเช่นนั้นยิ่งการแข่งขันดุเดือดมากขึ้นเท่าใดผลประโยชน์จะตกอยู่กับประชาชนผู้ถือบัตรเครดิตในโครงการสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตที่มีสิทธิ์จะเลือกข้อเสนอ เงื่อนไขหรืออัตราดอกเบี้ยกับสถาบันการเงินที่คิดว่าดีที่สุด&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;แต่หากมองอีกมุมหนึ่งโครงการสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต&lt;/b&gt; (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Debt Refinancing&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ก็อาจทำให้เกิดผลเสียอื่นๆ ตามมาได้ โดยการช่วยเหลือจากรัฐบาลในครั้งนี้จะสำเร็จตามจุดมุ่งหมายที่วางไว้หรือไม่ (ช่วยลดภาระการจ่ายดอกเบี้ยบัตรเครดิต) หากเงื่อนไขที่ใช้ควบคุมและผู้ถือบัตรเครดิตที่เข้าโครงการฯไม่มีวินัยในการใช้จ่ายเงินเมื่อหมดภาระหนี้บัตรเครดิตตามโครงการฯแล้วก็อาจจะเริ่มสร้างหนี้รอบใหม่ขึ้นมาอีก ดังนั้นการควบคุมโครงการฯโดยกำหนดเงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการฯ ต้องมีความชัดเจนและต้องสามารถป้องกันปัญหาอื่นๆที่อาจเกิดตามมาให้ได้มากที่สุดไม่ใช่แก้ปัญหานี้เสร็จแล้วเป็นการสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมาซึ่งอาจหนักกว่าปัญหาเก่าก็ได้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;สิ่งที่ควรทำมากที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน&lt;/b&gt; (Debt Problem) ของประชาชนคือการสร้างความมีวินัยทางการเงินและจิตสำนึกทางการเงินให้เกิดขึ้น ปัญหาหนี้สินจะหมดไปและไม่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าหากประชาชนมีวินัยทางการเงินและรู้ฐานะของตนเองว่ามีความสมควรที่จะก่อหนี้ได้มากน้อยแค่ไหน การช่วยเหลือของโครงการสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตเหมือนกับการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุส่วนต้นเหตุของปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไขดังนั้นปัญหาหนี้สินของคนไทยก็จะยังไม่หมดไปอย่างแน่นอน ที่น่าห่วงก็คือเรื่องหนี้บัตรเครดิตที่มาเข้าโครงการฯ หากแก้ปัญหาได้จบหมดหนี้ก็ดีไปแต่หากหนี้บัตรเครดิตที่มาเข้าโครงการฯ กลับกลายเป็นหนี้เสียรอบสองซ้ำขึ้นมาทั้งๆที่อยู่ในระหว่างการให้ความช่วยเหลือก็คงต้องเดือดร้อนถึงเงินภาษีของประชาชนอีก ก็คงต้องคอยดูกันต่อไปว่าโครงการสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตของรัฐบาลที่กำลังทำอยู่นี้จะปรากฏผลออกมาเป็นอย่างไร&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 16pt;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-6680451148116948987?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/6680451148116948987'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/6680451148116948987'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2011/06/credit-card-debt-refinancing.html' title='สินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต (Credit Card Debt Refinancing)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-5827148337606082238</id><published>2011-03-09T22:24:00.000+07:00</published><updated>2011-03-09T22:24:26.203+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><title type='text'>เทคนิคการใช้เงินให้คุ้มค่า (Money spending Techniques) ช่วยลดปัญหาหนี้สิน</title><content type='html'>&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;  &lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ถ้าถามว่าการใช้เงินนั้นง่ายไหม&lt;/b&gt; คำตอบคือ&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;span&gt;“&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ง่าย&lt;/span&gt;&lt;span&gt;” &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;เพราะไม่ว่าใครๆแม้แต่ลูกเล็กเด็กแดงก็ใช้เป็น แต่ถ้าถามว่าจะมีสักกี่คนที่ใช้เงินเป็นคงจะหาคนที่มีคุณสมบัติดังกล่าวได้ยากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร การใช้เงินอย่างไรให้คุ้มค่าของเงินและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อตัวเจ้าของเงิน ยิ่งการหาเงินนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ต้องพูดถึงเลยว่ามันยากกว่าการใช้เงินมากนัก ก่อนที่จะเรียนรู้วิธีหาเงินเราควรรู้วิธีการใช้เงินอย่างไรจึงจะคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เทคนิคเล็กน้อยต่อไปนี้จะช่วยให้คุณมองเห็นแนวทางการใช้เงินให้เกิดประโยชน์และรู้ค่าของเงิน (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Value of Money&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การใช้เงินคือการนำเงินไปใช้จ่ายเพื่อชำระเป็นค่าสินค้า&lt;/b&gt;หรือบริการต่างๆ (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Goods and Services&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ส่วนมากการใช้จ่ายเงินจะหมดไปกับการซื้อของดังนั้นสิ่งสำคัญของการซื้อของจึงควรมีการวางแผนก่อนการซื้อของอย่างน้อยที่สุดคุณต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยในการทำรายการซื้อของก่อนที่จะออกจากบ้านไปช็อปปิ้ง (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Shopping&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) รายการซื้อของจะเป็นสิ่งที่คอยควบคุมไม่ให้คุณซื้อของที่ไม่ได้ตั้งใจ (นอกรายการ) เพราะปัจจุบันนี้ทางห้างร้านต่างๆมีโปรโมชั่นพิเศษทั้งการลดราคา แลกซื้อ แจกของแถม ฯลฯ ที่อาจทำให้คุณเกิดการซื้อโดยไม่ได้ตั้งใจได้&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การตัดสินใจซื้อสินค้าให้ใช้หลักของความจำเป็น&lt;/b&gt;หรือเหตุผล อย่าใช้อารมณ์ในการซื้อสินค้าโดยเด็ดขาดเพราะการซื้อด้วยอารมณ์จะทำให้คุณซื้อของที่ไม่จำเป็นโดยไม่ได้ตั้งใจ หากเป็นสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันเช่น กระดาษชำระ ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ฯลฯ การซื้อในปริมาณมากๆจะช่วยให้คุณประหยัดเงินไปได้ไม่น้อย ก่อนเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Department Store&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ต้องรู้ตัวเองว่าจะเข้าไปซื้ออะไรดังนั้นเมื่อเดินเข้าห้างสรรพสินค้าแล้วให้เดินตรงไปยังรายการของที่ตั้งใจจะซื้อและรีบซื้อให้เสร็จนั่นคือ ความมีวินัยในการใช้จ่ายเงินซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยให้คุณซื้อของได้ตามรายการที่ตั้งใจไว้และช่วยประหยัดเวลาให้คุณไปได้มาก เมื่อซื้อของตามรายการเสร็จแล้วหากคุณอยากจะเดินเล่นก็ทำได้ตามอัธยาศัย (แต่ห้ามซื้อ) &lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การตัดสินใจซื้อสินค้าราคาแพง&lt;/b&gt;เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อนตัดสินใจควรหาข้อมูลเปรียบเทียบทั้งในเรื่องราคา (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Price&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) &lt;span&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;คุณภาพ (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Quality&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) และบริการหลังการขาย (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;After sale service&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;)ระหว่างสินค้ายี่ห้อต่างๆ การซื้อสินค้าราคาแพงด้วยความใจร้อนอาจทำให้คุณเกิดอาการเซ็งและผิดหวังภายหลังการซื้อได้ ดังนั้นควรใจเย็นค่อยๆหาข้อมูลเปรียบเทียบหลายๆอย่าง หากเป็นไปได้ให้สอบถามข้อมูลจากคนที่เคยใช้ เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน ฯลฯ คุณอาจได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ในการตัดสินใจ สิ่งต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้สินค้าที่ดีมีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผลและช่วยให้คุณประหยัดเงินไปได้ไม่น้อยทีเดียว&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;คำแนะนำที่กล่าวมามีหลักสำคัญอยู่ที่&lt;/b&gt;การรู้จักวางแผนการใช้เงิน (Financial Planning) &lt;span&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;การใช้เงินแต่ละครั้งต้องมีความคุ้มค่าและทำให้เกิดความพอใจสูงสุดก่อนควักเงินออกจากกระเป๋า นอกจากนี้การวางแผนการใช้เงินยังช่วยให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อของโปรโมชั่น (ลด-แลก-แจก-แถม) ที่คอยทำให้คุณเกิดการซื้อด้วยอารมณ์ทำให้คุณต้องควักเงินซื้อของที่ไม่มีความจำเป็นเพราะนั่นคือการซื้อเพราะอยากซื้ออยากได้หรือเพราะถูกโน้มน้าวจากโปรโมชั่นของทางผู้ขายสินค้า สำหรับคนที่ขี้ใจอ่อนซื้อของง่ายให้ท่องคาถาประจำตัวไว้ว่า “อย่าซื้อโดยไม่ตั้งใจ” &lt;span&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;อาจช่วยคุณได้บ้าง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 16pt;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-5827148337606082238?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/5827148337606082238'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/5827148337606082238'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2011/03/money-spending-techniques.html' title='เทคนิคการใช้เงินให้คุ้มค่า (Money spending Techniques) ช่วยลดปัญหาหนี้สิน'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-7047744260159087286</id><published>2011-03-05T00:21:00.000+07:00</published><updated>2011-03-05T00:21:31.151+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วางแผนการใช้เงิน'/><title type='text'>การวางแผนการใช้เงิน (Financial Planning) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด</title><content type='html'>&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;  &lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ถ้าขาดการวางแผนการใช้เงิน&lt;/b&gt;จะทำให้คุณพบกับคำถามที่ต้องถามตัวเองบ่อยๆว่า ทำไมทำงานมาตั้งหลายปีแล้วแต่ไม่มีเงินเก็บหรืออย่าว่าแต่เงินเก็บเลยทุกวันนี้เงินยังไม่พอใช้เลยเกิดอาการชักหน้าไม่ถึงหลัง ทั้งๆที่เงินเดือนที่ได้มาในแต่ละเดือนดูๆแล้วก็น่าจะพอใช้ได้อย่างสบายมือแถมสิ้นปีก็ยังได้เงินโบนัสมาอีกก้อนหนึ่งก็ตาม เงินเหล่านั้นก็ถูกใช้ไปจนหมด(ไม่พออยู่ดี) ฯลฯ คำถามเหล่านี้มักได้ยินบ่อยๆในกลุ่มคนทั่วไป(มนุษย์เงินเดือน) หากคุณไม่อยากให้คำถามเหล่านี้เกิดขึ้นกับตัวคุณเองคุณต้องมีการวางแผนการใช้จ่ายเงิน(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Financial Planning&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) เพื่อจัดการกับเงินที่ได้มาในแต่ละเดือนอย่างมีประสิทธิภาพ ขั้นตอนต่างๆในการวางแผนการใช้เงินนั้นมีดังนี้คือ&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน&lt;/b&gt; นี่คือขั้นตอนแรกของการวางแผนใช้เงินเพราะมีการหาสาเหตุก่อนว่าปัญหาทางการเงิน (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Financial Problem&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ที่คุณกำลังประสบอยู่นั้นมีสาเหตุมาจากอะไร การตรวจสอบการใช้จ่ายเงินทำได้โดยการลงบันทึกรายการใช้เงินของคุณทุกวันว่าในแต่ละวันคุณได้ใช้จ่ายเงินของคุณเป็นค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง รายละเอียดของการบันทึกรายการใช้จ่ายเงินนั้นยิ่งทำได้ละเอียดเท่าไหร่ก็ยิ่งดีและควรทำทุกวันอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 1 เดือน จากนั้นให้นำรายการบันทึกการใช้เงินนั้นมาพิจารณาหรือจะเรียกว่าวิเคราะห์ก็แล้วแต่ วิธีนี้จะทำให้คุณรู้ว่าในแต่ละเดือนนั้นเงินของคุณหมดไปกับรายจ่ายประเภทใดบ้างและรายการใช้จ่ายเหล่านั้นมีความสมเหตุสมผลหรือจำเป็นที่จะต้องจ่ายหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;วางแผนการใช้เงิน (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Financial Planning&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt; ในเดือนต่อไป จากการตรวจสอบรายการใช้จ่ายเงินในขั้นตอนที่ผ่านมาทำให้คุณได้ข้อมูลและรายละเอียดการใช้จ่ายเงินของคุณมาแล้วให้คุณนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยทำแผนการใช้จ่ายเงินของเดือนต่อไปขึ้นมาว่าคุณจะใช้เงินของคุณไปกับเรื่องอะไรบ้างสำหรับเดือนถัดไป ให้เริ่มวางแผนการใช้เงินจากรายการที่จำเป็นก่อนแล้วไล่ลำดับไปตามความสำคัญจนกระทั่งทำแผนการใช้เงินแล้วเสร็จ&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;นำแผนการใช้เงินไปปฏิบัติ&lt;/b&gt; ข้อนี้มีความสำคัญที่คุณต้องบังคับใจตัวเองให้ได้เพื่อที่คุณจะสามารถทำตามแผนที่วางไว้จนสำเร็จตลอดเดือน คนส่วนมากวางแผนการใช้เงินไว้อย่างสวยหรูก็จริงแต่หากคุณไม่สามารถทำตามแผนได้จริงแผนนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไร ในขณะที่ทำตามแผนการใช้จ่ายเงินของคุณอยู่นั้นให้คุณลองเก็บข้อมูลไปด้วยว่าคุณมีความสุขกับสิ่งที่คุณกำลังทำมากน้อยแค่ไหนและคุณภาพชีวิต (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Quality of life&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ของคุณเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ หากคุณทำตามแผนที่วางไว้ได้ก็ถึงขั้นตอนสุดท้ายนั่นคือ&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ประเมินผลและปรับปรุงแผนการใช้เงิน &lt;/b&gt;(Financial Planning Evaluation) ตลอดเดือนที่ผ่านมาที่คุณทำตามแผนการใช้เงินที่คุณสร้างขึ้นมาเองนั้นคุณคิดว่าแผนการใช้เงินของคุณสมควรจะต้องแก้ไขหรือปรับปรุงตรงไหนบ้าง โดยยึดหลักที่ว่าเมื่อคุณทำตามแผนแล้วคุณมีความสุขกับชีวิตพอสมควรมีคุณภาพชีวิตที่ดีพอและสิ้นเดือนมีเงินเหลือเก็บออมไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน หากแผนที่วางไว้อย่างดีแต่พอคุณทำตามแล้วกลับรู้สึกอึดอัดหรือไม่มีความสุขเลยก็ไม่อาจเรียกว่าแผนการใช้เงินที่ดีได้ ให้คุณหาทางแก้ไขปรับปรุงแผนการใช้เงินนั้นให้มีความเหมาะสมพอดีคือไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป แล้วคุณจะมีความสุขกับการใช้ชีวิตและมีเงินเหลือเก็บจากการวางแผนการใช้เงินที่คุณทำขึ้นมาเองกับมือ นั่นเป็นเรื่องที่น่ายินดีนัก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 16pt;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-7047744260159087286?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/7047744260159087286'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/7047744260159087286'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2011/03/financial-planning.html' title='การวางแผนการใช้เงิน (Financial Planning) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-3222677208289422636</id><published>2011-02-08T18:10:00.000+07:00</published><updated>2011-02-08T18:10:26.130+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>ปัญหาหนี้สิน (Debt Problems) ควบคุมได้ด้วยวินัยทางการใช้จ่ายเงิน</title><content type='html'>&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;  &lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;สุขภาพทางการเงิน&lt;/b&gt;จะมีความมั่นคงแข็งแรงหรืออ่อนแอนั้นเป็นสิ่งที่สามารถกำหนดได้ด้วยตัวของคุณเอง หากคุณมีวินัยและมีการวางแผนการใช้จ่ายเงิน (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Financial Planning&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ที่ดีและสามารถปฏิบัติตามแผนนั้นได้ สุขภาพทางการเงินที่แข็งแรงก็อยู่แค่เอื้อม มีคำแนะนำดีๆหลายอย่างที่หากคุณนำไปปฏิบัติตามแล้วจะช่วยให้คุณมีวินัยในการใช้จ่ายเงินสามารถจ่ายชำระหนี้สินที่มีอยู่อย่างเป็นระบบและมีเงินออมเพิ่มขึ้นในยุคภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันได้อย่างสบาย คำแนะนำเหล่านั้นคือ&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Revenues-Expenses&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt; เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ละเลยเพราะไม่เห็นความสำคัญ คุณอาจคิดว่าโตๆกันแล้วทำไมต้องมานั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตัวเอง ยังไงเสียเราคงไม่โกงเงินของเราเองอย่างแน่นอน นั่นเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เป้าหมายของการทำบัญชีรายรับรายจ่ายคือทำเพื่อให้คุณรู้ว่าแต่ละเดือนคุณใช้เงินไปกับอะไรบ้าง สิ่งเหล่านั้นมีความจำเป็นแค่ไหนเพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละเดือนคุณจะมีเงินคงเหลือมากน้อยเท่าใด ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาปรับปรุงการใช้จ่ายเงินในเดือนถัดไปของคุณให้ดีขึ้นกว่าเดิม&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ปลดภาระหนี้สินที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุ&lt;/b&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ด&lt;/b&gt; ภาระหนี้สินที่หนักที่สุดสำหรับมนุษย์เงินเดือนคงหนีไม่พ้นสินเชื่อผ่อนบ้าน (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Home Loan&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ซึ่งจะอยู่ที่ 30-40 &lt;/span&gt;&lt;span&gt;% &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ของเงินเดือน หากคุณมีโอกาสที่จะลดภาระหนี้สินก้อนนี้ได้เช่นคุณได้เงินพิเศษเข้ามาจากการได้รับโบนัสหรือถูกล็อตเตอรี่ ฯลฯ ให้นำเงินพิเศษนั้นไปโปะค่างวดผ่อนบ้านเพื่อเป็นการลดต้นลดดอกเบี้ยให้มากที่สุด นั่นจะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินในอนาคตให้แก่คุณได้หรือหากมีโปรโมชั่นการรีไฟแนนซ์ (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Home Refinance&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ของสถาบันการเงินอื่นที่คุณพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าดอกเบี้ยต่ำกว่าธนาคารที่คุณใช้บริการอยู่ในปัจจุบันก็อย่ารอช้ารีบทำการรีไฟแนนซ์บ้านของคุณเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและทำให้คุณปลดหนี้บ้านได้เร็วขึ้น&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ลดภาระหนี้สินอื่นๆ &lt;/b&gt;โดยเฉพาะหนี้สินที่คิดอัตราดอกเบี้ยสูงๆเช่น หนี้บัตรเครดิต (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Debt&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;)&lt;span&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;หากคุณมีบัตรเครดิตหลายใบก็อย่าใช้บัตรเครดิตจนเต็มวงเงิน ให้หาทางโยกหนี้บัตรเครดิตมารวมไว้ในบัตรเครดิตที่คิดว่าอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดหรือหากมีสินเชื่อส่วนบุคคลที่คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าดอกเบี้ยของยอดค้างชำระบัตรเครดิตให้ทำเรื่องกู้เงินจากสินเชื่อส่วนบุคคล (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Personal Loan&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) นั้นมาโปะ(จ่ายชำระ)หนี้บัตรเครดิตให้หมดจะเป็นการบรรเทาภาระหนี้บัตรเครดิตให้คุณได้อีกทางหนึ่ง&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ยกเลิกบัตรเครดิตให้เหลือเพียงใบเดียว&lt;/b&gt; (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Cancellation&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ถ้าคุณมีบัตรเครดิตหลายใบ วงเงินของบัตรเครดิตรวมของบัตรเครดิตทุกใบจะเป็นยอดเงินที่สูงกว่าเงินเดือนของคุณหลายเท่าตัว หากคุณเพลิดเพลินใช้บัตรเครดิตจนเต็มวงเงินทุกใบแน่นอนว่าการจ่ายชำระคืนทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้แน่ สิ่งที่ทำได้คือจ่ายชำระขั้นต่ำ(10 &lt;/span&gt;&lt;span&gt;%&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) แล้วยอดค้างชำระที่เหลือก็จะถูกนำมาคิดเป็นดอกเบี้ยให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ดังนั้นหากคุณกู้เงินจากสินเชื่อส่วนบุคคลมาจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตจนหมดแล้วให้ทำการยกเลิกบัตรเครดิตให้เหลือเพียงใบเดียวหรือหากจะยกเลิกบัตรเครดิตให้หมดแล้วหันมาใช้บัตรเดบิต (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Debit Card&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ซึ่งเป็นการใช้เงินของคุณเองคือมีแค่ไหนก็จ่ายได้แค่นั้นไม่ต้องกังวลว่าจะสร้างภาระหนี้สินจนเกินตัว ยิ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอย่างแน่นอน&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;แบ่งเงินออมเก็บไว้ในแต่ละเดือน&lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Saving Account&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) โดยเปิดบัญชีเงินฝากใหม่เพิ่มอีกหนึ่งบัญชีแล้วทำเรื่องหักบัญชีอัตโนมัติจากบัญชีเงินเดือนของคุณเข้ามาเก็บในบัญชีเงินออม เงินก้อนนี้เก็บไว้เป็นเงินสำรองเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้เงินเช่น เจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลหรือมีความจำเป็นอย่างอื่นที่ต้องใช้เงิน ก็สามารถนำเงินก้อนนี้ออกมาใช้ได้โดยไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินให้เป็นภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การมีวินัยทางการเงิน&lt;/b&gt; (Financial Discipline) เป็นสิ่งที่ดี หากคุณทำได้จะทำให้คุณสามารถควบคุมการใช้จ่ายเงินของตนเองให้อยู่ในกรอบในเกณฑ์ที่เหมาะสม หากคุณมีภาระหนี้สินอยู่แล้วการมีวินัยในการใช้เงินจะช่วยให้คุณไม่สร้างภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นและจะช่วยลดภาระหนี้สินที่มีอยู่ให้หมดไปได้ คำแนะนำที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเหมือนเครื่องมือที่จะช่วยสร้างความมีวินัยในการใช้เงินให้แก่คุณลองนำไปปฏิบัติเพื่อสุขภาพทางการเงินที่มั่นคงและแข็งแรงของตัวคุณเอง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 16pt;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-3222677208289422636?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/3222677208289422636'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/3222677208289422636'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2011/02/debt-problems.html' title='ปัญหาหนี้สิน (Debt Problems) ควบคุมได้ด้วยวินัยทางการใช้จ่ายเงิน'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-7721328526149311255</id><published>2011-01-22T22:48:00.000+07:00</published><updated>2011-01-22T22:48:52.519+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>การแก้ไขปัญหาหนี้สินให้ตรงจุด(Debt Solution)</title><content type='html'>&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;  &lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ปัญหาหนี้สิน(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Debt Problems&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt; ที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุดด้วยการจ่ายชำระหนี้ พูดง่ายๆก็คือ &lt;/span&gt;&lt;span&gt;“&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;เป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้&lt;/span&gt;&lt;span&gt;”&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt; แต่ลูกหนี้ส่วนมากมักจะไม่ค่อยคิดถึงเวลาที่เดินเข้าไปขอกู้ยืมจากเจ้าหนี้ ตอนนั้นไม่ว่าเจ้าหนี้ต้องการเอกสารข้อมูลอะไรประกอบในการพิจารณาเพื่ออนุมัติสินเชื่อแก่ลูกหนี้ๆก็จัดหาจัดเตรียมให้อย่างพร้อมสรรพเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินกู้ก้อนหนึ่งที่ลูกหนี้บางคนก็นำไปใช้จ่ายในลักษณะที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของการให้กู้ยืมและที่สำคัญคือหากลูกหนี้ขาดการวางแผนการใช้เงินที่ดีอาจทำให้เกิดปัญหาหนี้สินขึ้นมาเมื่อถึงเวลาที่ต้องจ่ายชำระคืนแก่เจ้าหนี้&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ลูกหนี้(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Debtors&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;) ที่มีปัญหาหนี้สิน&lt;/b&gt;ก็คือคนธรรมดาสามัญซึ่งมีทั้งคนดีมีความรับผิดชอบและคนที่ขาดความรับผิดชอบต่อหนี้สินที่กู้ยืมมา สำหรับลูกหนี้ที่ดีมีความรับผิดชอบจะมีการวางแผนการใช้จ่ายเงินทองของตนเองอย่างมีระเบียบ ลูกหนี้กลุ่มนี้จึงไม่ค่อยมีปัญหากับเจ้าหนี้สักเท่าไหร่ อาจมีการจ่ายชำระคืนช้าบ้างเป็นบางครั้ง บางงวด บางเดือนซึ่งอาจเป็นเพราะเหตุสุดวิสัยหรือความจำเป็นบางอย่างแต่ในที่สุดแล้วลูกหนี้กลุ่มนี้จะสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆไปได้จนสามารถจ่ายชำระคืนหนี้สินได้จบครบถ้วน&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ลูกหนี้อีกกลุ่มหนึ่งที่ขาดการวางแผนการใช้จ่ายทางการเงิน&lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Financial Planning&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;)&lt;span&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;ลูกหนี้กลุ่มนี้มักจะกลายเป็นปัญหาหนี้เสียของเจ้าหนี้ในอนาคตเพราะไม่มีการวางแผนทางการเงิน ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง เงินทองที่กู้ยืมมาก็ถูกใช้จ่ายไปจนหมดทำให้มีความจำเป็นต้องหาแหล่งเงินกู้อื่นๆเพิ่ม หากลูกหนี้ไม่รู้จักประเมินตนเองถึงความสามารถในการจ่ายชำระหนี้คิดแต่จะแก้ปัญหาหนี้สินแบบเฉพาะหน้าโดยการสร้างหนี้ใหม่มาใช้หนี้เก่าจนเกินกำลังที่ตนเองจะจ่ายชำระคืนได้และกลายเป็นปัญหาหนี้เสีย&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ลูกหนี้ที่ขาดการจ่ายชำระคืนแก่เจ้าหนี้&lt;/b&gt;จะถูกเจ้าหนี้ทวงถามซึ่งเริ่มตั้งแต่ส่งจดหมายทวงถาม โทรศัพท์ทวงถามหรือส่งพนักงานเร่งรัดหนี้สินมาทวงถาม ลูกหนี้บางคนก็พยายามหลบเลี่ยงการทวงถามแต่ยังไงก็หนี้ไม่พ้นเพราะเจ้าหนี้(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Creditor&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ที่มีความพยายามมากกว่าเขาก็ต้องการเงินของเขาคืนยังไงเสียก็ต้องมีการประจันหน้ากันระหว่างลูกหนี้กับพนักงานเร่งรัดหนี้สิน(ตัวแทนเจ้าหนี้)อย่างแน่นอน การพูดคุยหรือเจรจาต่อรองกันระหว่างลูกหนี้กับพนักงานเร่งรัดหนี้สินน่าจะออกไปทางปะทะคารมมากกว่าเพราะหากคุยกันด้วยเหตุผลแล้วลูกหนี้ย่อมเป็นฝ่ายที่ต้องจำนนด้วยเหตุผลอย่างแน่นอน ลูกหนี้จึงต้องหาข้ออ้างต่างๆมาเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายชำระหนี้หรือพยายามยืดเวลาการจ่ายชำระหนี้ออกไปให้มากที่สุดหรืออย่างน้อยที่สุดก็จนกว่าจะมีเงินใช้หนี้&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ข้ออ้างต่างๆที่ลูกหนี้พยายามหามา&lt;/b&gt;เพื่อถ่วงเวลาการจ่ายชำระหนี้คืน หากมองในมุมมองของเจ้าหนี้(Creditor) แล้วจะไม่มีน้ำหนักพอในการขอยืดเวลาชำระหนี้เพราะการกู้ยืมหนี้สินจะมีสัญญาชัดเจนระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ว่าต้องจ่ายชำระคืนเมื่อใด การที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ย่อมไม่อาจหาข้ออ้างใดๆมาใช้เป็นเหตุผลให้เจ้าหนี้ใจอ่อนได้ ลูกหนี้ที่พยายามแก้ปัญหาหนี้สินด้วยการหาข้ออ้างต่างๆเพื่อให้เจ้าหนี้เห็นใจนั้นไม่ใช่ทางแก้ไขปัญหาหนี้สินที่ถูกต้อง “มีหนี้ก็ต้องใช้หนี้” สิ่งที่คุณควรทำในการแก้ไขปัญหาหนี้สินคือ ลดค่าใช้จ่าย หาทางเพิ่มรายได้แล้วจ่ายชำระหนี้ให้จบ นี่เป็นวิธีที่เข้าใจได้ง่ายๆแต่....ทำได้ยาก.&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 16pt;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-7721328526149311255?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/7721328526149311255'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/7721328526149311255'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2011/01/debt-solution.html' title='การแก้ไขปัญหาหนี้สินให้ตรงจุด(Debt Solution)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-9057656474624924018</id><published>2010-11-28T23:41:00.000+07:00</published><updated>2010-11-28T23:41:34.926+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>ข้อยกเว้นของคำแนะนำในการแก้ปัญหาหนี้สิน (Exception for Debt Advice)</title><content type='html'>&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;  &lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;คำแนะนำในการแก้ปัญหาหนี้สิน (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Debt Advice&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt; มีทั้งคำแนะนำที่เป็นข้อห้าม(ไม่ควรทำ) และสิ่งที่ควรทำเพื่อเป็นแนวทางในการเดินไปสู่เป้าหมายคือการหลุดพ้นจากปัญหาหนี้สิน แต่คำแนะนำก็คือคำแนะนำดังนั้นการตัดสินใจว่าจะปฏิบัติตามหรือไม่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของตัวลูกหนี้เองว่าถ้าทำตามคำแนะนำนั้นแล้วจะเกิดผลดีหรือผลเสียต่อตัวลูกหนี้เพราะคนที่ต้องรับผิดชอบกับผลที่เกิดขึ้นก็คือตัวลูกหนี้เอง&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ในการแก้ปัญหาหนี้สิน (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Debt Solution&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt; ลูกหนี้หลายรายอาจได้รับคำแนะนำในลักษณะเดียวกันแต่พอทำตามคำแนะนำแล้วปรากฏว่าผลที่ได้รับออกมาไม่เหมือนกันด้วยเหตุผลที่ว่ามีตัวแปร เงื่อนไขต่างๆ รวมทั้งปัจจัยแวดล้อมของลูกหนี้แต่ละรายก็แตกต่างกัน ดังนั้นการพิจารณาคำแนะนำในการแก้ไขปัญหาหนี้สินเหล่านั้นอย่างรอบคอบโดยนำตัวแปรและเงื่อนไขต่างๆที่มีอยู่จริงเข้ามาประกอบการพิจารณาแล้วประเมินว่าหากลงมือทำตามคำแนะนำในลักษณะนั้นแล้วคาดว่าผลที่เกิดขึ้นจริงจะเป็นอย่างไร คนที่จะตัดสินใจก็คือตัวลูกหนี้นั่นเอง&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;คำแนะนำให้ทำการโอนหนี้ไปยังสถาบันการเงินอื่น&lt;/b&gt;ที่เสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าหรือการรีไฟแนนซ์ (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Refinance&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) การพิจารณาว่าจะทำตามหรือไม่นั้นต้องดูที่เงื่อนไขของการรีไฟแนนซ์ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ที่นานขึ้น อัตราดอกเบี้ยใหม่(ที่คิดว่าดีกว่า) จำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระต่อเดือน อีกทั้งค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะเกิดขึ้นรวมทั้งการคาดการณ์ถึงตัวแปรต่างๆที่อาจเข้ามามีผลกับการผ่อนชำระของลูกหนี้โดยต้องพิจารณาทั้งในภาพรวมและในรายละเอียดแล้วประเมินว่าตัวลูกหนี้จะได้รับประโยชน์จากข้อเสนอของการรีไฟแนนซ์นั้นหรือไม่แล้วจึงตัดสินใจ&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ข้อห้ามที่ว่าอย่าสร้างหนี้เพิ่ม&lt;/b&gt;เช่นสมัครบัตรเครดิตใหม่เพิ่มอีกใบเพื่อหมุนเงินมาจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตใบเก่า การพิจารณาว่าควรทำหรือไม่นั้นอยู่ที่การวางแผนการใช้จ่ายเงิน (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Financial Planning&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) และการปฏิบัติตามว่าจะทำได้จริงหรือไม่ ความจริงแล้วการสมัครบัตรเครดิตใหม่เพิ่มอีกใบทำให้ลูกหนี้ได้เงินมาก้อนหนึ่งเพื่อนำมาจัดการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้หมดไป หากลูกหนี้มีการคิดคำนวณวางแผนและมั่นใจว่าตัวเองมีวินัยสามารถควบคุมตัวเองให้ทำตามแผนนั้นจนหลุดพ้นจากปัญหาหนี้สินได้ ข้อห้ามดังกล่าวก็เป็นข้อยกเว้นที่ไม่ควรทำตาม&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;คำแนะนำให้ปรึกษาเรื่องปัญหาหนี้สินกับเพื่อร่วมงาน&lt;/b&gt;หรือคนใกล้ชิด แน่นอนว่าเมื่อเกิดปัญหาหนี้สินย่อมทำให้ลูกหนี้เกิดความเครียดจนอาจขาดสติและมองข้ามการแก้ปัญหาบางอย่างไป การขอคำปรึกษาจากเพื่อนร่วมงานก็น่าจะเป็นคำแนะนำที่ดี หากตัวลูกหนี้โชคดีมีเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายที่เมตตาให้ความช่วยเหลือลูกน้องก็อาจอนุมัติเงินกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำให้เป็นสวัสดิการสำหรับพนักงานให้นำไปจ่ายชำระเพื่อแก้ปัญหาหนี้สิน แต่ในทางกลับกันหากลูกหนี้มีหน้าที่การงานและความรับผิดชอบในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการเงิน (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Financial Officer&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ลูกหนี้อาจถูกเพ่งเล็งเป็นพิเศษจากเจ้านายและเพื่อนร่วมงานก็เป็นไปได้มาก&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;คำแนะนำให้แก้ปัญหาหนี้สินด้วยการหารายได้พิเศษ&lt;/b&gt;เพื่อเพิ่มโอกาสในการชำระหนี้ให้หมดเร็วขึ้น ข้อนี้ก็ต้องพิจารณาโดยการหาวิธีเพิ่มรายได้จากการทำงานที่ใช้แรงงานหรือความคิดเป็นต้นทุนอาจเป็นงานบริการก็ได้เพราะงานในลักษณะนี้ส่วนมากไม่ต้องลงทุนเป็นตัวเงินซึ่งขณะนี้ลูกหนี้ก็มีปัญหาเรื่องหนี้สิน (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Debt Problem&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) อยู่แล้วหากต้องทำงานพิเศษที่ต้องกู้ยืมมาลงทุนอีกบังเอิญพลาดพลั้งขึ้นมาเกิดขาดทุนแทนที่จะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินกลับกลายเป็นการเพิ่มภาระหนี้สินให้กับตัวเอง&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ตัวอย่างที่กล่าวมาข้างต้น&lt;/b&gt;แสดงให้เห็นว่าคำแนะนำในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน (Debt Advice) ที่ว่าสิ่งใดควรทำหรือสิ่งไหนห้ามทำ คำแนะนำเหล่านั้นเป็นเพียงการให้แนวทางกว้างๆโดยภาพรวมในการแก้ปัญหาหนี้สินแต่ในทางปฏิบัติจริงจะมีตัวแปรต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้เกิดข้อยกเว้นสำหรับคำแนะนำเหล่านั้น อย่างไรก็ตามมีคำแนะนำในการแก้ปัญหาหนี้สินแบบคลาสสิกที่ต้องทำและเป็นสิ่งที่ถูกต้องเสมอไม่ว่าในทางกฎหมายหรือทางด้านศีลธรรมก็ตามนั่นคือ “เป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้”&lt;span&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;ส่วนเรื่องที่ว่าจะเร็วหรือช้านั้นก็ค่อยว่ากันอีกที&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 16pt;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-9057656474624924018?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/9057656474624924018'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/9057656474624924018'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2010/11/exception-for-debt-advice.html' title='ข้อยกเว้นของคำแนะนำในการแก้ปัญหาหนี้สิน (Exception for Debt Advice)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-4022600810534299563</id><published>2010-11-22T16:57:00.000+07:00</published><updated>2010-11-22T16:57:46.116+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หนี้บัตรเครดิต'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>ความเสี่ยงจากการใช้บัตรเครดิต (Credit Card Risk) และวิธีสร้างเกราะป้องกันหนี้บัตรเครดิต</title><content type='html'>&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;  &lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;บัตรเครดิต(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt; มีทั้งประโยชน์และโทษเปรียบเหมือนกับเหรียญที่มี 2 ด้านหรือถ้าจะให้ชัดเจนยิ่งขึ้นอาจกล่าวได้ว่าคนที่มีบัตรเครดิตก็เหมือนมีมีดอยู่ในมือหากรู้จักนำไปใช้และควบคุมการใช้ให้ถูกวิธีก็จะเกิดประโยชน์แต่ถ้านำไปใช้โดยขาดการยั้งคิดก็อาจทำให้เกิดโทษได้ เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าการใช้วงเงินบัตรเครดิตคือการยืมเงินในอนาคตมาใช้ นั่นคือการที่คุณมีเครดิตคุณสามารถยืมเงินจากธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตมาใช้ก่อนแล้วเมื่อถึงกำหนดก็ค่อยจ่ายชำระคืน&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การมีบัตรเครดิตและการใช้บัตรเครดิต&lt;/b&gt;เป็นเรื่องปกติของคนรุ่นใหม่ ปัจจุบันนี้หากใครไม่มีบัตรเครดิตถือว่าเป็นคนที่เชยไปแล้ว แต่ทันทีที่คุณได้รับอนุมัติบัตรเครดิตจากธนาคารผู้ออกบัตรให้เป็นผู้ถือบัตรเครดิตอันทรงเกียรติ์(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Holder&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ความเสี่ยงได้เกิดขึ้นกับตัวคุณแล้วและสารพัดความเสี่ยงกำลังรอคุณอยู่ในอนาคตอันใกล้นี้ที่จะรอให้คุณเดินเข้าไปหาแล้ววนเวียนอยู่ในกระแสสังคมที่นิยมการสร้างหนี้ที่ชอบมีพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตแบบรูดบัตรไปก่อนแล้วค่อยหาทางผ่อนทีหลัง&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ความเสี่ยงที่เกิดจากการใช้บัตรเครดิต&lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Risk&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ทันทีที่คุณรูดบัตรเครดิตเพื่อจ่ายชำระค่าสินค้า-บริการหรือแม้แต่การถอนเงินสดจากบัตรเครดิต (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Cash Advance&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ความเสี่ยงได้เกิดขึ้นกับตัวคุณแล้วโดยที่คุณไม่รู้ตัวเพราะการรูดบัตรเครดิตวันนี้ต้องมีการจ่ายชำระคืนเมื่อถึงกำหนดชำระ ดังนั้นช่วงเวลาที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระอาจเกิดเหตุการณ์ที่นอกเหนือความคาดหมายทำให้เงินสำรองที่เตรียมไว้จ่ายชำระบัตรเครดิตต้องถูกใช้ไปก่อนทำให้ต้องเผชิญปัญหาทางการเงินที่ไม่อาจควบคุมได้&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ความเสี่ยงจากการใช้บัตรเครดิตจะเพิ่มมากขึ้น&lt;/b&gt;อีกหากผู้ถือบัตรเครดิตมีความคิดที่เป็น &lt;/span&gt;&lt;span&gt;“&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;นักสร้างหนี้&lt;/span&gt;&lt;span&gt;”&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt; โดยการใช้บัตรเครดิตใบเดิมที่มีอยู่ไปสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Personal Cash&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) เพื่อเอาเงินมาโปะหนี้ก้อนแรกหรือทำในลักษณะเดียวกันโดยใช้เครดิตจากบัตรเครดิตใบแรกไปสมัครบัตรเครดิตในที่สองและสาม... เพื่อหมุนเวียนเงินมาชำระหนี้บัตรใบก่อนหน้านี้โดยที่ฐานเงินเดือน(รายได้)ของผู้ถือบัตรยังเท่าเดิมหรืออาจจะเพิ่มขึ้นนิดหน่อยในแต่ละปี แต่หากเทียบกับหนี้สินที่เพิ่มขึ้นแล้วไม่ได้สัดส่วนที่เหมาะสม เมื่อรายได้เท่าเดิมแต่หนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากพฤติกรรมนักสร้างหนี้จะทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลงจนไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ได้และกลายเป็นหนี้เสียในที่สุด&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ปัญหาหนี้บัตรเครดิต(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Debt&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt; เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม เป็นที่น่าเสียดายที่ปัญหาหนี้บัตรเครดิตทำให้คนเก่งๆที่มีความรู้ความสามารถต้องหนีออกจากระบบไปอยู่นอกระบบ (กลัวการติดตามหนี้) เพราะมีปัญหาหนี้บัตรเครดิต ด้วยความผิดพลาดในเรื่องการใช้บัตรเครดิตทำให้ต้องอยู่ในสภาพที่ต้องคอยหลบหนี้ซึ่งต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะหมดอายุความก็เสียเวลาไปไม่ใช่น้อย เสียดายเวลา ความรู้ความสามารถที่ต้องพลาดโอกาสดีๆในชีวิตเพียงเพราะเป็นหนี้บัตรเครดิต ดังนั้นคนที่มีบัตรเครดิตควรหาทางสร้างเกราะป้องกันหนี้บัตรเครดิตให้กับตัวเองและคนรอบข้างเพื่อป้องกันปัญหาหนี้บัตรเครดิตที่จะส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การสร้างเกราะป้องกันหนี้บัตรเครดิต &lt;/b&gt;ทำได้โดยการใช้บัตรเครดิตอย่างรอบคอบ มีสติ นั่นคือต้องมีวินัยในการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ถ้าไม่มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมตัวเองได้ก็ไม่ควรมีบัตรเครดิตไว้ใช้(ทำเรื่องยกเลิก) เพราะกรณีนี้บัตรเครดิตจะเป็นเหมือนเครื่องมือสร้างหนี้ชนิดติดเทอร์โบที่จะทำร้ายตัวผู้ถือบัตรเอง การฝึกวินัยในการใช้บัตรทำได้โดยการเปลี่ยนจากการใช้บัตรเครดิต(Credit Card) เป็นผู้ถือบัตรเดบิต (Debit Card) เพราะการใช้บัตรเดบิตเป็นการใช้เงินของคุณเองที่มีอยู่จริงในบัญชีคือมีแค่ไหนก็ใช้บัตรเดบิตรูดได้แค่นั้น ไม่มีการติดลบ (ไม่เป็นหนี้) หรือจะใช้อีกวิธีคือ เมื่อรูดบัตรเครดิตไปแล้วให้กันเงินสดมาเก็บไว้เป็นจำนวนเท่ากับยอดที่รูดบัตรเครดิตไป หากวันไหนไม่มีเงินสดมากันไว้ก็ต้องหยุดการใช้บัตรเครดิตทันที หากทำได้ตามนี้รับรองว่าคุณจะไม่เป็นหนี้บัตรเครดิตอย่างแน่นอน ฟังดูง่าย....แต่ทำได้ยาก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 16pt;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-4022600810534299563?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/4022600810534299563'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/4022600810534299563'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2010/11/credit-card-risk.html' title='ความเสี่ยงจากการใช้บัตรเครดิต (Credit Card Risk) และวิธีสร้างเกราะป้องกันหนี้บัตรเครดิต'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-6098366039612938504</id><published>2010-11-16T17:54:00.000+07:00</published><updated>2010-11-16T17:54:45.548+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>ทางเลือกระหว่างการเจรจาประนอมหนี้(Debt Negotiation) กับการต่อรองขอจ่ายครั้งเดียวเพื่อปิดบัญชี (Loan deduct)</title><content type='html'>&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;  &lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ทางเลือกของลูกหนี้&lt;/b&gt;ที่คิดจะหาทางสู้กับเจ้าหนี้มีหลายทางเลือก หากลูกหนี้มีช่องทางสามารถหาเงินก้อนมาสักก้อนหนึ่งนั่นหมายถึงว่าลูกหนี้มีสิทธิ์ที่จะเลือกสู้โดยการเจรจาต่อรองเพื่อขอจ่ายชำระครั้งเดียวแล้วปิดบัญชีหนี้สินไปเลย(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Loan deduct)&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt; กรณีนี้ลูกหนี้ควรเข้าพบเจ้าหนี้ด้วยความมั่นใจและพยายามต่อรองขอลดทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าธรรมเนียม ฯลฯ ให้ลดลงให้มากที่สุด ยังไงเสียฝ่ายเจ้าหนี้ส่วนมากจะพอใจกับการได้รับเงินก้อนมากกว่าการเสียเวลาฟ้องร้องลูกหนี้ตามกระบวนการทางศาลซึ่งแน่นอนว่าผู้ชนะคดีก็คือฝ่ายเจ้าหนี้แต่หลังจากนั้นยังไม่แน่ว่าผู้ชนะจะได้รับเงินคืนหรือไม่ ผู้ชนะคดี(เจ้าหนี้)อาจตกอยู่ในฐานะผู้พ่ายแพ้(ไม่ได้เงินคืน)ก็เป็นได้&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;เทคนิคในการเจรจาต่อรองเพื่อขอจ่ายครั้งเดียวแล้วปิดบัญชี&lt;/b&gt;นั้น(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Loan deduct Technique) &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ลูกหนี้ต้องทำในลักษณะที่ทำให้เจ้าหนี้เชื่อว่า ลูกหนี้มีภาระหนี้สินกับเจ้าหนี้หลายรายแต่มีเงินอยู่เพียงก้อนเดียวที่พอจะเคลียร์หนี้ได้และลูกหนี้ก็ตั้งใจจะเลือกเคลียร์กับเจ้าหนี้ที่ทำตัวน่ารักที่สุด ตอนนี้ลูกหนี้กำลังเดินสายคุย(ต่อรอง)กับเจ้าหนี้แต่ละรายอยู่หากเจ้าหนี้รายใดมีข้อเสนอที่น่าพอใจโดยยอมลดดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายต่างๆให้จนเป็นที่พอใจของลูกหนี้แล้วลูกหนี้ก็จะตัดสินใจเลือกเคลียร์หรือจ่ายชำระเพื่อปิดบัญชีกับเจ้าหนี้รายนั้น ส่วนเจ้าหนี้รายอื่นก็คงต้องตามฟ้องร้องกันเอาเองแล้วกัน รับรองว่าหากลูกหนี้เล่นไม้นี้ลูกหนี้จะได้รับข้อเสนอที่พิเศษสุดๆจากเจ้าหนี้อย่างแน่นอนเพราะไม่มีเจ้าหนี้รายใดที่อยากเสียเวลาตามฟ้องร้องลูกหนี้ที่อาจจะได้เงินคืนหรือไม่ก็ยังไม่แน่แต่หากยอมเสนอเงื่อนไขที่น่าสนใจให้แก่ลูกหนี้อาจได้เงินก้อนกลับมาโดยไม่ต้องเสียเวลาฟ้องร้อง&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ส่วนทางเลือกในการเจรจาประนอมหนี้&lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Debt Negotiation&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ใช้เมื่อลูกหนี้รู้ตัวว่าไม่สามารถจ่ายชำระได้(แม้แต่ยอดขั้นต่ำ) และไม่ต้องการถูกฟ้องร้องจึงต้องเดินหน้าเข้าหาเจ้าหนี้เพื่อขอเจรจาประนอมหนี้โดยลูกหนี้แจ้งให้เจ้าหนี้ทราบว่าขณะนี้ลูกหนี้มีภาระหนี้สินหลายอย่างจนคิดว่าในอนาคตจะไม่สามารถจ่ายชำระตามข้อตกลงเดิมได้แล้วจึงเข้ามาขอเจรจาต่อรองเรื่องยอดหนี้และวิธีคำนวณยอดหนี้ฯลฯ โดยอาจจะขอหยุดดอกเบี้ยไว้สักระยะหรือขอลด(ยกเว้น) ค่าปรับ ค่าธรรมเนียมต่างๆ ลูกหนี้อาจขอยืดระยะเวลาชำระหนี้ออกไป ด้วยวิธีที่กล่าวมานี้จะทำให้จำนวนเงินที่ต้องส่งแต่ละงวดลดลง แน่นอนว่าทางด้านเจ้าหนี้มักยื่นข้อเสนอให้ลูกหนี้เซ็นต์รับสภาพหนี้ตามข้อตกลงใหม่ ตรงนี้สำคัญมากหากลูกหนี้ไม่มีความมั่นใจว่ามีความพร้อมที่จะทำตามเงื่อนไขและข้อตกลงใหม่ได้จนครบกำหนดสัญญา(จ่ายหนี้หมด) ก็อย่าได้ยอมเซ็นต์รับสภาพหนี้โดยเด็ดขาดแต่หากมั่นใจว่าทำได้แน่ก็เซ็นต์รับสภาพหนี้และทำตามข้อตกลงใหม่นั้นไปได้เลย&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การที่ลูกหนี้จะตัดสินใจเลือกทางเลือกใดนั้น&lt;/b&gt;ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆและความพร้อมของตัวลูกหนี้เอง หากเป็นไปได้ให้ลูกหนี้พยายามหาเงินก้อนมาเจรจาต่อรองเพื่อขอปิดบัญชีครั้งเดียวจบน่าจะเป็นวิธีที่ดีกว่าเพราะเงินก้อนที่อยู่ในมือของลูกหนี้จะเป็นอำนาจในการเจรจาต่อรองชั้นดีที่ทำให้ลูกหนี้อยู่ในสถานะที่เป็นต่อและการเจรจาต่อรองเพื่อขอปิดบัญชีนั้นเป็นการยุติปัญหาหนี้สินได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ส่วนการเจรจาประนอมหนี้(Debt Negotiation) นั้นลูกหนี้จะตกอยู่ในภาวะที่เป็นรองคือลูกหนี้เป็นฝ่ายเข้าไปขอความเมตตาจากเจ้าหนี้ซึ่งเจ้าหนี้อาจจะยอมหรือไม่ยอมช่วยขึ้นอยู่กับเจ้าหนี้เท่านั้น ลูกหนี้ไม่มีอำนาจต่อรองอะไรมากนัก ส่วนผลจากการเจรจาประนอมหนี้ก็เป็นหนังเรื่องยาวที่ต้องติดตามกันต่อไปว่าลูกหนี้จะทำตามเงื่อนไขในการเจรจาประนอมหนี้ได้หรือไม่หรืออาจต้องฟ้องร้องเป็นคดีความกันต่อไป&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 16pt;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-6098366039612938504?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/6098366039612938504'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/6098366039612938504'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2010/11/debt-negotiation-loan-deduct.html' title='ทางเลือกระหว่างการเจรจาประนอมหนี้(Debt Negotiation) กับการต่อรองขอจ่ายครั้งเดียวเพื่อปิดบัญชี (Loan deduct)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-574349329891984187</id><published>2010-11-09T22:15:00.000+07:00</published><updated>2010-11-09T22:15:31.617+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>ข้อห้ามหรือสิ่งที่ไม่ควรทำในการแก้ปัญหาหนี้สิน(Debt Solutions)</title><content type='html'>&lt;link href="file:///C:%5CDOCUME%7E1%5CCHOKEC%7E1%5CLOCALS%7E1%5CTemp%5Cmsohtml1%5C01%5Cclip_filelist.xml" rel="File-List"&gt;&lt;/link&gt;&lt;style&gt;&lt;!-- /* Font Definitions */ @font-face	{font-family:"Angsana New";	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4;	mso-font-charset:0;	mso-generic-font-family:roman;	mso-font-pitch:variable;	mso-font-signature:16777219 0 0 0 65537 0;} /* Style Definitions */ p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal	{mso-style-parent:"";	margin:0cm;	margin-bottom:.0001pt;	mso-pagination:widow-orphan;	font-size:12.0pt;	font-family:"Times New Roman";	mso-fareast-font-family:"Times New Roman";	mso-bidi-font-family:"Angsana New";	mso-fareast-language:EN-US;}@page Section1	{size:612.0pt 792.0pt;	margin:72.0pt 90.0pt 72.0pt 90.0pt;	mso-header-margin:36.0pt;	mso-footer-margin:36.0pt;	mso-paper-source:0;}div.Section1	{page:Section1;}--&gt;&lt;/style&gt;  &lt;br /&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การแก้ไขปัญหาหนี้สิน&lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;Debt Solutions&lt;span lang="TH"&gt;) มีหลายวิธีแต่ละคนก็มีแนวทางหรือสไตล์ในการแก้ปัญหาของตนเองที่แตกต่างกัน วิธีแก้ปัญหาวิธีเดียวกันบางคนใช้แล้วเกิดประโยชน์แต่บางคนใช้แล้วนอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้วยังกลับกลายเป็นโทษเสียอีก วิธีแก้ปัญหาหนี้สินเปรียบได้กับการได้เครื่องมือมาใช้คนที่ใช้เป็นก็เกิดประโยชน์มากแต่สำหรับคนที่ใช้ไม่เป็นก็เหมือนไก่ได้พลอยคือมีเครื่องมือดีแต่ใช้ไม่เป็นก็ไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ลูกหนี้จำนวนไม่น้อยที่คิดแก้ปัญหาหนี้สิน&lt;/b&gt;ด้วยการสร้างหนี้ใหม่มาใช้หนี้เก่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งเพราะถึงแม้ยอดหนี้(เก่า)จะลดลงแต่ก็ต้องรับภาระยอดหนี้(ใหม่)ที่ไปกู้ยืมมา สรุปแล้วยอดหนี้รวม(&lt;/span&gt;Total Debt&lt;span lang="TH"&gt;) จะเพิ่มขึ้นและกลายเป็นภาระที่เพิ่มขึ้น วิธีหาหนี้(ใหม่)มาใช้หนี้(เก่า)ที่เห็นได้บ่อยมีหลายวิธีดังนี้&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;กู้ยืมเพื่อนฝูงหรือญาติมาใช้หนี้&lt;/b&gt; คนที่ปล่อยกู้อาจเป็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงที่ต้องจำใจให้ยืมอย่างเสียไม่ได้ หากใครคิดจะแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ต้องระวังให้ดีเพราะโดยมากแล้วจะกลายเป็นหนี้เสีย(&lt;/span&gt;Bad Debt&lt;span lang="TH"&gt;) ไม่สามารถจ่ายคืนได้จนต้องเสียเพื่อนเสียญาติพี่น้องไปเลยก็ได้ ดังนั้นการกู้ยืมเงินจากญาติๆและเพื่อนฝูงไปล้างหนี้เดิมต้องมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาตามมาและต้องจ่ายชำระคืนได้หากไม่มีความมั่นใจก็ขอเตือนว่าอย่าดีกว่า&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;กู้เงินนอกระบบเพื่อชำระหนี้&lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;Informal Debt&lt;span lang="TH"&gt;) เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งเพราะหนี้นอกระบบเป็นที่รู้กันดีถึงความโหดไม่ว่าจะเป็นวิธีการติดตามหนี้ อัตราดอกเบี้ยที่แพงมหาโหด(&lt;/span&gt;High Interest Rate&lt;span lang="TH"&gt;) ค่าธรรมเนียม ค่าเบี้ยปรับที่สุดแท้แต่เจ้าหนี้ต้องการโดยที่ลูกหนี้ไม่มีสิทธิ์ทักท้วงหากต้องการกู้ยืมก็ต้องยอมเขา ที่สำคัญคือเรื่องความปลอดภัยของตัวลูกหนี้เพราะหากเกิดการผิดนัดชำระหนี้เมื่อใดทีมงานติดตามหนี้นอกระบบจะทำงานอย่างไม่เห็นกฎหมายอยู่ในสายตา ดังนั้นอย่าคิดเอาชีวิตตนเองเข้าไปเสี่ยงกับการกู้เงินนอกระบบโดยเด็ดขาด&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ใช้บัตรเงินผ่อน&lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;Installment card&lt;span lang="TH"&gt;)ซื้อสินค้าแล้วขายเอาเงินสดมาชำระหนี้ อย่าคิดว่าเป็นวิธีหมุนเงินที่ฉลาดเพราะถ้าพิจารณาให้ดีแล้วจะเห็นว่าภาระต่างๆจะอยู่กับตัวลูกหนี้แบบเต็มๆ หากมีนายหน้ามาเสนอให้ใช้บัตรเงินผ่อนของคุณทำเรื่องซื้อสินค้าราคาแพงเช่น คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค โทรศัพท์มือถือหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ แล้วขายต่อให้กับนายหน้า(ในราคาที่ขาดทุน)เพื่อเอาเงินสดมาจ่ายชำระหนี้เก่า จะเห็นว่าภาระต่างๆจะตกอยู่กับตัวลูกหนี้ไม่ว่าเป็น ราคาขายที่ขาดทุน ดอกเบี้ยเงินผ่อน หน้าที่ที่ต้องผ่อนชำระคืนบัตรเงินผ่อน ค่าธรรมเนียมที่นายหน้าคิดจากลูกหนี้ ฯลฯ จะเห็นว่าภาระหนี้สินของคุณไม่ได้ลดลงเลยแต่กลับเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำไป&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;จ่ายเช็คเพื่อยืดเวลาการชำระหนี้&lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;Debt Payment by Cheque&lt;span lang="TH"&gt;) ถ้าคุณมีแผนสำรองในการหาเงินมาใส่บัญชีไม่ให้เช็คเด้งได้ก็ไม่เป็นไรแต่หากการจ่ายเช็คเป็นเพียงการทำเพื่อขายผ้าเอาหน้ารอดขอแนะนำว่าอย่าทำโดยเด็ดขาดเพราะคุณกำลังเพิ่มความเสี่ยงให้กับตัวเอง การเป็นหนี้แล้วถูกฟ้องร้องถือว่าเป็นคดีแพ่งที่ผูกพันในเรื่องของการเรียกร้องให้ชำระหนี้หรือชดใช้ค่าเสียหายแต่การจ่ายเช็คเด้งเป็นคดีอาญาที่มีบทลงโทษที่หนักกว่าคดีแพ่ง ดังนั้นอย่าหาเรื่องเดือดร้อนเพิ่มขึ้นจากการจ่ายเช็คเด้งเลย&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc; font-family: inherit;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;การแก้ปัญหาหนี้สิน(&lt;/span&gt;Debt Solution&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt; ต้องแก้ให้ถูกวิธีโดยมีแนวทางคือ พยายามลดค่าใช้จ่าย หาทางเพิ่มรายได้หรือทำอะไรก็ตามที่ได้เงินมาจ่ายหนี้เช่น หางานพิเศษทำวันหยุด ขายทรัพย์สินข้าวของเพื่อเอาเงินมาชำระหนี้ ลดระดับจากขับรถยุโรปมือหนึ่งให้เปลี่ยนเป็นรถมือสองจะทำให้เหลือเงินส่วนหนึ่งมาจ่ายชำระหนี้ได้ ฯลฯ ขอเตือนอีกครั้งว่าการกู้ยืมหรือสร้างหนี้ใหม่(โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ)เพื่อมาจ่ายหนี้เก่าไม่ใช่การแก้ปัญหาหนี้สินที่ถูกต้องอย่าทำโดยเด็ดขาด&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 16pt;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-574349329891984187?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/574349329891984187'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/574349329891984187'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2010/11/debt-solutions.html' title='ข้อห้ามหรือสิ่งที่ไม่ควรทำในการแก้ปัญหาหนี้สิน(Debt Solutions)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-7392799396679117288</id><published>2010-11-06T01:33:00.000+07:00</published><updated>2010-11-06T01:33:15.649+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อคุณกำลังหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สิน(Debt Solution)</title><content type='html'>&lt;link href="file:///C:%5CDOCUME%7E1%5CCHOKEC%7E1%5CLOCALS%7E1%5CTemp%5Cmsohtml1%5C01%5Cclip_filelist.xml" rel="File-List"&gt;&lt;/link&gt;&lt;style&gt;&lt;!-- /* Font Definitions */ @font-face	{font-family:"Angsana New";	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4;	mso-font-charset:0;	mso-generic-font-family:roman;	mso-font-pitch:variable;	mso-font-signature:16777219 0 0 0 65537 0;} /* Style Definitions */ p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal	{mso-style-parent:"";	margin:0cm;	margin-bottom:.0001pt;	mso-pagination:widow-orphan;	font-size:12.0pt;	font-family:"Times New Roman";	mso-fareast-font-family:"Times New Roman";	mso-bidi-font-family:"Angsana New";	mso-fareast-language:EN-US;}@page Section1	{size:612.0pt 792.0pt;	margin:72.0pt 90.0pt 72.0pt 90.0pt;	mso-header-margin:36.0pt;	mso-footer-margin:36.0pt;	mso-paper-source:0;}div.Section1	{page:Section1;}--&gt;&lt;/style&gt;  &lt;br /&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;เมื่อคุณมีปัญหาหนี้สิน(&lt;/span&gt;Debt Problems&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt;และกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยังไม่สามารถตัดสินใจเพื่อหาข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาหนี้สินได้ จึงมีคำแนะนำในสิ่งที่คุณไม่ควรทำเพราะในช่วงเวลาที่คุณกำลังประสบปัญหาหนี้สินและกำลังหาทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมนั้นคุณกำลังอยู่ในภาวะที่มีความเครียดได้ง่าย คุณต้องการข้อมูล คำปรึกษา ทางเลือกและวิธีต่างๆเพื่อแก้ปัญหาให้ลุล่วงไป คุณอาจได้รับคำแนะนำจากคนใกล้ชิด เพื่อนร่วมงาน ญาติพี่น้อง ฯลฯ ให้คุณลองทำตามวิธีที่พวกเขาแนะนำซึ่งวิธีเหล่านั้นอาจเป็นภาพลวงตาทำให้ดูเหมือนว่าปัญหาหนี้สินจะแก้ได้ด้วยการทำตามคำแนะนำเหล่านั้นแต่พอลงมือทำจริงๆปรากฏว่าแทนที่ปัญหาจะได้รับการแก้ไขแต่กลับทำให้ปัญหาเพิ่มขึ้นแถมยังหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำไป&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;คำแนะนำในเรื่องที่ไม่ควรทำ&lt;/b&gt;ในระหว่างการหาทางออกเรื่องปัญหาหนี้สิน(&lt;/span&gt;Debt Solution&lt;span lang="TH"&gt;) เป็นเพียงแนวทางเพื่อเตือนสติให้คุณหยุดคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทำตามคำแนะนำ วิธีปฏิบัติอาจมีการพลิกแพลงให้เข้ากับสถานการณ์และขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคนแต่ที่สำคัญคือถ้าคุณจะตัดสินใจแก้ปัญหาหนี้สินด้วยวิธีใดขอให้มองไปข้างหน้าในระยะยาว คิดให้ไกลแล้วต้องไปให้ถึง อย่าทำแบบขายผ้าเอาหน้ารอดโดยเด็ดขาดเพราะปัญหาหนี้สินไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ปัญหาให้จบกันได้ง่ายๆ&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ต้องใช้เวลาพอสมควร&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การหมุนเงินจากบัตรเครดิต&lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;Cash Advanced from Credit Card&lt;span lang="TH"&gt;) มาชำระหนี้ หากดูผิวเผินแล้วคำแนะนำนี้เหมือนจะเป็นวิธีแก้ปัญหาหนี้สินของคุณได้ หากมองให้ลึกลงไปอีกสักหน่อยนี่คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้นจริงๆแล้วปัญหาหนี้สินไม่ได้หมดไปหากพิจารณาในระยะยาวแล้วการหมุนเงินจากบัตรเครดิตมาจ่ายชำระหนี้จะช่วยให้คุณชำระหนี้ได้บางส่วนเท่านั้นไม่ใช่ทั้งหมด หนี้สินเก่ายังคงมีอยู่และในขณะเดียวกันหนี้สินจากบัตรเครดิตก็เพิ่มขึ้นยังมีดอกเบี้ยเป็นของแถมเพิ่มขึ้นมาอีก หากเป็นเช่นนี้จะเรียกว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาหนี้สินที่ถูกต้องได้อย่างไร&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การทำบัญชีหนี้สินให้มียอดเคลื่อนไหว&lt;/b&gt; เป็นคำแนะนำที่ควรทำตามหรือไม่ด้วยการจ่ายชำระเข้าบัญชีหนี้สินด้วยเงินจำนวนเล็กน้อยเพื่อยืดระยะเวลา การทำเช่นนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียขึ้นอยู่กับว่าคุณทำเพื่ออะไร ถ้ามองทางด้านลูกหนี้การจ่ายชำระแบบหยอดยาไปเรื่อยๆ เป็นการซื้อเวลาแสดงให้เจ้าหนี้เห็นว่ายังไม่ได้หนีหายไปไหนเพื่อยื้อเวลาไม่ให้เจ้าหนี้ส่งเรื่องฟ้องศาลหากคุณมีความต้องการเช่นนี้ก็ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ในระยะสั้น แต่ถ้ามองทางด้านเจ้าหนี้การที่บัญชีลูกหนี้มีการเคลื่อนไหวจะเป็นการยืดอายุความทำให้เจ้าหนี้สามารถเริ่มนับหนึ่งใหม่ได้และเงินที่ลูกหนี้จ่ายชำระหนี้เข้ามาแบบหยอดยานั้นจะถูกนำไปคิดเป็นค่าเบี้ยปรับ ค่าติดตามหนี้ซึ่งจะไม่มีผลทำให้ยอดหนี้ลดลงเลย สุดท้ายก็ไม่พ้นที่ลูกหนี้ต้องถูกฟ้องร้องอยู่ดี&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;การเจรจาประนอมหนี้(&lt;/span&gt;Debt Negotiation&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt;และเซ็นต์รับสภาพหนี้ อันที่จริงคำแนะนำให้ลูกหนี้ไปเจรจาประนอมหนี้นั้นเป็นคำแนะนำที่ดีแต่การพิจารณาว่าควรทำตามหรือไม่นั้นต้องดูว่าการเจรจาประนอมหนี้มีโอกาสที่จะได้ข้อตกลงหรือข้อสรุปที่เป็นประโยชน์กับตัวลูกหนี้หรือไม่ โดยทั่วไปในการเจรจาประนอมหนี้จะเป็นการนั่งคุยกันระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้เพื่อหาข้อตกลงในการผ่อนชำระหนี้ในจุดที่เจ้าหนี้ยอมรับได้และลูกหนี้คิดว่าสามารถทำได้ ในการเจรจาประนอมหนี้เจ้าหนี้มักพูดจาหว่านล้อมให้ลูกหนี้เซ็นต์หนังสือรับสภาพหนี้ซึ่งในความเป็นจริงแล้วหากทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถหาข้อสรุปจากการเจรจาประนอมหนี้ได้ฝ่ายลูกหนี้ไม่ควรเซ็นต์รับสภาพหนี้โดยเด็ดขาด ถ้าลูกหนี้ไม่มีความมั่นใจว่าจะผ่อนชำระได้จริงแล้วไปตกลงโดยเซ็นต์รับสภาพหนี้หากต่อมาลูกหนี้ขาดการชำระหนี้อีกเจ้าหนี้จะใช้เอกสารนี้เป็นหลักฐานชั้นดีในการฟ้องร้องซึ่งลูกหนี้ไม่อาจโต้แย้งได้เนื่องจากได้เซ็นต์รับสภาพหนี้ไปแล้ว&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ก่อนจะตัดสินใจทำตามคำแนะนำ&lt;/b&gt;ในการแก้ปัญหาหนี้สิน(Debt Solution) ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ขอให้คิดให้รอบคอบโดยพิจารณาจากผลที่ลูกหนี้จะได้รับจากการทำตามคำแนะนำเหล่านั้น อย่างที่บอกไว้แต่ต้นว่าปัญหาหนี้สินไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขให้จบได้โดยง่ายภายในเวลาชั่วข้ามคืน สิ่งสำคัญคือตัวลูกหนี้ต้องมองถึงการแก้ปัญหาในระยะยาวว่าคำแนะนำในการแก้ปัญหาเหล่านั้นจะสามารถทำได้จริงหรือไม่และหากทำแล้วจะสามารถทำได้ตลอดรอดฝั่งจนปิดบัญชีหนี้สินไปเลยหรือไม่ หากคิดดีแล้วมั่นใจแล้วก็ลุยไปเลย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 16pt;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-7392799396679117288?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/7392799396679117288'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/7392799396679117288'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2010/11/debt-solution.html' title='สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อคุณกำลังหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สิน(Debt Solution)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-2744893132373026157</id><published>2010-10-25T22:25:00.001+07:00</published><updated>2010-10-25T22:35:10.968+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>เรื่องสมมุติของปัญหาหนี้บัตรเครดิตและการแก้ไข(How to solve Credit Card Debt)</title><content type='html'>&lt;meta content="text/html; charset=utf-8" http-equiv="Content-Type"&gt;&lt;/meta&gt;&lt;meta content="Word.Document" name="ProgId"&gt;&lt;/meta&gt;&lt;meta content="Microsoft Word 10" name="Generator"&gt;&lt;/meta&gt;&lt;meta content="Microsoft Word 10" name="Originator"&gt;&lt;/meta&gt;&lt;link href="file:///C:%5CDOCUME%7E1%5CCHOKEC%7E1%5CLOCALS%7E1%5CTemp%5Cmsohtml1%5C01%5Cclip_filelist.xml" rel="File-List"&gt;&lt;/link&gt;&lt;style&gt;&lt;!-- /* Font Definitions */ @font-face	{font-family:"Angsana New";	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4;	mso-font-charset:0;	mso-generic-font-family:roman;	mso-font-pitch:variable;	mso-font-signature:16777219 0 0 0 65537 0;} /* Style Definitions */ p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal	{mso-style-parent:"";	margin:0cm;	margin-bottom:.0001pt;	mso-pagination:widow-orphan;	font-size:12.0pt;	font-family:"Times New Roman";	mso-fareast-font-family:"Times New Roman";	mso-bidi-font-family:"Angsana New";	mso-fareast-language:EN-US;}@page Section1	{size:612.0pt 792.0pt;	margin:72.0pt 90.0pt 72.0pt 90.0pt;	mso-header-margin:36.0pt;	mso-footer-margin:36.0pt;	mso-paper-source:0;}div.Section1	{page:Section1;}--&gt;&lt;/style&gt;  &lt;br /&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="color: #6fa8dc;"&gt;ปัญหาหนี้สิน(&lt;/span&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;Debt Problems&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;โดยเฉพาะปัญหาหนี้บัตรเครดิตนั้นเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ว่าใครก็ตาม เนื่องจากในชีวิตประจำวันของคนเราอยู่บนความไม่แน่นอน ลองคิดดูเล่นๆว่าถ้าปัจจุบันคุณทำงานประจำเงินเดือน 50,000 บาท ด้วยสลิปเงินเดือนของคุณๆสามารถสมัครเป็นผู้ถือบัตรเครดิตได้อย่างสบาย แค่นั้นยังไม่พออยู่ดีๆก็มีจดหมายเชิญจากผู้ออกบัตรเครดิตรายอื่นๆที่คุณเองก็ไม่รู้ว่าเขาไปได้ข้อมูลของคุณมาจากไหนส่งจดหมายอนุมัติบัตรเครดิต(&lt;/span&gt;Credit Card Approved&lt;span lang="TH"&gt;) ให้คุณแล้วขอเพียงแค่คุณกรอกใบสมัครแล้วแนบเอกสาร 2-3 อย่างไปให้เขา คุณก็จะมีบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นได้อีกหลายใบ&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;สมมุติว่าคุณมีบัตรเครดิตธรรมดา&lt;/b&gt;(Classic Card)อยู่แล้วหนึ่งใบหากคุณคิดจะมีบัตรเครดิตใบที่สองก็น่าจะอัพเกรดขึ้นเป็นบัตรทอง(&lt;/span&gt;Gold Card&lt;span lang="TH"&gt;) แล้วหากจะมีบัตรเครดิตใบที่สามก็น่าจะยกระดับเพิ่มขึ้นเป็นบัตรแพลทตินั่ม(&lt;/span&gt;Platinum Card&lt;span lang="TH"&gt;) จึงจะเหมาะสมกับฐานะอย่างคุณ การจะมีบัตรเครดิต 3 ใบแล้วเป็นบัตรธรรมดาเหมือนกันหมดใครๆก็คิดว่าจะทำไปทำไมเหมือนๆกันทั้ง 3 บัตร แต่ถ้าเป็นบัตรที่ยกระดับเพิ่มขึ้นเป็นบัตรทองหรือบัตรแพลทตินั่มอย่างนี้สิจึงจะน่าสนใจ&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;มาดูกันต่อไปว่าวงเงินของบัตรเครดิต&lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;Credit Card Limit&lt;span lang="TH"&gt;)ทั้ง 3 ใบน่าจะเป็นสักเท่าไร สำหรับบัตรธรรมดาโดยทั่วไปวงเงินน่าจะอยู่ที่ 30,000 &lt;/span&gt;–&lt;span lang="TH"&gt; 50,000 บาท สำหรับบัตรทองน่าจะอยู่ที่ 80,000 &lt;/span&gt;–&lt;span lang="TH"&gt; 100,000 บาท ส่วนบัตรแพลทตินั่มวงเงินน่าจะอยู่ที่ 100,000 บาทขึ้นไป ดังนั้นวงเงินรวมของบัตรเครดิตทั้ง 3 ใบก็น่าจะอยู่ที่ 200,000 บาท หากคุณจ่ายชำระขั้นต่ำ 10 เปอร์เซ็นต์ก็ตกเดือนละ 20,000 บาท ดูจากเงินเดือนๆละ 50,000 บาทก็นับว่าจ่ายชำระได้แบบสบายๆ&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;สมมุติต่อไปว่าบริษัทที่คุณทำงานอยู่&lt;/b&gt;ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมีความจำเป็นต้องลดจำนวนพนักงานและคุณก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ในเวลาต่อมาแม้ว่าคุณจะพยายามหางานใหม่แต่ถึงอย่างไรคุณก็ไม่สามารถกลับมาอยู่ที่เดิมได้(50,000บาท/เดือน) งานใหม่ของคุณจ่ายเงินเดือนที่ 30,000 บาท/เดือน นั่นคือรายได้ประจำหายไปเฉยๆ 20,000 บาท/เดือนแล้วคุณจะจัดการกับอนาคตของบัตรเครดิตทั้ง 3 ใบของคุณอย่างไร&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ต่างคนก็ต่างคำตอบ&lt;/b&gt; บางคนเอาเงินที่ได้จากการออกจากที่ทำงานเดิมหรือที่เงินเก็บออมมาเคลียร์หนี้บัตรเครดิตทั้งหมดหรือบางคนก็เหลือบัตรเครดิตไว้ใช้ 1 ใบ บางคนคิดว่าพอไหวก็กัดฟันใช้บัตรเครดิตทั้ง 3 ใบต่อไปและจ่ายชำระบัตรเครดิตขั้นต่ำจากเงินเดือนใหม่ (30,000 บาท) และอีกหลายทางเลือกที่อาจเป็นไปได้แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าทางเลือกนั้นจะเป็นทางรอดหรือเป็นทางเดินไปสู่หุบเหวแห่งหนี้สิน&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ปัญหาหนี้บัตรเครดิต&lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;Credit Card Debt&lt;span lang="TH"&gt;) ส่วนมากเกิดจากความประมาท ไม่รู้ตัวเอง ประเมินความสามารถที่แท้จริงของตนเองผิดไป บางคนคิดว่าสามารถรับภาระหนี้บัตรเครดิตต่อไปได้ แต่ในความเป็นจริงเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีตัวแปรต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้องที่สำคัญคือเรื่องการลดลงของรายได้ ผู้ถือบัตรเครดิตต้องยอมรับความจริงว่า ความสามารถในการจ่ายชำระหนี้จะลดลงตามรายได้ที่ลดลงและหนี้บัตรเครดิตเป็นหนี้ที่มียอดเงินค่อนข้างสูงหากจะจ่ายชำระครั้งเดียวหมด(ปิดบัตร)ก็ต้องใช้เงินจำนวนมากพอสมควร&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;นอกจากนี้นิสัยส่วนตัวของผู้ถือบัตร&lt;/b&gt; ความมีระเบียบวินัย การรู้จักควบคุมตนเองก็เป็นส่วนสำคัญในการที่จะสร้างหรือแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิต กรณีที่ผู้ถือบัตร(Credit Card Holder) มีรายได้ลดลงจำเป็นต้องประเมินทางเลือกจากตัวแปรและปัจจัยต่างๆประกอบกันแล้วจึงตัดสินใจทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อจัดการหนี้บัตรเครดิตทั้ง 3 ใบนั้นอย่างเหมาะสม ส่วนผลของการตัดสินใจจะออกหัวหรือก้อยขึ้นอยู่กับการประเมินของผู้ถือบัตรว่าถูกต้องแม่นยำแค่ไหน แต่ก็อย่าซีเรียสมากนักเพราะเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องสมมุติเท่านั้น&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 16pt;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-2744893132373026157?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/2744893132373026157'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/2744893132373026157'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2010/10/how-to-solve-credit-card-debt.html' title='เรื่องสมมุติของปัญหาหนี้บัตรเครดิตและการแก้ไข(How to solve Credit Card Debt)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-5069695518253521321</id><published>2010-10-08T22:00:00.000+07:00</published><updated>2010-10-08T22:00:32.275+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>วิธีปฏิบัติต่อเพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่มีปัญหาหนี้สินหรือหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt)</title><content type='html'>&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;o:shapedefaults v:ext="edit" spidmax="1026"/&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;o:shapelayout v:ext="edit"&gt;   &lt;o:idmap v:ext="edit" data="1"/&gt;  &lt;/o:shapelayout&gt;&lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;  &lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ปัญหาหนี้บัตรเครดิต&lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Debt Problem&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ทุกวันนี้บัตรเครดิตเป็นสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนสามารถหามาครอบครองได้อย่างไม่ยากเย็น ผู้ออกบัตรเครดิตทั้งที่เป็นแบงค์และนอนแบงค์(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Bank and Non bank&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ต่างแข่งขันกันหาลูกค้าบัตรเครดิตรายใหม่กันอย่างดุเดือด เมื่อจำนวนผู้ถือบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสิ่งที่จะตามมาติดๆก็คือปัญหาหนี้บัตรเครดิต มากบ้างน้อยบ้างและยังแตกต่างกันในเรื่องของระดับความรุนแรงของปัญหา คนที่อยู่รอบๆตัวคุณไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา ลูกค้า ญาติพี่น้อง ฯลฯ ต่างก็มีโอกาสเกิดปัญหาหนี้บัตรเครดิตได้ด้วยกันทั้งสิ้น หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับคุณแล้วคุณจะมีวิธีปฏิบัติอย่างไรกับคนใกล้ตัวคุณที่ประสบปัญหานี้&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การปฏิเสธไม่ให้ความช่วยเหลือกับคนใกล้ตัว&lt;/b&gt;ที่มีปัญหาหนี้บัตรเครดิตเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ดังนั้นวิธีที่ควรปฏิบัติต่อคนที่มีหนี้บัตรฯ(ใกล้ตัว)โดยการให้คำแนะนำที่ถูกต้อง ให้กำลังใจในการหาทางแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิต อย่ากดดัน พูดจาถากถางหรือซ้ำเติมให้เขาเป็นทุกข์มากไปกว่าเดิม อย่าสนับสนุนให้เขาหนีปัญหา(หนีหนี้บัตรเครดิต) ไม่ควรขับไล่ไสส่งให้เขาไปจากชีวิตคุณเพียงเพราะกลัวว่าหากเขาถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจนถูกยึดทรัพย์แล้วเจ้าหนี้บัตรเครดิตจะมายึดทรัพย์ของคุณไปแทน&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;เริ่มแรกควรแนะนำและให้ความช่วยเหลือ&lt;/b&gt;แก่เพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่มีปัญหาหนี้บัตรเครดิตโดยการช่วยเขาวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อหาทางแก้ไขให้ตรงจุด แนะนำการประหยัดรายจ่ายและวิธีหารายได้พิเศษที่เหมาะสมกับตัวลูกหนี้ที่ลูกหนี้สามารถทำได้จริงเพื่อหาเงินไปชำระหนี้บัตรเครดิตที่ค้างชำระอยู่ แต่หากเขาเอ่ยปากขอหยิบยืมเงินจากคุณเพื่อไปชำระหนี้บัตรให้คุณอธิบายด้วยเหตุผลและให้ความช่วยเหลือเขาเฉพาะในเรื่องปัจจัยสี่เท่านั้นส่วนเรื่องการแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตเขาต้องแก้ปัญหาด้วยตนเอง&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ถ้ามีโทรศัพท์จากเจ้าหนี้บัตรเครดิต&lt;/b&gt;โทรมาตามหนี้กับคนใกล้ตัวแล้วคุณเป็นคนรับสายให้พูดอย่างหนักแน่นกับเจ้าหนี้ว่าเขาไม่มีสิทธิ์ในการเอาข้อมูลของลูกหนี้มาเปิดเผยต่อบุคคลอื่นและคุณก็ไม่ใช่คู่กรณี(ลูกหนี้)ของเขาจึงไม่ต้องการทราบข้อมูลหนี้บัตรเครดิตของคนอื่น ในลักษณะเดียวกันหากมีเอกสารหรือจดหมายทวงหนี้จากเจ้าหนี้ส่งมาหาคนใกล้ตัวคุณให้เก็บรวบรวมเอกสารดังกล่าว(อย่าซ่อนหรือทำลาย)แล้วส่งต่อให้กับตัวลูกหนี้โดยตรงให้เขาเป็นคนพิจารณาเองว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ในช่วงที่คนใกล้ตัวคุณกำลังประสบปัญหาหนี้สิน&lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Debt Problem&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) จะเป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตก็ว่าได้(ฝันร้าย) ดังนั้นเขาจะเครียดและอาจขาดสติในการตัดสินใจหาทางแก้ไขปัญหา ระหว่างคุณกับเขาอาจมีการขัดแย้งจนมีปากเสียงหรือทะเลาะกัน ไม่ว่าจะยังไงก็ตามคุณไม่ควรหยิบยกเรื่องปัญหาหนี้บัตรเครดิตของเขามาพูดเพราะจะทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายมากขึ้น สิ่งที่คุณทำได้และเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งสำหรับเขาในตอนนี้คือการยืนยันความมีคุณค่าในตัวเขา ให้กำลังใจและคำแนะนำดีๆเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินต่อไป&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ถึงแม้คุณจะมีเงินมากพอ&lt;/b&gt;ที่จะช่วยจ่ายชำระหนี้เพื่อกลบหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดให้เขา นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น หากคุณทำเช่นนั้นปัญหาหนี้บัตรเครดิตหมดไปก็จริงแต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าประวัติศาสตร์จะไม่กลับมาซ้ำรอยเดิมกับคนใกล้ตัวที่คุณให้ความช่วยเหลือจนปัญหาหนี้บัตรจบลงอย่างง่ายดายแล้วเขาจะตระหนักหรือมองเห็นคุณค่าของการแก้ปัญหาหรือไม่ แต่ถ้าคุณคอยอยู่ข้างๆให้คำแนะนำให้เขาวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา แนะนำวิธีประหยัดรายจ่าย แนะนำงานพิเศษเพื่อเพิ่มรายได้ ฯลฯ จนกระทั่งสามารถหาวิธีแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt Solution)ให้จบสิ้นได้ด้วยตัวของเขาเอง แบบไหนน่าจะดีกว่ากัน คำโบราณว่าไว้ “เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้” ปัญหาเกิดจากใครก็ต้องให้คนๆนั้นเป็นคนแก้ไขเอง นี่สิจึงจะเป็นวิธีแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตที่มีคุณค่าและถูกต้องอย่างแท้จริง ประวัติศาสตร์ก็จะไม่ซ้ำรอย.....คุณว่าไหม&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 16pt;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-5069695518253521321?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/5069695518253521321'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/5069695518253521321'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2010/10/credit-card-debt.html' title='วิธีปฏิบัติต่อเพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่มีปัญหาหนี้สินหรือหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-339586860918581019</id><published>2010-09-20T22:00:00.000+07:00</published><updated>2010-09-20T22:00:01.274+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หนี้บัตรเครดิต'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>ชำแหละรายการใช้บัตรเครดิต จุดเริ่มของการแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt Solution)</title><content type='html'>&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;  &lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;ปัญหาหนี้บัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Debt Problem&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ส่วนมากจะเกิดจากการใช้บัตรเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆเช่น ใช้รูดปื๊ดเพื่อชำระค่าสินค้าแทนเงินสดเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัย(ไม่ต้องพกเงินสด) บางคนใช้เป็นเงินหมุนเวียนชั่วคราวในการทำธุรกิจ บางคนใช้เพื่อสะสะแต้มเพื่อแลกของรางวัล บางคนใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค จ่ายค่ารักษาพยาบาล เติมน้ำมันรถ จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยฯลฯ&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;รายการใช้บัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;มีวัตถุประสงค์และการใช้ที่หลากหลาย บางรายการก็เป็นการใช้บัตรเครดิตที่สมเหตุสมผลคือใช้ซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่มีความจำเป็นจริงๆ(ต้องซื้อ) บางรายการก็เป็นการใช้บัตรเครดิตที่จำเป็นและจำนวนเงินค่อนข้างสูงเช่น ค่ารักษาพยาบาลและบางรายการก็ใช้ซื้อของที่ไม่มีความจำเป็น(ฟุ่มเฟือย)และราคาแพงเช่น นาฬิกาข้อมือ เครื่องประดับ ฯลฯ ดังนั้นหากจะเริ่มต้นปรับพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นหนี้บัตรเครดิต(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Debt&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ในอนาคตจึงต้องเริ่มต้นจากการชำแหละรายการใช้บัตรเครดิตเหล่านี้&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;การชำแหละรายการใช้บัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;คือการแยกแยะรายการใช้บัตรออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ &lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;1. รายการใช้บัตรเครดิตซื้อข้าวของที่จำเป็น&lt;/span&gt; รายการประเภทนี้ได้แก่การซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ต การเติมน้ำมัน ฯลฯ ซึ่งรายการเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องซื้อต้องใช้ในชีวิตประจำวันเป็นรายการที่ยอดเงินไม่สูงมากนักและไม่สามารถเลื่อนเวลาการซื้อออกไปได้(ต้องใช้ทุกวัน)&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;2. รายการใช้บัตรเครดิตซื้อของที่จำเป็น&lt;/span&gt;ต้องใช้แต่สามารถยืดระยะเวลาการซื้อออกไปได้เช่น ค่าปรับปรุงบ้าน ค่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ ค่าบำรุงรักษารถ ฯลฯ รายการเหล่านี้มักเป็นรายการที่มีจำนวนเงินค่อนข้างสูงแต่ไม่จำเป็นต้องซื้อทันทีสามารถยืดระยะเวลาออกไปได้&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;3. รายการใช้บัตรเครดิตซื้อของฟุ่มเฟือย&lt;/span&gt; จะเป็นของที่ซื้อเพราะความอยากมีอยากได้และไม่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวันหรือพูดง่ายๆว่าเป็นของฟุ่มเฟือยนั่นเองเช่น ค่าเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ค่าสมาชิกคลับต่างๆ ค่าเครื่องประดับหรูหราและรวมถึงการกดเงินสดจากบัตรเครดิตด้วย&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;เมื่อแยกรายการใช้บัตรออกเป็น 3 กลุ่มแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;ต่อไปก็ทำการวิเคราะห์เพื่อนำมาปรับพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตโดยพิจารณาว่าการใช้บัตรเครดิตของคุณ(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Using&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;)ตกอยู่ในกลุ่มใดมากที่สุด จะเห็นได้ว่าสำหรับการใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าในกลุ่มที่ 1 และ 3 นั้นตัดสินใจฟันธงได้ไม่ยากเลยคือ กลุ่มที่ 1(ของจำเป็น) คุณสามารถใช้บัตรเครดิตรูดซื้อไปได้เลยโดยไม่ต้องคิดมากเพราะเป็นของจำเป็นต้องใช้ สำหรับกลุ่มที่ 3 คุณสามารถตัดสินใจหรือฟันธงได้เลยเช่นกันว่าเป็นของที่ฟุ่มเฟือยไม่จำเป็นต้องซื้ออย่างแน่นอน ส่วนกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่2 ที่เป็นปัญหาให้ต้องคิดหนักหน่อยเนื่องจากเป็นรายการที่จำเป็นต้องซื้อแต่ไม่จำเป็นต้องซื้อในตอนนี้สามารถยืดเวลาออกไปได้ การใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าในกลุ่มที่ 2 จึงต้องมีการคำนวณและวางแผนการใช้บัตรเครดิตด้วยความรอบคอบ&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;ส่วนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;ทำได้โดยการลดการใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าในกลุ่มที่ 3 (ของฟุ่มเฟือย)ลงให้ได้มากที่สุด(ยากจริงๆ) ส่วนการซื้อสินค้าในกลุ่มที่ 2 ก็ต้องวางแผนการใช้บัตรเครดิตอย่างรอบคอบคือค่อยๆ ทยอยซื้ออย่าให้เกิดเป็นภาระหนี้สินมากจนเกินกำลัง การชำแหละรายการใช้บัตรเครดิตจะเกิดประโยชน์กับผู้ถือบัตรเครดิตเอง(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Holder&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ก็ต่อเมื่อคุณมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและสร้างวินัยในการใช้บัตรเครดิตให้เกิดขึ้น ส่วนผลสำเร็จที่ได้เมื่อคุณปรับพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตได้แล้วไม่ได้เกิดขึ้นกับใครที่ไหนอื่นไกลก็เป็นผลดีกับตัวคุณนั่นเอง&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span style="font-family: inherit;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-339586860918581019?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/339586860918581019'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/339586860918581019'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2010/09/credit-card-debt-solution.html' title='ชำแหละรายการใช้บัตรเครดิต จุดเริ่มของการแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt Solution)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-1176252430641330468</id><published>2010-09-14T21:53:00.006+07:00</published><updated>2010-09-20T22:08:25.493+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หนี้บัตรเครดิต'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>วิธีป้องกันการสร้างหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt)</title><content type='html'>&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;span style="background-color: white; color: black;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;ผู้ถือบัตรเครดิต(Credit Card Holder)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;หรือคนที่มีบัตรเครดิตมีจำนวนมากมายหลายล้านคนแต่จะมีสักกี่คนที่ใช้บัตรเครดิตเป็น หากนิสัยส่วนตัวของคุณเป็นคนขาดวินัยหรือควบคุมตัวเองไม่ได้ การมีบัตรเครดิตอยู่ในมือก็เหมือนกับมีเครื่องมือชั้นดีที่ช่วยในการสร้างหนี้จนหนี้นั้นย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง ลองย้อนกลับไปดูว่าพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของคุณเข้าข่ายเป็นนักสร้างหนี้ตัวฉกาจหรือไม่และจะมีวิธีป้องกันได้อย่างไร&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="color: #6fa8dc;"&gt;ลองค้นหาสำเนาสลิปบัตรเครดิต(&lt;/span&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;Credit Card Slip&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;หรือดูจากรายการเดินบัญชีบัตรเครดิต(ใบสรุปยอด)ก็ได้ว่า รายการที่คุณใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมีความเหมาะสมหรือไม่เพียงใดโดยดูย้อนหลังกลับไปสัก 2-3 เดือน(เจาะเวลาหาอดีต)เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของคุณและหาทางปรับปรุงแก้ไขก่อนที่คุณจะตกหลุมพรางการใช้บัตรเครดิตจนกลายเป็นเหยื่อบัตรเครดิตไปเสียเอง&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ก่อนอื่นต้องขอย้ำสิ่งที่ผู้ถือบัตรเครดิตทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว&lt;/b&gt;แต่ไม่ตระหนักว่า การใช้บัตรเครดิตรูดปื๊ดรูดปื๊ดซื้อสินค้าและบริการต่างๆนั้นเป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้ หากคุณใช้จ่ายทุกอย่างผ่านบัตรเครดิตหมด ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของคุณทุกสิ้นเดือนจะต้องไม่เกินยอดเงินเดือนของคุณเพื่อให้คุณสามารถจ่ายชำระบัตรเครดิต(&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;Credit Card Payment&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;)ได้เต็มจำนวน(100&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;%&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;)ในแต่ละเดือน หากคุณทำได้เช่นนี้(จ่ายชำระเต็มจำนวน)คุณก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายเรื่องดอกเบี้ยบัตรเครดิต(ที่ไม่ควรจะต้องเสีย)เพิ่มเข้ามา&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;ต่อมาคือการชำแหละรายการใช้บัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;ของคุณด้วยความยุติธรรม แต่ละรายการที่คุณใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตนั้นมีความเหมาะสมหรือไม่(สมควรหรือไม่สมควรซื้อ) การมานั่งพิจารณารายการใช้บัตรเครดิตย้อนหลังและแยกรายการเหล่านั้นเพื่อให้คุณเห็นข้อผิดพลาดเรื่องพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของคุณเพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขในอนาคตให้พฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตอยู่ในแนวทางที่ถูกต้องเช่น รายการที่ตัดสินใจซื้อด้วยอารมณ์ ความอยากได้สินค้าจำพวกชุดเครื่องเสียง ค่าเครื่องประดับ ฯลฯ ควรหาทางลดรายการเหล่านี้ในอนาคตอย่าให้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด(หากจะซื้อให้เก็บเงินแล้วซื้อด้วยเงินสด)&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ถ้าคุณเริ่มทำการชำแหละรายการใช้บัตรเครดิต&lt;/b&gt;แล้วเริ่มแก้ไขปรับปรุงการใช้บัตรเครดิตให้ถือคติว่า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;“&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;ผิดเป็นครู&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;”&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt; (เอาแค่ครูก็พอไม่ต้องถึงกับอาจารย์ใหญ่หรือผู้อำนวยการ) อะไรที่เคยผิดพลาดในอดีตก็หาทางแก้ไขให้ถูกต้องอย่าให้เกิดเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอยที่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหนี้บัตรเครดิตท่วมหัวแล้วค่อยมาหาทางแก้ไขหนี้บัตรเครดิตนั้น การรู้จักหาทางป้องกันไว้ก่อนดีกว่าปล่อยให้เกิดปัญหาหนี้บัตรเครดิต(&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;Credit Card Debt&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;)แล้วมาตามแก้ไขทีหลัง ปัญหาหนี้บัตรเครดิตส่วนมากเกิดจากการใช้จ่ายที่ขาดความระมัดระวังทั้งๆที่รู้ว่าเป็นพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตที่ผิดก็ยังไม่ยอมปรับปรุงแก้ไขจนผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรือที่เรียกว่า &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;“&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;ผิดซ้ำซาก&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;”&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt; นั่นเอง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;.&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;a href="http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2010/09/credit-card-debt-solution.html"&gt;การชำแหละรายการใช้บัตรเครดิต&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-1176252430641330468?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/1176252430641330468'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/1176252430641330468'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2010/09/credit-card-debt.html' title='วิธีป้องกันการสร้างหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-6369838153798568225</id><published>2010-07-23T23:39:00.001+07:00</published><updated>2010-09-15T22:54:56.470+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>การแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt Solution) ในระยะเริ่มต้น</title><content type='html'>&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;meta content="text/html; charset=utf-8" http-equiv="Content-Type"&gt;&lt;/meta&gt;&lt;meta content="Word.Document" name="ProgId"&gt;&lt;/meta&gt;&lt;meta content="Microsoft Word 10" name="Generator"&gt;&lt;/meta&gt;&lt;meta content="Microsoft Word 10" name="Originator"&gt;&lt;/meta&gt;&lt;style&gt;&lt;!-- /* Font Definitions */ @font-face	{font-family:"Angsana New";	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4;	mso-font-charset:0;	mso-generic-font-family:roman;	mso-font-pitch:variable;	mso-font-signature:16777219 0 0 0 65537 0;} /* Style Definitions */ p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal	{mso-style-parent:"";	margin:0cm;	margin-bottom:.0001pt;	mso-pagination:widow-orphan;	font-size:12.0pt;	font-family:"Times New Roman";	mso-fareast-font-family:"Times New Roman";	mso-bidi-font-family:"Angsana New";	mso-fareast-language:EN-US;}@page Section1	{size:612.0pt 792.0pt;	margin:72.0pt 90.0pt 72.0pt 90.0pt;	mso-header-margin:36.0pt;	mso-footer-margin:36.0pt;	mso-paper-source:0;}div.Section1	{page:Section1;}--&gt;&lt;/style&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="color: #9fc5e8;"&gt;ปัญหาหนี้บัตรเครดิต(&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #9fc5e8;"&gt;Credit Card Debt) &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;หรือปัญหาหนี้สินต่างๆจะมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันไป เริ่มจากระดับความรุนแรงในระยะเริ่มต้นแล้วดีกรีความรุนแรงของปัญหาหนี้บัตรเครดิตจะค่อยๆเพิ่มมากขึ้นจนถึงจุดสุดท้ายของปัญหานั่นคือการถูกบังคับคดีจากเจ้าหนี้บัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="color: #9fc5e8;"&gt;ในช่วงเริ่มต้นของปัญหาหนี้บัตรเครดิต(&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #9fc5e8;"&gt;Credit Card Debt) &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;สังเกตได้จากการที่ผู้ถือบัตรเปลี่ยนพฤติกรรมการจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิต (&lt;/span&gt;Credit Card Payment) &lt;span lang="TH"&gt;เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้จากการจ่ายชำระเต็มจำนวน(100%) ของยอดหนี้บัตรเครดิตกลายเป็นต้องมาจ่ายชำระหนี้บัตรเพียงยอดขั้นต่ำ(10%) และจะทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆทุกๆเดือนติดต่อกันเป็นเวลา ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป นั่นคือสัญญาณอันตรายหรือตัวบอกเหตุของหนี้บัตรเครดิตว่าได้เริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="color: #9fc5e8;"&gt;ลูกหนี้บัตรเครดิตหรือผู้ถือบัตร (&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #9fc5e8;"&gt;Credit Card Holder) &lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นของปัญหาหนี้บัตรเครดิตนั้น ส่วนมากจะไม่ค่อยตระหนักว่าตนเองเริ่มมีปัญหาในการจ่ายชำระคืนหนี้บัตรเครดิตแล้ว ผู้ถือบัตรเครดิตที่มีพฤติกรรมการจ่ายชำระบัตรเครดิตเช่นนี้ ควรหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #9fc5e8;"&gt;สิ่งแรกที่ผู้ถือบัตรเครดิตควรทำ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt; หากคิดจะแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิตคือ หยุดการใช้จ่าย(สร้างหนี้)ผ่านบัตรเครดิตโดยทันทีจนกว่าปัญหาหนี้บัตรเครดิตจะได้รับการแก้ไขจนลุล่วงไปด้วยดี แต่ก็มีข้อยกเว้นเฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนจริงๆเท่านั้นเช่น ใช้บัตรเครดิตจ่ายชำระค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #9fc5e8;"&gt;ต่อมาให้ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างละเอียดยิบ&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;โดยคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิตรวมลงไปในค่าใช้จ่ายประจำเดือนด้วยโดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต(&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;Credit Card Interest Rate&lt;span lang="TH"&gt;) ที่ผู้ถือบัตรถูกคิดจากธนาคารผู้ออกบัตรว่ามีความเหมาะสม สูง ต่ำเกินไปหรือไม่และพยายามหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตจากธนาคารหรือสถาบันผู้ออกบัตรเครดิตรายอื่นๆ หากเป็นไปได้ให้พยายามโอนหนี้บัตรเครดิตไปยังธนาคารหรือสถาบันที่เสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #9fc5e8;"&gt;จากบัญชีรายรับรายจ่ายที่ทำอย่างละเอียด&lt;/span&gt;&lt;/b&gt; ลองพิจารณาดูว่าจะสามารถตัดค่าใช้จ่ายอะไรออกไปได้บ้าง พยายามหาทางลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด แล้วทำบัญชีประมาณการล่วงหน้าว่า หนี้บัตรเครดิตที่ยังค้างชำระอยู่นั้น ผู้ถือบัตรเครดิตจะสามารถจ่ายชำระคืนได้ครบถ้วนในระยะเวลากี่เดือน กี่ปี เพื่อเตือนตัวผู้ถือบัตรเองว่า ในระยะเวลานี้ท่านต้องรักษาวินัยการใช้จ่ายเงินของผู้ถือบัตรเองอย่างเคร่งครัดหากต้องการจะแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตให้หมดไป&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #9fc5e8;"&gt;ที่สำคัญ&amp;nbsp; หากมีใครแนะนำให้สมัครบัตรเครดิตจากธนาคารผู้ออกบัตรรายใหม่&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;เพื่อหมุนเงินมาใช้จ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตใบเก่านั้น อย่าได้หลงเชื่อทำตามโดยเด็ดขาดเพราะการหมุนเวียนเงินจากบัตรเครดิตใบใหม่มาจ่ายชำระคืนหนี้บัตรเครดิตใบเก่านั้น ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตแต่อย่างใด กลับทำให้ปัญหาหนี้บัตรเครดิต(&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;Credit Card Debt) &lt;span lang="TH"&gt;เพิ่มขึ้นเพราะยอดหนี้โดยรวมมักจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม&lt;/span&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-6369838153798568225?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/6369838153798568225'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/6369838153798568225'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2010/07/credit-card-debt-solution.html' title='การแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt Solution) ในระยะเริ่มต้น'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-2724044007721159402</id><published>2010-07-19T21:09:00.004+07:00</published><updated>2010-09-15T22:56:30.360+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>ปัญหาหนี้สิน (Debt Problem) ถูกอายัดเงินเดือนกับการถูกไล่ออกจากงาน</title><content type='html'>&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #9fc5e8;"&gt;เมื่อลูกหนี้ถูกอายัดเงินเดือน(Salary Freeze)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt; นั่นหมายความว่า การตามไล่ล่าจากเจ้าหนี้ได้ผ่านกระบวนการและขั้นตอนทางศาลเรียบร้อยแล้วและเจ้าหนี้ใช้อำนาจจากคำสั่งศาลเพื่อทำการแจ้งให้นายจ้างของลูกหนี้ทำการอายัดเงินเดือนของลูกหนี้เพื่อนำมาใช้หนี้สินที่ค้างอยู่กับเจ้าหนี้ ตามกฎหมายแรงงานหากลูกจ้างถูกอายัดเงินเดือนนายจ้างไม่มีสิทธิไล่ลูกจ้างออกจากงาน แต่ในทางปฏิบัติแล้วนายจ้างมักมีเทคนิคพิเศษหรือวิธีการต่างๆสารพัดวิธีที่จะบีบบังคับไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อมเพื่อให้ลูกจ้างต้องออกจากงาน ดังนั้นปัจจัยที่จะเป็นตัวกำหนดว่าหลังการถูกอายัดเงินเดือนของลูกจ้างแล้วจะถูกนายจ้างบีบให้ต้องลาออกจากหรือไม่นั้นมีหลายปัจจัยด้วยกัน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #9fc5e8;"&gt;มุมมองและทัศนคติของนายจ้าง&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;ที่มีต่อลูกจ้างที่ถูกอายัดเงินเดือน นายจ้างบางคน(ส่วนน้อย)อาจให้โอกาสกับลูกจ้างที่ถูกอายัดเงินเดือนด้วยคิดว่าลูกจ้างมีปัญหาหนี้สิน (Debt Problem) อยู่แล้วหากต้องถูกไล่ออกจากงานอีกจะเป็นการซ้ำเติมลูกจ้างเพิ่มขึ้น นายจ้างที่ฉลาดควรใช้เรื่องการถูกอายัดเงินเดือนของลูกจ้างมาเป็นแรงกระตุ้นและผลักดันให้ลูกจ้างขยันและตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินให้หมดไป ส่วนตัวลูกจ้างที่ถูกอายัดเงินเดือนแล้วได้รับโอกาสให้ทำงานต่อไปก็จะทำงานอย่างตั้งใจเพื่อตอบแทนนายจ้างที่ให้โอกาสแก่ตน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #9fc5e8;"&gt;ในทางกลับกันหากลูกจ้างเป็นคนทำงานที่ไม่ค่อยมีผลงาน&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;หรือถูกเพ่งเล็งอยู่แล้วแถมยังมีเรื่องปัญหาหนี้สินเข้ามาจนต้องถูกอายัดเงินเดือน โอกาสที่ลูกจ้างจะถูกบีบให้ออกจากงานก็มีมากเพราะนายจ้าง(ส่วนมาก) อาจมองว่าปกติก็ไม่ค่อยตั้งใจทำงานอยู่แล้วแถมยังมีปัญหาหนี้สินจนถูกอายัดเงินเดือนอีกแล้วจะเอากำลังใจที่ไหนมาทำงานให้ดีได้ ดังนั้นบีบให้ออกจากงานแล้วจ้างคนใหม่ที่ไม่มีปัญหาหนี้สินมาทำงานแทนไม่ดีกว่าหรือ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #9fc5e8;"&gt;ทั้งนี้การที่นายจ้างจะอายัดเงินเดือนของลูกจ้าง&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;จะเรียกลูกจ้างเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัวเพื่อแจ้งให้ทราบถึงเรื่องการอายัดเงินเดือนและประเมินเพื่อหาทางแก้ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ตรงนี้เองที่เป็นจุดชี้เป็นชี้ตายต่ออนาคตของลูกจ้างว่าจะได้ทำงานต่อไปหรือจะถูกไล่(บีบ)ให้ออกจากงานหลังจากถูกอายัดเงินเดือน ดังนั้นลูกจ้างต้องสร้างความมั่นใจให้กับนายจ้างว่าจะตั้งใจทำงานให้กับนายจ้างต่อไปอย่างทุ่มเทโดยพูดอย่างมีเหตุผลและที่สำคัญคือต้องเป็นไปได้จริง อย่าลืมว่าการถูกไล่ออกจากงานแล้วต้องหางานใหม่ในขณะที่กำลังมีปัญหาหนี้สิน(Debt Problem) นั้นเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะไม่มีองค์กรหรือหน่วยงานไหนที่อยากรับคนที่มีปัญหาหนี้สินเข้ามาทำงานด้วยอย่างแน่นอน&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-2724044007721159402?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/2724044007721159402'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/2724044007721159402'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2010/07/debt-problem.html' title='ปัญหาหนี้สิน (Debt Problem) ถูกอายัดเงินเดือนกับการถูกไล่ออกจากงาน'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-2820216946961526256</id><published>2010-07-10T23:08:00.005+07:00</published><updated>2010-09-15T23:00:56.625+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>วิธีหาเงินใช้หนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt) และหนี้สินอื่นๆ</title><content type='html'>&lt;div style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;meta content="text/html; charset=utf-8" http-equiv="Content-Type"&gt;&lt;/meta&gt;&lt;meta content="Word.Document" name="ProgId"&gt;&lt;/meta&gt;&lt;meta content="Microsoft Word 10" name="Generator"&gt;&lt;/meta&gt;&lt;meta content="Microsoft Word 10" name="Originator"&gt;&lt;/meta&gt;&lt;style&gt;&lt;!-- /* Font Definitions */ @font-face	{font-family:"Angsana New";	panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4;	mso-font-charset:0;	mso-generic-font-family:roman;	mso-font-pitch:variable;	mso-font-signature:16777219 0 0 0 65537 0;} /* Style Definitions */ p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal	{mso-style-parent:"";	margin:0cm;	margin-bottom:.0001pt;	mso-pagination:widow-orphan;	font-size:12.0pt;	font-family:"Times New Roman";	mso-fareast-font-family:"Times New Roman";	mso-bidi-font-family:"Angsana New";	mso-fareast-language:EN-US;}@page Section1	{size:612.0pt 792.0pt;	margin:72.0pt 90.0pt 72.0pt 90.0pt;	mso-header-margin:36.0pt;	mso-footer-margin:36.0pt;	mso-paper-source:0;}div.Section1	{page:Section1;}--&gt;&lt;/style&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ปัญหาหนี้สินไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต&lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;Credit Card Debt&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;) หนี้เงินกู้ หนี้สินเชื่อเงินผ่อน ฯลฯ ล้วนเกิดจากการขาดส่งหรือการผ่อนชำระไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้กับเจ้าหนี้(ผิดนัดชำระหนี้) หากมองลงไปให้ลึกกว่านี้จะพบว่า ปัญหาหนี้สินแท้จริงเกิดจากการไม่มีเงินส่งหนี้ ทั้งนี้อาจเกิดจากปัญหาที่ตัวลูกหนี้เองไม่ว่าจะเป็นการตกงาน การใช้จ่ายเงินอย่างเกินตัว ความอยากมีอยากได้ รสนิยมสูงไม่สอดคล้องกับรายได้ที่ต่ำ ฯลฯ ทั้งหมดนี้ล้วนมีผลทำให้รายจ่ายมากกว่ารายได้จนไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามกำหนดตามมาด้วยการเริ่มผิดนัดชำระหนี้และกลายเป็นปัญหาหนี้สินในที่สุด&lt;/span&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc; font-size: small;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ในเมื่อปัญหาหนี้สินเกิดจาก &lt;/span&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;เงิน&lt;/span&gt;”&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #3d85c6;"&gt; &lt;/b&gt;หากจะแก้ปัญหาหนี้สินให้ตรงจุดก็ต้องแก้ที่ &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;“&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;วิธีการหาเงิน&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;”&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt; เพื่อมาใช้หนี้ว่าทำอย่างไรจึงจะมีรายรับมากกว่ารายจ่าย(รวมหนี้สินด้วย) รายรับที่พูดถึงบางคนอาจจะคิดว่าต้องเป็น &lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;“&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;เงินสด&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;”&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt; เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ววิธีหาเงินมาใช้หนี้นั้นอาจทำได้หลายๆวิธีประกอบกัน วิธีแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินอาจทำได้โดยการลดต้นทุนทางการเงินหรือค่าใช้จ่ายลงทำให้มีรายได้เหลือเพิ่มขึ้นจนนำมาใช้หนี้ได้ เพื่อหาทางแก้ปัญหาหนิ้สินให้ลองพิจารณาวิธีหาเงินเพื่อมาใช้หนี้ดังต่อไปนี้&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;1. วิธีหาเงินใช้หนี้โดยการใช้บ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน&lt;/b&gt; เพื่อขอสินเชื่อจากธนาคาร หากคุณมีบ้านที่ไม่ติดภาระจำนองใดๆหรือมีบ้านที่กำลังผ่อนชำระอยู่ก็อาจจะขอกู้เพิ่มจากธนาคารได้โดยขอกู้ในวงเงินที่สามารถนำมาแก้ไขปัญหาหนี้สินได้จบในคราวเดียวหรือวงเงินที่กู้มานั้นสามารถปิดบัญชีบัตรเครดิตหนี้สินต่างๆที่มีอยู่ได้ในครั้งเดียวจบ ลองคุยกับเจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารดูเพราะการใช้บ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันนั้นธนาคารคงไม่ปฏิเสธอยู่แล้วแต่ข้อควรระวังคือบ้านเป็นที่ซุกหัวนอน ดังนั้นคุณต้องมั่นใจว่าแหล่งรายได้ประจำของคุณ(เงินเดือน)มีความมั่นคงพอที่จะผ่อนชำระจนครบและได้กรรมสิทธิ์คืน หากตัดสินใจผิดพลาดไปแทนที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินได้อาจกลับกลายเป็นว่าหนี้เก่ายังไม่เคลียร์แถมยังเสียบ้านอีกต่างหาก คราวนี้ไม่มีแม้แต่ที่จะซุกหัวนอน ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบในวิธีหาเงินมาใช้หนี้ในกรณีนี้&lt;/span&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc; font-size: small;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;2. วิธีหาเงินใช้หนี้โดยการ &lt;/span&gt;“&lt;span lang="TH"&gt;ย้ายบ้าน&lt;/span&gt;”&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt; หรือเปลี่ยนที่อยู่ชั่วคราว&lt;/b&gt; เป็นวิธีแก้ปัญหาหนี้สินที่ทำได้โดยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายในเรื่องบ้านเพื่อทำให้เกิดส่วนต่างเป็นจำนวนเงินที่มากพอที่จะจ่ายชำระหนี้รายเดือนได้เพิ่มขึ้น วิธีหาเงินวิธีนี้ทำได้โดยการเอาบ้านของคุณที่อาศัยอยู่ในปัจจุบันมาปล่อยให้เช่าแล้วคุณย้ายไปเช่าหอพักหรืออพาร์ทเมนท์ในละแวกที่ทำให้เกิดความสะดวกและลดต้นทุนของคุณ(ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง+ค่าเช่า ฯลฯ)ให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้คุณต้องพิจารณาอย่างรอบคอบโดยคำนวณต้นทุน+ค่าใช้จ่ายต่างๆของทั้งที่อยู่เดิมและที่อยู่ใหม่มาเปรียบเทียบกันเพื่อดูว่าการตัดสินใจย้ายบ้านคร้งนี้จะสามารถหาเงิน(ส่วนต่าง)ได้จำนวนที่เพียงพอในการใช้หนี้หรือคุ้มค่าในการย้ายบ้านหรือไม่ อย่างไรก็ตามวิธีหาเงินโดยทำให้เกิดส่วนต่างจากการย้ายบ้านนั้นควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆประกอบด้วยเช่น การย้ายที่อยู่ใหม่ต้องใช้เวลาปรับตัวสักระยะหนึ่งและความเป็นอยู่อาจไม่สะดวกสบายเหมือนอยู่บ้านจึงต้องมีความอดทนเป็นพิเศษ นอกจากนี้คุณต้องมีวิธีที่ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีคนมาเช่าบ้านของคุณอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะครบสัญญา มิฉะนั้นแล้วคุณต้องรับภาระเพิ่มทั้งสองทางจึงต้องระวังในจุดนี้ด้วย&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;3. วิธีหาเงินใช้หนี้โดยการเปลี่ยนรถ&lt;/b&gt; วิธีนี้มีแนวคิดคล้ายๆกับการย้ายบ้านคือเป็นวิธีหาเงินส่วนต่างจากการเปลี่ยนรถยนต์เช่น ตอนนี้คุณใช้รถยนต์หรูมือหนึ่งก็ให้นำไปขายแล้วเปลี่ยนมาซื้อรถมือสองใช้แทนก็จะทำให้คุณมีเงินเหลือส่วนหนึ่งเพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตหรือหนี้สินอื่นๆได้ หากคุณใช้รถมือสองอยู่แล้วก็อาจตัดสินใจขาย(ลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแล)แล้วใช้บริการของรถสาธารณะแทนเพื่อนำเงินมาจ่ายชำระหนี้ให้จบสิ้นไป ทั้งนี้ต้องพิจารณาในเรื่องอื่นๆควบคู่กันไปด้วยเช่น รถยนต์มีความจำเป็นสำหรับคุณแค่ไหน คุณต้องใช้รถยนต์ในการประกอบอาชีพหรือไม่ บ้านของคุณอยู่ในซอยลึกและไม่มีรถสาธารณะผ่านหากเลิกงานดึกอาจมีปัญหาในการเดินทางกลับบ้าน ฯลฯ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #3d85c6;"&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;4. วิธีหาเงินใช้หนี้โดยการเปลี่ยนงานใหม่&lt;/span&gt; &lt;/b&gt;โดยงานใหม่มีรายได้ที่ดีกว่าก็ทำให้มีเงินเหลือเพื่อนำมาแก้ปัญหาหนี้สินได้ สาเหตุของการเปลี่ยนงานใหม่อาจเกิดจากงานเก่ามีภาระต้นทุนแฝงเช่น คนที่เป็นพนักงานขายต้องขับรถยนต์ไปติดต่อลูกค้า ถึงแม้จะเบิกค่าน้ำมันได้แต่ต้นทุนหลายอย่างที่คุณต้องรับไว้อย่างเลี่ยงไม่ได้เช่น ค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ค่าบำรุงรักษา ฯลฯ ยิ่งต้องใช้รถมากเท่าไหร่ค่าบำรุงรักษาก็จะมากขึ้นเป็นเงาตามตัว ดังนั้นหากคุณเปลี่ยนงานเป็นพนักงานที่ทำงานในสำนักงานแทนก็จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงไปได้&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;b style="color: #3d85c6;"&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #3d85c6;"&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;5. วิธีหาเงินใช้หนี้โดยการเล่นแร่แปรธาตุ&lt;/span&gt; &lt;/b&gt;นั่นคือการแปรวัตถุและข้าวของต่างๆให้เป็นเงิน โดยการสำรวจดูรอบๆตัวว่ามีข้าวของต่างๆที่แยกออกเป็นข้าวของที่จำเป็นต้องใช้กับข้าวของที่สามารถนำไปขายเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เช่น คอมพิวเตอร์พกพา ชุดเครื่องเสียง สร้อย แหวน นาฬิกา เสื้อผ้าแบรนด์เนมที่ไม่ใช้แล้ว ของสะสมต่างๆ ฯลฯ&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&amp;nbsp;&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span lang="TH" style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;วีธีต่างๆที่กล่าวมานี้&lt;/b&gt; เป็นวิธีหาเงินมาใช้แก้ปัญหาหนี้สิน สิ่งสำคัญที่อยากจะเตือนคือขณะนี้คุณกำลังหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สินอยู่ จงถามตัวคุณเองว่าตอนนี้คุณหยุดสร้างหนี้หรือยังและเงินทองทุกบาททุกสตางค์ที่คุณหามาได้นั้นคุณใช้เงินเหล่านั้นอย่างคุ้มค่าหรือเปล่า หากคุณกำลังใช้วิธีหาเงินตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้นอยู่แสดงว่าการแก้ปัญหาหนี้สินของคุณมาถูกทางแล้วและโอกาสของคุณที่จะหลุดพ้นจากวังวนของหนี้สินย่อมมีมากขึ้นแต่การแก้ปัญหาหนี้สินของคุณจะพบกับความล้มเหลวหรือความสำเร็จหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับคนเพียงคนเดียวเท่านั้นคือ....คุณ.&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;o:p&gt;&lt;/o:p&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-2820216946961526256?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/2820216946961526256'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/2820216946961526256'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2010/07/credit-card-debt.html' title='วิธีหาเงินใช้หนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt) และหนี้สินอื่นๆ'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-1751440865566778673</id><published>2010-03-04T22:02:00.002+07:00</published><updated>2010-09-15T23:04:59.304+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หนี้บัตรเครดิต'/><title type='text'>การใช้บัตรเครดิต (Using a Credit Card) คือการเอาเงินในอนาคตมาใช้</title><content type='html'>&lt;div style="font-family: inherit;"&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;ผู้ถือบัตรเครดิต(Credit Card Holder)&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt; บางคนใช้บัตรเครดิตเพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการซื้อสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่มีราคาแพง การถือเงินสดจำนวนมากๆไว้กับตัวย่อมมีความเสี่ยงต่อการถูกฉกชิงวิ่งราวได้ ผู้ถือบัตรเครดิตบางคนใช้บัตรเครดิตเป็นวงเงินสำรองหากเกิดกรณีฉุกเฉินหรือมีความจำเป็นต้องใช้เงินก็สามารถใช้บัตรเครดิตแก้ปัญหาได้ ผู้ถือบัตรบางคนก็ชอบการส่งเสริมการขายของบัตรเครดิตที่มีการสะสมคะแนนเพื่อนำไปแลกของรางวัลหรือแลกซื้อสินค้าราคาพิเศษ ในขณะที่ผู้ถือบัตรเครดิตบางคนใช้บัตรเครดิตเป็นวงเงินหมุนเวียนในการทำธุรกิจ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;การใช้บัตรเครดิตตามที่กล่าวมาข้างต้น&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt; ไม่ว่าจะใช้บัตรเครดิตด้วยเหตุผลใดก็ตาม สิ่งที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งและมีความสำคัญมากคือ การใช้บัตรเครดิตเป็นการเอาเงินในอนาคตมาใช้ ธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตก็ดีใจหายด้วยการเอาเงินมาให้ผู้ถือบัตรเครดิตใช้ล่วงหน้า หากผู้ถือบัตรเครดิตสามารถจ่ายชำระคืนตามกำหนดได้เต็มจำนวนก็เท่ากับว่าผู้ถือบัตรเครดิตยืมเงินจากผู้ออกบัตรเครดิตมาใช้ฟรีๆโดยไม่เสียดอกเบี้ย(ตามระยะปลอดดอกเบี้ย) แต่ในความเป็นจริงจะมีผู้ถือบัตรสักกี่เปอร์เซ็นต์ที่ทำได้แบบนั้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;ในความเป็นจริงแล้วพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิต&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;ของผู้ถือบัตรมักจะเพลิดเพลินกับความสะดวกสบายจากการใช้บัตรเครดิตจนเกิดเป็นความเคยชินกับการใช้เงินในอนาคต พฤติกรรมของผู้ถือบัตรเครดิตจะค่อยๆเปลี่ยนจากการจ่ายชำระเต็มจำนวนเป็นจ่ายชำระตามยอดที่เรียกเก็บขั้นต่ำ(10 %) โดยยอมให้ธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตคิดดอกเบี้ยตามยอดที่ค้างชำระอยู่ เมื่อมีครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ย่อมตามมา จากความตั้งใจว่าเดือนต่อไปจะจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตที่ค้างจากเดือนก่อนให้หมดแต่พอถึงเวลาก็มีความจำเป็นทำให้ต้องจ่ายแค่ยอดเรียกเก็บขั้นต่ำอีกจนได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;สิ่งที่จะเกิดตามมาคือ การใช้บัตรเครดิตเต็มวงเงิน&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;จนต้องหาทางแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิตด้วยการสมัครบัตรเครดิตใบที่ 2 เพื่อนำเงินมาหมุนเวียนโปะใช้หนี้บัตรเครดิตใบแรกแล้วก็กลับสู่วังวนการใช้บัตรเครดิตแบบเดิมๆ จากนั้นก็หาทางสมัครบัตรเครดิตใบใหม่ต่อไปและเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็จบลงด้วยการเป็นหนี้บัตรเครดิตก้อนโต&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;คนที่ขาดวินัยในการใช้บัตรเครดิต&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;เป็นความเสี่ยงที่น่ากลัวมาก การมีบัตรเครดิตเพียง 1 ใบก็เพียงพอแล้วสำหรับคนทำงานเงินเดือน 30,000 – 50,000 บาท วิธีง่ายๆในการป้องกันการใช้บัตรเครดิตเกินตัวคือ ทุกครั้งที่มีการใช้บัตรเครดิตให้ผู้ถือบัตรบังคับตัวเองโดยทำการกันเงินสดไว้เท่ากับจำนวนที่ใช้บัตรเครดิตไป ให้ทำแบบนี้ทุกครั้งที่มีการใช้บัตรเครดิต หากวันไหนคุณใช้บัตรเครดิตแล้วไม่มีเงินสดที่ต้องกันไว้ นั่นคือเวลาที่คุณต้องหยุดใช้บัตรเครดิตแล้ว การสร้างหนี้บัตรเครดิตไม่ใช่เรื่องสนุก ทุกข์ของคนเป็นหนี้บัตรเครดิตนั้นหนักหนาสาหัสมาก คุณจะเชื่อหรือไม่นั่นไม่ใช่ปัญหาแต่ขออย่างเดียวคือ อย่าลองเป็นหนี้บัตรเครดิตโดยเด็ดขาด.&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="font-family: inherit;"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-1751440865566778673?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/1751440865566778673'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/1751440865566778673'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2010/03/using-credit-card.html' title='การใช้บัตรเครดิต (Using a Credit Card) คือการเอาเงินในอนาคตมาใช้'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-7647877354766295604</id><published>2010-03-04T00:28:00.002+07:00</published><updated>2010-09-15T23:07:34.016+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วิธีรับมือการทวงหนี้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>การหนีหนี้ เบี้ยวหนี้ เป็นการแก้ไขปัญหาหนี้สิน(Debt Solutions) หรือไม่</title><content type='html'>&lt;div align="justify" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;ความเครียดและความทุกข์จากการเป็นหนี้&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้เงินกู้ ฯลฯ อาจทำให้ตัวลูกหนี้เองขาดสติและเกิดความท้อแท้จนหมดกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป ถึงแม้ตัวลูกหนี้ยังมีรายได้จากงานประจำอยู่แต่ด้วยหนี้สินที่รุมเร้าเข้ามาและดอกเบี้ยที่พอกพูนขึ้นเรื่อยๆทำให้ลูกหนี้ขาดสภาพคล่อง อึดอัดจนหายใจไม่ออก สุดท้ายก็เครียดจนเสียการเสียงานพาลถูกเจ้านายไล่ออกหรือด่วนตัดสินใจลาออกเองเพราะทนแรงกดดันไม่ไหวแล้วคิดหนีหนี้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;หากลูกหนี้คนใดกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;ขอให้ตั้งสติคิดให้รอบคอบถึงผลกระทบจากการหนีหนี้ยิ่งถ้าเป็นลูกหนี้ที่มีครอบครัวด้วยแล้วยิ่งต้องคิดให้รอบคอบมากขึ้นเป็นหลายเท่าตัว หากดูผิวเผินแล้วการหนีหนี้ดูเหมือนเป็นทางเลือกหนึ่งของการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ลองพิจารณาดูดีๆว่าการหนีหนี้จะทำให้ปัญหาหนี้สินหมดไปหรือจะเป็นการสร้างปัญหามากขึ้น&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;การหนีหนี้&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt; จะทำให้ลูกหนี้และครอบครัวต้องย้ายบ้านที่อยู่อาศัย จึงต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานที่และสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ลูกหนี้จะพบกับความไม่เคยชินและความไม่สะดวกหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการขาดความคุ้นเคยกับบุคคลและสถานที่ ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของลูกหนี้และคนในครอบครัว อีกทั้งเรื่องการปรับตัวการใช้ชีวิตและการหารายได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;การทำงานเลี้ยงตัวของลูกหนี้ที่หลบหนี้&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt; คงไม่มีความสะดวกเพราะจะทำงานกับบริษัทที่เข้าระบบไม่ได้อาจถูกเจ้าหนี้ตามเจอได้ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อเพื่อนฝูง การให้ที่อยู่หรือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์ก็ต้องคิดหน้าคิดหลังหลายๆตลบ แม้แต่การจะซื้อรถกระบะมือสองไว้ใช้ค้าขายสักคันก็ไม่อาจใช้ชื่อของลูกหนี้ได้เพราะต้องคอยระวังว่าเจ้าหนี้อาจตามสืบมาเจอได้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;ลูกหนี้ที่แก้ปัญหาหนี้สินด้วยการหนีหนี้&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;ยังต้องพบกับปัญหาการถูกโดดเดี่ยวแยกออกจากสังคมเพื่อนฝูงที่เคยคบหาและยังสูญเสียโอกาสในการทำงานที่ถนัด ลูกหนี้ที่เคยทำงานในบริษัทที่มั่นคงใหญ่โตแต่พอตัดสินใจหนีหนี้จึงต้องหันมาทำงานที่ไม่ได้เข้าระบบเช่น ค้าขายส่วนตัวซึ่งมีความเสี่ยงในเรื่องต่างๆเช่น ไม่มีความถนัดในงานใหม่ (ค้าขาย) รายได้ในช่วงเริ่มต้นอาจจะขาดทุนหรือน้อยกว่ารายได้ที่เคยทำงานประจำ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;ประการสุดท้ายที่สำคัญมากคือ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt; ลูกหนี้ที่หนีหนี้จะเสียโอกาสในการต่อสู้กับปัญหา(เจ้าหนี้) นั่นหมายความว่า ลูกหนี้ได้ปิดประตูยอมรับความพ่ายแพ้ไปเลยและต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆอีก 10 ปีจนกว่าอายุความจะหมด กว่าจะถึงวันนั้นตัวลูกหนี้เองจะอายุเท่าไหร่แล้วจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไร ลูกหนี้ที่คิดจะเลือกการหนีหนี้ต้องคิดให้รอบคอบถึงเหตุการณ์ในอนาคตตลอดจนผลกระทบทั้งกับตัวลูกหนี้เองและคนในครอบครัว ยังไงก็ขอให้เก็บทางเลือกนี้ไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายก็แล้วกัน.&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-7647877354766295604?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/7647877354766295604'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/7647877354766295604'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2010/03/debt-solutions.html' title='การหนีหนี้ เบี้ยวหนี้ เป็นการแก้ไขปัญหาหนี้สิน(Debt Solutions) หรือไม่'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-6028407330396312224</id><published>2009-11-29T22:06:00.003+07:00</published><updated>2010-09-15T23:11:15.192+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เงินด่วน-เงินกู้นอกระบบ'/><title type='text'>รัฐบาลกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ (Informal Debt Solution)</title><content type='html'>&lt;div align="justify" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;ข่าวการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของรัฐบาล&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;เริ่มจะมีความหวังปรากฏขึ้นมาแล้ว เมื่อรัฐบาลประกาศให้ผู้ที่มีหนี้นอกระบบและมีความประสงค์จะขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลให้ไปทำการลงทะเบียนหนี้นอกระบบได้ในช่วงวันที่ 1-30 ธันวาคม 2552 โดยรัฐบาลมองว่าปัญหาหนี้นอกระบบเป็นเรื่องของสังคม หากประชาชนมีหนี้นอกระบบก็จะทำให้ประชาชนไม่เข้มแข็งและประเทศชาติก็จะไม่เข้มแข็งตามไปด้วย รัฐบาลจึงยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือประชาชนที่มีปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;การช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;จะเริ่มจากการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปที่เป็นหนี้นอกระบบมาทำการลงชื่อขึ้นทะเบียนหนี้นอกระบบภายในเดือนธันวาคมนี้ แล้วรัฐบาลจะให้ความช่วยเหลือโดยผ่านทางธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรฯ(ธ.ก.ส.)เป็นตัวหลักเพื่อทำการแปลงหนี้นอกระบบที่ไปหยิบยืมเงินมาจากนอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบกับสถาบันการเงินของรัฐ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;รัฐบาลจะช่วยเหลือโดยการตั้งคณะเจรจาประนอมหนี้&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;ทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอเพื่อเชิญคู่กรณีซึ่งมีเจ้าหนี้นอกระบบและลูกหนี้นอกระบบมาเจรจาประนอมหนี้กันโดยความช่วยเหลือของสถาบันการเงินของรัฐ เจ้าหนี้นอกระบบก็จะได้รับเงินก้อนคืนพร้อมดอกเบี้ยตามความเหมาะสมโดยสถาบันการเงินของรัฐเป็นผู้จ่ายให้ก่อนส่วนลูกหนี้ที่เป็นหนี้นอกระบบก็จะเปลี่ยนมาเป็นหนี้สถาบันการเงินของรัฐแทนโดยได้รับเงื่อนไขพิเศษเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินให้บรรเทาลง ทั้งนี้รัฐบาลจำกัดวงเงินการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้รายละไม่เกิน 200,000 บาท&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;โครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt; หากทำได้สำเร็จก็จะเป็นการช่วยเหลือคนระดับรากหญ้าให้หลุดพ้นจากวังวนของหนี้นอกระบบให้ได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากเริ่มต้นชีวิตใหม่ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ในความเป็นจริงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบตามที่กล่าวมาจะสามารถทำได้จริงตามโครงการที่วางไว้หรือไม่ รัฐบาลมีมาตรการอะไรที่จะควบคุมให้การใช้งบประมาณเพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และให้เกิดประโยชน์กับคนระดับรากหญ้าที่เป็นหนี้นอกระบบโดยทั่วถึงอย่างแท้จริง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color: #33ccff; font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;การริเริ่มและแนวคิดของโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ&lt;/b&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt; เริ่มต้นได้ดีแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการช่วยเหลือคนที่เป็นหนี้นอกระบบ กระบวนการแก้ไขปัญหาหนี้สินอย่างเป็นระบบกำลังจะเริ่มต้นในเร็วๆนี้ท่ามกลางการรอคอยอย่างใจจดใจจ่อของกลุ่มคนที่เป็นหนี้นอกระบบและความหวังที่จะปลดหนี้นอกระบบให้สำเร็จ นั่นคือการคาดหวังแต่ในความเป็นจริงโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบจะทำได้สำเร็จหรือไม่อีกไม่นานคงได้รู้กัน.&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-6028407330396312224?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/6028407330396312224'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/6028407330396312224'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/11/informal-debt-solution.html' title='รัฐบาลกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ (Informal Debt Solution)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-642695384370983008</id><published>2009-11-29T09:24:00.005+07:00</published><updated>2011-09-10T14:46:02.795+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>ปัญหาเงินกู้นอกระบบ (Informal Debt Problem)</title><content type='html'>&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;      &lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;หนี้นอกระบบ (&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;Informal Debt&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt; เป็นคำพูดกว้างๆที่กล่าวถึงการหาเงินนอกระบบมาใช้เช่น แหล่งเงินกู้นอกระบบ เงินด่วนนอกระบบ สินเชื่อบุคคล ฯลฯ หนี้สินที่เกิดจากการไปขอกู้จากเจ้าหนี้ที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบที่ไม่ใช่สถาบันการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าหนี้ (&lt;/span&gt;Creditor&lt;span lang="TH"&gt;) เหล่านี้ไม่มีกฎหมายมารองรับและในลักษณะเดียวกันกฎหมายก็ไม่คุ้มครองลูกหนี้ (&lt;/span&gt;Debtor&lt;span lang="TH"&gt;) ที่ไปกู้เงินนอกระบบมาเหมือนกัน ลูกหนี้ส่วนมากที่ยอมกู้นอกระบบถึงแม้จะต้องถูกเจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยในอัตราสูงกว่าความเป็นจริงมากด้วยเหตุผลที่ว่าจำเป็นต้องกู้เพราะไม่อาจเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่เป็นสถาบันการเงินของรัฐได้&lt;/span&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ลูกหนี้ที่ไปกู้เงินจากแหล่งเงินกู้นอกระบบ&lt;/b&gt;มานั้นส่วนมากจะเป็นคนที่มีความรู้น้อยมีอาชีพหาเช้ากินค่ำ ค้าขายหาบเร่แผงลอย กรรมกร ชาวนา ชาวไร่ ฯลฯ มีรายได้น้อยไม่มีความรู้และที่สำคัญคือไม่มีข้อมูลทางการเงินหรือประวัติทางการเงินกับสถาบันการเงินใดๆ หากจะต้องทำเรื่องกู้เงินจากแหล่งเงินกู้ที่เป็นสถาบันก็อาจเกิดความท้อแท้เนื่องจากติดที่กฎระเบียบหรือเงื่อนไขที่ยุ่งยากอีกทั้งการกรอกแบบฟอร์มหรือใบสมัครก็เป็นเรื่องยากสำหรับคนที่มีความรู้น้อย ดังนั้นการกู้เงินในระบบจึงเป็นเรื่องที่เป็นความฝันเสียมากกว่าสำหรับคนระดับรากหญ้า&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;แต่สำหรับนายทุนที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบ&lt;/b&gt;ที่คนระดับรากหญ้าสามารถเข้าถึงได้ง่ายกว่าเนื่องจากคนที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบนั้นจะใช้วีธีบริการถึงที่หรือการเข้าถึงเพื่อขอกู้จากแหล่งเงินกู้นอกระบบจะทำได้ง่ายกว่าการขอกู้จากสถาบันการเงินที่กฎหมายรับรอง อีกทั้งการหาเงินกู้นอกระบบไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม ไม่ต้องมีประวัติทางการเงิน คนค้ำประกันไม่จำเป็น ไม่รู้หนังสือก็ใช้วิธีแปะโป้ง (ประทับลายนิ้วมือ) ซึ่งแตกต่างและได้รับความสะดวกสบายมากกว่า แม้ว่าเงื่อนไขในการใช้บริการเงินกู้นอกระบบไม่ว่าจะเป็นวงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ย (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Interest Rate&lt;span lang="TH"&gt;) จะถูกกำหนดโดยเจ้าหนี้เพียงฝ่ายเดียวแต่ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้นก็ทำให้คนระดับรากหญ้าส่วนมากยอมเป็นลูกหนี้ของแหล่งเงินกู้นอกระบบ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;แหล่งเงินกู้นอกระบบจะกำหนดอัตราดอกเบี้ย&lt;/b&gt;หรือคิดดอกเบี้ยที่สูงกว่าปกติมาก สำหรับคนที่หาเงินกู้นอกระบบแล้วสามารถจ่ายชำระคืนได้ทั้งต้นและดอกจนสามารถปลดหนี้นอกระบบได้นั้นก็ถือว่าแย่พออยู่แล้วเพราะต้องทำงานหาเงินมาใช้หนี้เงินกู้นอกระบบที่ดอกเบี้ยแพง (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;High Interest Rate&lt;span lang="TH"&gt;)&lt;span&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;แต่ลูกหนี้ (&lt;/span&gt;Debtor&lt;span lang="TH"&gt;) จำนวนไม่น้อยที่เกิดการผิดนัดชำระหนี้คือไม่สามารถส่งคืนให้แก่เจ้าหนี้นอกระบบได้ทันจึงต้องถูกคิดค่าปรับมหาโหดและได้พบกับวิธีติดตามทวงถามหนี้จากผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบที่ไม่ธรรมดาทำให้ได้รับความเดือนร้อนเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่ด้วยวาจา การยึดทรัพย์สินเพื่อใช้หนี้ การทำลายข้าวของและอาจรุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกายอีกด้วย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การคิดจะหาเงินกู้เพื่อก่อหนี้&lt;/b&gt;เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว หากต้องใช้บริการเงินด่วนนอกระบบ (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Fast Cash&lt;span lang="TH"&gt;) หรือหาเงินกู้นอกระบบอีกยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำ ส่วนมากลูกหนี้ที่เดินเข้าไปหาพวกปล่อยเงินกู้นอกระบบเพื่อเข้าถึงแหล่งเงินกู้และใช้บริการเงินกู้นอกระบบแล้วโอกาสที่จ่ายชำระหนี้หมดหรือปลดหนี้นอกระบบได้เป็นเรื่องที่มีโอกาสเป็นไปได้น้อย ดังนั้นหากใครคิดจะหาเงินกู้นอกระบบของให้คิดให้รอบคอบให้ตลอดรอดฝั่งจนสามารถปลดหนี้นอกระบบได้ อย่าลืมว่าการกู้เงินมีความเสี่ยงอยู่แล้วยิ่งเป็นการกู้นอกระบบด้วยจะยิ่งเสี่ยงมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้วข้างต้น&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;การแก้ปัญหาทางการเงิน (&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;Debt Problem Solutions&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt; ด้วยการพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบนั้นเป็นการแก้ปัญหาหนี้สินแบบเฉพาะหน้าเท่านั้นและปัญหาหนี้สินไม่ได้หมดไปจริงแต่ปัญหาจะเพิ่มมากขึ้นในระยะยาวเพราะการผิดนัดชำระหนี้นอกระบบเป็นอะไรที่ร้ายแรงอย่างมาก เจ้าหนี้เงินด่วนนอกระบบ เงินกู้นอกระบบจะติดตามทวงถามหนี้จนทำให้ลูกหนี้ประสาทเสียไม่เป็นอันทำงานชีวิตความเป็นอยู่ก็ไม่สงบสุขและอาจส่งผลไปถึงเรื่องความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของทั้งตัวคุณและครอบครัวอีกด้วย&lt;span&gt;&amp;nbsp; &lt;/span&gt;วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันปัญหาหนี้สินคือ อย่าสร้างหนี้โดยเด็ดขาด ให้อยู่อย่างพอเพียงมีแค่ไหนให้ใช้เท่าที่มี ลดความอยากมีอยากได้ลงให้มากแล้วคุณจะไม่เป็นเหยื่อของหนี้เงินกู้นอกระบบ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-642695384370983008?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/642695384370983008'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/642695384370983008'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/11/informal-debt-problem.html' title='ปัญหาเงินกู้นอกระบบ (Informal Debt Problem)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-8155863146336110189</id><published>2009-10-07T21:31:00.002+07:00</published><updated>2009-10-07T22:15:55.906+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>ไมโครไฟแนนซ์(Microfinance)กับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ</title><content type='html'>&lt;a href="http://debt-solution-reviews.blogspot.com/2009/10/inequality-and-microfinance.html"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5389876830723433426" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 400px; CURSOR: hand; HEIGHT: 100px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/Ssywa7Zg49I/AAAAAAAABPE/veSnyBrz88Y/s400/Microfinance-1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ไมโครไฟแนนซ์(Micorfinance)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;หรือที่เรียกอีกชื่อว่าไมโครเครดิต(Microcredit) เป็นสินเชื่อ(เงินกู้)ขนาดเล็ก จำนวนเงินไม่มากที่สถาบันไมโครไฟแนนซ์(Microfinance Institutions)เป็นผู้ให้บริการด้านการเงินโดยปล่อยกู้ให้กับคนที่มีฐานะยากจน รายได้น้อยและไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นสถาบันการเงินได้เพื่อนำเงินไปขยายธุรกิจและเสริมสร้างรายได้ให้เพิ่มขึ้น&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;สถาบันไมโครไฟแนนซ์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;เป็นผู้ให้บริการด้านการเงินแก่ผู้ที่มีฐานะยากจนและมีรายได้ต่ำ สถาบันไมโครไฟแนนซ์อาจเป็นสหกรณ์ เครดิตยูเนี่ยน ธนาคารต่างๆที่มักเป็นธนาคารของรัฐเช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธ.ก.ส.) รวมถึงหน่วยงานใดก็ตามที่ทำกิจกรรมเกี่ยวกับบริการด้านการเงินแก่คนที่มีฐานะยากจนเช่น เอ็นจีโอ มูลนิธิ ฯลฯ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;คนยากจนและมีรายได้ต่ำ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ที่เป็นลูกค้าของไมโครไฟแนนซ์จะมีลักษณะดังนี้คือ ประกอบธุรกิจ ค้าขาย เป็นนายจ้างของตนเองโดยประกอบธุรกิจขนาดเล็กในชุมชนที่ยากจน อาจเป็นการเกษตรขนาดเล็กที่ทำเพื่อนำผลผลิตไปขายเลี้ยงชีพ ทำการค้าขายเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับการทำอาหาร บริการต่างๆ ช่าง แม่ค้าขายของริมถนน แผงลอย ฯลฯ คนเหล่านี้ถึงแม้จะมีงานทำแต่มีรายได้น้อย ยากจนไม่มีความมั่นคงในฐานะการเงินแต่มีความต้องการเงินจำนวนหนึ่งเพื่อนำมาขยายงานค้าขายนั้นให้มีรายได้เพิ่มขึ้น&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;สินเชื่อไมโครไฟแนนซ์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;เป็นเครื่องมือให้กับคนยากจนให้สามารถสร้างธุรกิจ ขยายงานของพวกเขาให้มีรายได้เพิ่มขึ้นเช่น แม่บ้านที่มีฝีมือในการทอผ้าได้สวยงาม ทำขนมได้อร่อย แต่ขาดเงินทุนในการซื้อเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์และวัตถุดิบจึงไม่สามารถสร้างรายได้ขึ้นมาได้ทั้งๆที่มีฝีมือ ไมโครไฟแนนซ์จึงเป็นการให้สินเชื่อเป็นเงินทุนก้อนเล็กๆที่เปรียบเสมือนน้ำมันหล่อลื่นที่หยอดเข้าไปในเครื่องจักรให้สามารถทำงานต่อไปได้&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;สินเชื่อไมโครไฟแนนซ์กับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เมื่อต้องการเงินทุน(แม้จำนวนไม่มาก)ในการขยายงานเพื่อเพิ่มรายได้แต่เนื่องจากคนเหล่านี้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่มีเครดิต ไม่มีประวัติทางการเงินและไม่มีความมั่นคงของงานที่ทำจึงทำให้ไม่สามารถเข้าถึงสถาบันการเงินที่เป็นแหล่งของเงินทุนได้ การพยายามเพื่อแก้ไขปัญหาของคนเหล่านี้ที่ต้องการเงินทุนจึงหนีไม่พ้นการหันหน้าไปพึ่งพาบริการเงินกู้นอกระบบ สร้างหนี้นอกระบบจนทำให้เกิดเป็นปัญหาหนี้สินนอกระบบตามมา ปัญหาเก่าที่ควรจะได้รับการแก้ไขกลับถูกทับโถมจากปัญหาใหม่(หนี้นอกระบบ)ขึ้นมา เนื่องจากคนที่ยากจนรายได้น้อยอยู่แล้วไปกู้เงินนอกระบบที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ยในอัตราที่แพงกว่าปกติมาก&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;เมื่อมีไมโครไฟแนนซ์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ทำให้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของคนที่ยากจนทำได้ง่ายขึ้น การกู้เงินจากสถาบันไมโครไฟแนนซ์จะเสียดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำกว่าการกู้เงินนอกระบบ สินเชื่อไมโครไฟแนนซ์จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่าของกลุ่มคนยากจนรายได้ต่ำที่ต้องการเงินทุนมาขยายงาน หากสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจะทำให้ปัญหาหนี้นอกระบบลดลงได้อย่างแน่นอน&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;สถาบันไมโครไฟแนนซ์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;โดยเฉพาะธนาคารของรัฐเช่น ธนาคารออมสิน ธกส. ธนาคารกรุงไทย เริ่มปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าไมโครไฟแนนซ์ไปบ้างแล้ว สินเชื่อไมโครไฟแนนซ์เป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับคนระดับรากหญ้าซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ โครงการดีๆที่เป็นประโยชน์เหล่านี้เป็นเหมือนแสงสว่างที่ให้ความหวังกับกลุ่มคนระดับรากหญ้าว่า ไมโครไฟแนนซ์จะช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ทำให้คนยากจนที่มีรายได้น้อยมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นั่นคือการคาดหวังจากไมโครไฟแนนซ์ ส่วนจะเป็นจริงได้หรือไม่นั้นต้องคอยดูกันต่อไป.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-8155863146336110189?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/8155863146336110189'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/8155863146336110189'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/10/microfinance.html' title='ไมโครไฟแนนซ์(Microfinance)กับการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/Ssywa7Zg49I/AAAAAAAABPE/veSnyBrz88Y/s72-c/Microfinance-1.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-327014192094835869</id><published>2009-06-24T23:10:00.005+07:00</published><updated>2009-10-07T21:31:30.856+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><title type='text'>เจ้าหนี้(Creditor)กับลูกหนี้(Debtor) ใครน่าเห็นใจมากกว่ากัน</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ปัญหาระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;เกิดขึ้นได้เสมอตราบใดที่คนเรายังมีความต้องการใช้เงินอยู่(ต้องกินต้องใช้) สำหรับคนธรรมดาคงไม่มีใครอยากเปลี่ยนสถานะของตนเองเป็นลูกหนี้โดยไม่จำเป็น คนที่มีสถานะเป็นลูกหนี้ขอบอกเลยว่าไม่ได้เต็มใจจะเป็นลูกหนี้เลย ส่วนคนที่เป็นเจ้าหนี้ส่วนมากจะถูกมองว่าเป็นความยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามต่อบรรดาลูกหนี้ทั้งหลาย&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;แต่ในความเป็นจริงแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ทุกข์ของเจ้าหนี้ก็มีมิใช่น้อยเลยเหมือนกับที่ใครๆก็คิดว่า คนรวยมีเงินมากมาย ไม่มีหนี้สิน มีเงินใช้ มีความสุขจะตาย แต่พอมองในอีกมุมหนึ่งก็จะพบว่า ทุกข์ของคนรวยก็มีแต่อาจจะแตกต่างไปจากทุกข์ของคนจน อย่าลืมขึ้นชื่อว่า “ทุกข์” หรือ “ปัญหา” ย่อมนำมาซึ่งความเดือดเนื้อร้อนใจ ทั้งสิ้น ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นใคร “เจ้าหนี้” หรือ “ลูกหนี้”ต่างก็มีทุกข์เหมือนกัน&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ในมุมมองของเจ้าหนี้ที่มีต่อลูกหนี้คือ ธุรกิจ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เมื่อลูกหนี้ต้องการยืมเงินไปใช้ก็ต้องคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เงินทองของใครๆก็หวง กว่าจะหามาได้ก็แสนยากเย็น เจ้าหนี้ปล่อยกู้เพราะต้องการดอกเบี้ย หากลูกหนี้กู้ยืมเงินไปใช้แล้วเบี้ยวไม่ยอมใช้คืน ย่อมทำให้เกิดความไม่พอใจแก่เจ้าหนี้ จึงต้องหาวิธีติดตามหนี้คืนมาให้จงได้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ในมุมมองของลูกหนี้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; หากไม่มีความจำเป็นจริงๆ ก็ล้วนไม่อยากกู้ยืมเงินมาใช้จนต้องกลายเป็นลูกหนี้ เมื่อลูกหนี้ตัดสินใจกู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้มาแล้ว ความตั้งใจเดิมของลูกหนี้ก็คือ ค่อยๆ ผ่อนชำระคืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยจนครบทุกงวด แต่ว่าอนาคตเป็นของไม่แน่นอนเมื่อลูกหนี้มีปัญหาทางการเงินจนไม่สามารถจ่ายชำระคืนให้แก่เจ้าหนี้ได้ จึงกลายเป็นปัญหาหนี้สินที่ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ปัญหาหนี้สิน(Debt Problem)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ที่เกิดขึ้นส่วนมากจะเกิดจากความไม่พอดีของโลกเราคือ ถ้าเจ้าหนี้ที่ดีเจอกับลูกหนี้ที่ดีหรือ เจ้าหนี้สุดเคี่ยวเจอกับลูกหนี้จอมเบี้ยว จึงจะถูกฝาถูกตัวแต่ในความเป็นจริงแล้วส่วนมาก ลูกหนี้ที่ดีมักจะเจอกับเจ้าหนี้สุดเคี่ยว หรือลูกหนี้จอมเบี้ยวจะเจอกับเจ้าหนี้ที่ดี ปัญหาการติดตามหนี้สุดโหดหรือการฟ้องร้องจนเป็นคดีความระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้จึงต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ลูกหนี้กับเจ้าหนี้ใครจะน่าเห็นใจกว่ากัน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; อาจพูดได้ว่าเป็นปัญหาโลกแตกคือไม่มีคำตอบที่แน่นอน การจะตัดสินว่าน่าจะเห็นใจใครมากกว่ากัน อาจพูดได้ว่าเป็นปัญหาโลกแตกคือไม่มีคำตอบที่แน่นอน การจะตัดสินว่าน่าจะเห็นใจใครมากกว่ากันระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป ถ้าพูดอย่างกว้างๆ คงมีข้อโต้แย้งกันจนไม่อาจหาข้อสรุปได้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ในเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ทางออกที่ดีที่สุดก็คือการประนีประนอม ถ้อยทีถ้อยอาศัย หันหน้ามาพูดคุยกันไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้จะทำอะไรก็ทำแต่พอควร ยึดหลัก “ทางสายกลาง” เอาไว้ หลักแห่งความพอดี ไม่ว่าลูกหนี้ เจ้าหนี้ หรือใครก็ตามที่นำไปใช้จะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้ ไม่จำเป็นว่าเป็นปัญหาเรื่องหนี้สินเท่านั้น ปัญหาอื่นๆ ทุกปัญหาก็สามารถแก้ไขได้หากคู่กรณีหันหน้ามาพูดคุย ประนีประนอมและมีความตั้งใจจริงที่จะแก้ใขปัญหาให้เสร็จสิ้น ปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางออกและจบลงโดยสันติ.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-327014192094835869?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/327014192094835869'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/327014192094835869'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/06/creditordebtor.html' title='เจ้าหนี้(Creditor)กับลูกหนี้(Debtor) ใครน่าเห็นใจมากกว่ากัน'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-485434395499306034</id><published>2009-05-03T11:26:00.002+07:00</published><updated>2009-05-03T11:30:21.364+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>จับจุดอ่อนของเจ้าหนี้เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน(Debt Solution)</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ปัญหาหนี้สินระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ถ้าดูเพียงผิวเผินแล้วไม่ว่าใครๆก็คิดว่าเจ้าหนี้ต้องเป็นฝ่ายได้เปรียบเสมอ แต่ในความเป็นจริงที่คนส่วนมากมักมองข้ามไปคือ คนทุกคนจะมีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนเสมอ ไม่มีใครที่สมบูรณ์เต็มร้อย ลูกหนี้ที่รู้ตัวว่าตกอยู่ในสถานะที่ต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหนี้ ลองมองหาจุดอ่อนของเจ้าหนี้เพื่อนำมาทำให้กลายเป็นจุดแข็ง(ข้อได้เปรียบ)ของเราหรือใช้ประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ลูกหนี้ส่วนมากที่มีปัญหาหนี้สินกับเจ้าหนี้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; มักจะรู้สึกท้อแท้และหมดหวัง สิ่งที่ลูกหนี้คิดว่าจะเกิดตามมาในอนาคตอันใกล้คือ ถูกฟ้องร้อง มีหมายศาลมาถึงบ้าน แพ้คดี ถูกบังคับคดี อายัดเงินเดือน ยึดทรัพย์ ทรัพ่ย์สินถูกขายทอดตลาด เป็นบุคคลล้มละลาย ฯลฯ นั่นเป็นการคาดการณ์ของลูกหนี้ที่ท้อแท้และสิ้นหวัง หากคุณคิดเหมือนที่กล่าวมาข้างต้นคุณก็จะมีสภาพไม่แตกต่างไปจากสิ่งที่คุณคิด แต่หากคุณคิดแตกต่างจากที่ลูกหนี้ทั่วไปเขาคิดกัน คุณอาจจะมองเห็นทางออกของปัญหาหนี้สินที่คุณกำลังเผชิญอยู่ก็ได้ ลองมองหาจุดอ่อนของเจ้าหนี้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์กันดีกว่า&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;จุดอ่อนของเจ้าหนี้ที่พบได้บ่อยคือ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; คดีความหนี้สินมีจำนวนมากจนดูแลไม่ทั่วถึง ส่งฟ้องไม่ทัน จากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันนี้มีทั้งหนี้เสียและหนี้ที่กำลังจะเสียรอคิวอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหนี้รายใหญ่ๆที่มีการจัดการหนี้สินไม่เป็นระบบทำให้เกิดจุดอ่อนในการส่งฟ้องไม่ทัน(คดีความหมดอายุ) แต่ลูกหนี้ก็อย่าเพิ่งดีใจเพราะกฎหมายยังเปิดทางให้เจ้าหนี้สามารถฟ้องคดีหนี้สินที่คดีขาดอายุความแล้วได้ ตราบใดที่ไม่มีการทักท้วงจากลูกหนี้ หากลูกหนี้มีการทำการบ้านสักนิดและหาจุดอ่อนของเจ้าหนี้ในจุดนี้เจอและยกเรื่องคดีความหมดอายุขึ้นทักท้วงต่อศาลจะทำให้ศาลยกฟ้องได้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;จุดอ่อนของเจ้าหนี้อีกจุดหนึ่งคือ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เนื้อหาของตัวสัญญาหนี้สินไม่รัดกุมเช่น สัญญากู้ยืมที่ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่าลูกหนี้ได้รับเงินที่กู้ไปแล้วหรือขาดตกบกพร่องในสาระสำคัญที่สัญญากู้ยืมควรจะมี อาจทำให้สัญญากู้ยืมนั้นไม่มีผลทางกฎหมายจึงไม่สามารถฟ้องร้องลูกหนี้ได้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;นี่เป็นตัวอย่างจุดอ่อนของเจ้าหนี้ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; นอกจากนี้ยังมีจุดอ่อนของเจ้าหนี้ในอีกหลายๆจุด ลูกหนี้ที่กำลังจะถูกฟ้องร้องหรือมีปัญหาหนี้สินกับเจ้าหนี้ ย่อมมีความวิตกกังวล ท้อแท้ถึงอนาคตของตนเอง ลองตั้งสติให้ดีหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สิน ทำการบ้าน ศึกษาข้อมูล และรายละเอียดให้มากเข้าไว้ คุณอาจจะเจอทางออกของปัญหาหนี้สินด้วยตัวคุณเอง คำกล่าวที่ว่า &lt;strong&gt;“ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”&lt;/strong&gt; ยังคงใช้ได้เสมอ.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-485434395499306034?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/485434395499306034'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/485434395499306034'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/05/debt-solution.html' title='จับจุดอ่อนของเจ้าหนี้เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สิน(Debt Solution)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-8003417894751013997</id><published>2009-03-22T19:42:00.002+07:00</published><updated>2009-10-27T18:46:25.918+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เงินด่วน-เงินกู้นอกระบบ'/><title type='text'>หนี้นอกระบบ(Informal debt) แตกต่างกับหนี้ในระบบอย่างไร</title><content type='html'>&lt;a href="http://debt-solution-reviews.blogspot.com/2009/10/what-are-best-debt-solutions.html"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5397244539359054754" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 400px; CURSOR: hand; HEIGHT: 91px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/SubdUA5py6I/AAAAAAAABPc/IKdD9ClSGLk/s400/Informal-debt.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;หนี้สินที่เกิดขึ้นกับลูกหนี้ทั้งหลายอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;คือหนี้ในระบบกับหนี้นอกระบบ หนี้ในระบบเป็นหนี้ที่ลูกหนี้ทำกับสถาบันการเงินหรือธนาคารที่มีกฎหมายรับรองและควบคุมอยู่ ส่วนหนี้นอกระบบเป็นหนี้ที่เกิดจากลูกหนี้ไม่สามารถกู้กับสถาบันการเงินหรือธนาคารได้จึงต้องเลี่ยงไปใช้บริการหนี้นอกระบบ ความแตกต่างระหว่างหนี้ในระบบกับหนี้นอกระบบมีดังนี้คือ&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;หนี้ในระบบจะมีกฎหมายควบคุมอยู่&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นเจ้าหนี้ ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกัน ฯลฯ จะต้องปฏิบัติและได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายอย่างยุติธรรม กฎเกณฑ์ กติกา เงื่อนไขและข้อบังคับต่างๆ ของหนี้ในระบบจะมีความยุติธรรมไม่มีการเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน เมื่อมีปัญหาหนี้สินเช่นปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ขึ้นมาก็มีขั้นตอนและกระบวนการในการดำเนินการตามกฎหมายที่ชัดเจนแบบตรงไปตรงมา หนี้ในระบบหากฟ้องร้องแล้วก็จะมีการบังคับจำนองหรือขายทอดตลาดสินทรัพย์หรือหลักประกันไปตามขั้นตอน ทั้งฝ่ายลูกหนี้และเจ้าหนี้ก็ได้รับโอกาสที่จะต่อสู้กันในศาลได้อย่างเท่าเทียมกันไม่มีความเหลื่อมล้ำและอยู่ภายใต้กฎหมายเหมือนกัน&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;หนี้นอกระบบ ลูกหนี้ที่เป็นหนี้นอกระบบส่วนมาก&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;เป็นคนที่ไม่มีความรู้และไม่สามารถกู้หนี้ในระบบได้ จึงต้องหันไปใช้บริการของหนี้นอกระบบที่เจ้าหนี้นอกระบบจะเป็นผู้กำหนดกฏเกณฑ์ กติกา เงื่อนไขต่างๆตามความพอใจ การเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าหนี้นอกระบบ เริ่มตั้งแต่การปล่อยกู้มักจะปล่อยกู้โดยไม่มีสัญญาหรือหลักฐานใดๆแล้วมักตามเก็บเงินค่าผ่อนชำระรายวัน ดอกเบี้ยที่คิดจากลูกหนี้ก็แพง(อย่างโหด)กว่าอัตราดอกเบี้ยของหนี้ในระบบมาก&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;หนี้นอกระบบในรายที่มีการทำสัญญาเงินกู้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เจ้าหนี้มักจะเป็นผู้กำหนดรายละเอียดโดยอาศัยช่องว่างหรือจุดอ่อนของลูกหนี้ที่ไม่รู้หนังสือ ไม่มีความรู้ทางด้านกฎหมาย ลูกหนี้นอกระบบส่วนมากจึงต้องพบกับปัญหาต่างๆดังนี้เช่น การถูกคิดดอกเบี้ยจากเจ้าหนี้นอกระบบแพงกว่าปกติ การเขียน(จำนวนเงิน)สัญญาเงินกู้เกินจริง การทำสัญญาจดจำนองหรือขายฝากด้วยยอดเงินที่สูงกว่าความเป็นจริง&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ที่สำคัญที่สุดที่ทำให้ลูกหนี้ตกอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;แก่เจ้าหนี้นอกระบบอย่างมากคือ ลูกหนี้ที่ต้องการกู้เงินจากเจ้าหนี้นอกระบบต้องไว้ใจ เชื่อใจเจ้าหนี้ โดยการเซ็นชื่อในสัญญาเงินกู้โดยที่ไม่ได้ดูรายละเอียดในสัญญาเงินกู้ว่าถูกต้องตรงตามความเป็นจริงหรือไม่ บางรายด้วยความเดือดร้อนมีความจำเป็นต้องใช้เงินถึงกับต้องยอมเซ็นชื่อในสัญญาเงินกู้ที่ว่างเปล่า หากลูกหนี้ทักท้วงหรือมีปัญหาก็จะเจอกับคำพูดที่ว่า “แค่นี้ไม่ไว้ใจกัน ไม่เอาก็ไม่เป็นไร” เจอไม้นี้เข้าลูกหนี้ก็เสร็จเจ้าหนี้นอกระบบทุกราย&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ลูกหนี้ที่เลือกทางเดินการเป็นหนี้นอกระบบ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;มักจะจบลงด้วยเลือดและน้ำตา สูญเสียทรัพย์สินที่อุตส่าห์เก็บออมมา เจ้าหนี้นอกระบบมักมีวิธีการทวงหนี้โดยทีมงานทวงหนี้ที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่สารพัด ทำร้ายร่างกาย ลูกหนี้สาวๆหน้าตาดีๆก็ต้องเอาตัวไปขัดดอกกับเจ้าหนี้นอกระบบ ลูกหนี้นอกระบบบางคนที่ทนอับอายไม่ไหวจนต้องฆ่าตัวตายก็มี ดังนั้นหากจะเป็นหนี้แล้วขอให้เป็นหนี้ในระบบ แต่จะให้ดีที่สุดคือ ไม่ต้องมีหนี้จะดีกว่าไม่ว่าจะเป็นหนี้ในระบบหรือหนี้นอกระบบ โดยยึดคำกล่าวที่ว่า “ความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ” จริงๆ.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-8003417894751013997?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/8003417894751013997'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/8003417894751013997'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/03/informal-debt.html' title='หนี้นอกระบบ(Informal debt) แตกต่างกับหนี้ในระบบอย่างไร'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/SubdUA5py6I/AAAAAAAABPc/IKdD9ClSGLk/s72-c/Informal-debt.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-7604421551405457989</id><published>2009-03-11T00:00:00.001+07:00</published><updated>2009-10-03T21:56:17.751+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>การตรวจสอบข้อมูลเครดิตกับเครดิตบูโร(Credit Bureau)</title><content type='html'>&lt;a href="http://debt-solution-reviews.blogspot.com/2007/12/credit-repair-how-to-deal-with-credit.html"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5388387462954876114" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 400px; CURSOR: hand; HEIGHT: 100px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/Ssdl2UGX_NI/AAAAAAAABN0/qRrV6iZVIfk/s400/Deal-with-Credit-Bureau.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลเครดิตคืออะไร&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;และจะขอดูหรือตรวจสอบข้อมูลเครดิตได้อย่างไร เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าบางครั้งร้อยวันพันปีไม่เคยมีปัญหาหนี้สินกับใครที่ไหนเลยแต่พอคิดอยากได้ของใช้ขึ้นมาสักชิ้นหนึ่งที่มีราคาแพงหน่อยทำให้ไม่สามารถซื้อเป็นเงินสดได้ แต่ด้วยความอยากได้ก็เลยต้องยอมสร้างหนี้สินโดยขอใช้บริการสินเชื่อกับสถาบันการเงินด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยมว่า จะได้ของใช้ที่อยากได้มาครอบครองอย่างแน่นอน แต่ฝันต้องสลายเมื่อถูกปฏิเสธสินเชื่อโดยอ้างถึงการตรวจสอบข้อมูลเครดิตจากบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ(เครดิตบูโร) อย่าปล่อยให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับคุณโดยเด็ดขาด&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ข้อมูลเครดิตของบุคคลธรรมดา&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ที่เคยใช้บริการสินเชื่อกับสถาบันการเงินต่างๆ จะถูกส่งโดยสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้มาเก็บรวบรวมอยู่กับทางเครดิตบูโรและจะมีการปรับปรุง(อัพเดท)ข้อมูลเครดิตอยู่เป็นระยะๆ เพื่อประโยชน์ในการใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นศูนย์กลางข้อมูลเครดิตเพื่อพิจารณาอนุมัติสินเชื่อโดยสถาบันการเงินนั้นๆ หากคุณเคยมีหนี้สินกับทางสถาบันการเงิน ประวัติการชำระหนี้สินรวมทั้งรายละเอียดจะถูกส่งมาเก็บรวบรวมที่เครดิตบูโร(ศูนย์ข้อมูลเครดิต) ไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นหนี้เสียจะถูกบันทึกไว้เช่นกัน ในเวลาต่อมาถ้าคุณสามารถจ่ายชำระหนี้สินได้หมดแล้ว สถาบันการเงินที่เคยเป็นเจ้าหนี้ของคุณมีหน้าที่ส่งข้อมูล(การหมดหนี้)ของคุณไปปรับปรุงให้ถูกต้องตามความเป็นจริงที่เครดิตบูโรเพื่อความถูกต้องของข้อมูลเครดิต&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;แต่ในความเป็นจริงการปรับปรุงหรือแก้ไขข้อมูลเครดิต&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานจนบางครั้งทำให้เกิดผลเสียกับลูกหนี้ ตามความเป็นจริงเมื่อลูกหนี้จ่ายชำระหนี้เก่าหมดแล้วและต้องการขอสินเชื่อใหม่เพื่อนำไปลงทุนหรือทำธุรกิจอะไรก็ตาม ลูกหนี้ควรได้รับการอนุมัติสินเชื่อนั้น แต่ด้วยความล่าช้าในการปรับปรุงข้อมูลเครดิตทำให้ข้อมูลเครดิตที่สถาบันการเงินนำใช้ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อนั้นไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง ผลก็คือ “ไม่อนุมัติ” ทำให้เกิดความเสียหายกับตัวลูกหนี้&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ดังนั้นการตรวจสอบข้อมูลเครดิตจึงมีความสำคัญมาก&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; บุคคลธรรมดาที่เคยใช้บริการสินเชื่อของสถาบันการเงินต่างๆ ทั้งที่จ่ายชำระหนี้หมดแล้วหรือยังเป็นหนี้อยู่ก็ตาม ควรหาเวลาตรวจสอบข้อมูลเครดิตบ้างเพื่อดูว่าข้อมูลเครดิตของคุณที่เก็บอยู่กับเครดิตบูโรนั้นถูกต้องตรงกับความเป็นจริงไหม หากมีข้อผิดพลาดจากการตรวจสอบข้อมูลเครดิตให้รีบทำการทักท้วงโดยยื่นเป็นหนังสือพร้อมเอกสารที่เป็นหลักฐานยืนยันความถูกต้องของข้อมูลเครดิตของคุณ หากข้อมูลเครดิตถูกต้องก็ไม่มีปัญหาแต่ถ้าตรวจสอบแล้วข้อมูลเครดิตของคุณไม่ถูกต้องก็อาจจะเกิดผลเสียต่างๆกับคุณได้เช่น การขอสินเชื่อแล้วถูกปฏิเสธทำให้เสียเวลา- อารมณ์และเสียโอกาสที่ดีๆไปอย่างน่าเสียดาย.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-7604421551405457989?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/7604421551405457989'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/7604421551405457989'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/03/credit-bureau.html' title='การตรวจสอบข้อมูลเครดิตกับเครดิตบูโร(Credit Bureau)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/Ssdl2UGX_NI/AAAAAAAABN0/qRrV6iZVIfk/s72-c/Deal-with-Credit-Bureau.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-5772183796167334310</id><published>2009-02-26T18:10:00.003+07:00</published><updated>2009-08-29T02:50:49.565+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เมื่อขึ้นศาลเป็นคดีความ'/><title type='text'>เมื่อลูกหนี้ต้องไปศาล ยังไงก็ต้องไปศาลอย่านิ่งนอนใจ</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;เมื่อมีหมายศาลส่งมาถึงบ้านแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; อย่าทำเพิกเฉย ให้เตรียมตัวไปศาลตามนัดในหมายศาล เหตุผลในการไปศาลคือลูกหนี้ต้องสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิ์และความถูกต้องของตนเอง การที่ลูกหนี้ไม่ไปศาลมีแต่จะเสียเปรียบเจ้าหนี้ทำให้เหตุการณ์แย่หนักกว่าเดิม ให้ลูกหนี้จำไว้เลยว่ายังไงก็ต้องไปศาลอย่าเพิกเฉยเพราะหากลูกหนี้ไม่ไปศาล ศาลจะตัดสินไปตามคำฟ้องที่เจ้าหนี้ยื่นต่อศาล&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;เมื่อลูกหนี้ได้รับหมายศาล&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ให้ดูรายละเอียดตามหมายนัดของศาลว่าให้ไปศาลไหน(สถานที่) วัน เวลา ต้องไปให้ถูกต้องตรงวัน ถ้ามีเหตุจำเป็นในวัน-เวลาที่ศาลนัดให้ติดต่อขอเลื่อนการพิจารณาคดีออกไปได้ อย่ากลัวที่จะไปศาล ยอมเสียเวลาไปศาลเพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวลูกหนี้เอง การไปศาลครั้งแรกของลูกหนี้ย่อมมีความวิตกกังวลและกลัว ขอให้รู้ไว้ว่าการไปศาลไม่ใช่เรื่องแปลกโดยเฉพาะการไปศาลตามคดีแพ่ง รับรองว่าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอย่างแน่นอน&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ก่อนไปขึ้นศาล ลูกหนี้ต้องทำการบ้านสักนิดคือ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ตรวจสอบรายละเอียดและความถูกต้องในหมายศาล นั่นคือสำนวนที่โจทก์(เจ้าหนี้)ฟ้องลูกหนี้ในเรื่องต่อไปนี้คือ คดีความหมดอายุหรือยัง ดูจำนวนเงิน(ยอดหนี้)ที่ฟ้องว่าถูกต้องหรือว่าฟ้องเกินยอดหนี้จริงหรือไม่ ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม เบี้ยปรับต่างๆ ในการที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้สูงกว่าที่ตกลงในสัญญาหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้ดูว่าสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ หากมีสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงลูกหนี้มีสิทธิ์ทักท้วงหรือร้องต่อศาลได้ แต่ลูกหนี้จะพูดลอยๆไม่ได้ต้องมีหลักฐานเป็นเอกสารที่น่าเชื่อถือประกอบ การทักท้วงเป็นการยื้อเวลาไปได้อีกนานพอสมควร&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;วันไปขึ้นศาลให้ทำใจเย็นๆไว้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; อย่าลืมนำบัตรประจำตัวประชาชนไปด้วย ให้ไปก่อนเวลาที่ศาลนัดสักครึ่งชั่วโมงเพื่อไปตรวจสอบว่าคดีของเราอยู่ห้องพิจารณาไหน บัลลังก์ไหน ตึกไหน ชั้นไหน ให้ดูได้ที่ประกาศกระดานนัดโดยถามเจ้าหน้าที่ภายในศาลได้ ถ้าลูกหนี้มีข้อทักท้วงหรือประสงค์จะสู้คดีก็แจ้งต่อศาลได้เลยแต่ต้องมีเหตุผลและหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ หากลูกหนี้ยืนยันจะสู้คดีศาลก็จะเลื่อนสืบพยานออกไปอย่างน้อยก็สามเดือน(บางทีเป็นปีก็มี)&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ถึงตรงนี้แล้วก็รอศาลนัดสืบพยานใหม่&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ช่วงเวลาที่ลูกหนี้รอจะขึ้นศาลครั้งต่อไปทำให้มีเวลาที่จะเก็บเงินเก็บทองให้ได้สักก้อนเพื่อนำมาเจรจาเพื่อปิดบัญชีแบบมีส่วนลดให้กับลูกหนี้(Hair Cut) หากตกลงกับเจ้าหนี้ได้ก็จบไป แต่ถ้าตกลงกับเจ้าหนี้ไม่ได้ก็ว่ากันไปตามกระบวนการและขั้นตอนของศาล ที่สำคัญอย่าลืมว่า ยังไงลูกหนี้ก็ต้องไปศาลเพื่อทักท้วงสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้ถูกต้องเพื่อรักษาสิทธิ์ของลูกหนี้ไว้อีกอย่างคือเพื่อยื้อเวลาออกไปอีกสักระยะหนึ่งให้มีเวลาหายใจหายคอและหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สิน&lt;a href="http://debt-solution-reviews.blogspot.com/2008/08/debt-solutions-considering.html"&gt;(Debt Solution)&lt;/a&gt;ในช็อตต่อไป.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-5772183796167334310?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/5772183796167334310'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/5772183796167334310'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/02/blog-post_26.html' title='เมื่อลูกหนี้ต้องไปศาล ยังไงก็ต้องไปศาลอย่านิ่งนอนใจ'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-8464524725189875561</id><published>2009-02-25T00:38:00.001+07:00</published><updated>2009-02-25T00:41:19.544+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><title type='text'>หยุดคิดสักนิดก่อนสร้างหนี้สินจนกลายเป็นปัญหาหนี้สิน</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;“เงินคือพระเจ้า” หรือ “เงินบันดาลได้ทุกสิ่ง”&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; คนส่วนมากจะเชื่อแบบนั้นจึงตั้งหน้าตั้งตาหาเงินกันหรือทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีหรือให้ได้มาซึ่งเงิน แต่อย่าลืมว่ามีคำกล่าวอีกประโยคหนึ่งที่ว่า “เงินทองเป็นของบาดใจ” นั่นคือดูเหมือนจะเป็นความหมายในทางที่ไม่ดีนักของเงิน ลองหยุดคิดถึงสิ่งเหล่านี้สักนิด ส่วนจะเห็นด้วยหรือเห็นตรงข้ามนั้นไม่ว่ากันอยู่แล้วเพราะเป็นสิทธิ์ของตัวคุณเอง&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ชีวิตคนเราที่มีความสุขที่ยั่งยืนควรเริ่มจากการปลอดหนี้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; หากคุณมีข้าวของเครื่องใช้และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมายอยู่รอบตัวคุณแต่สิ่งของเหล่านี้คุณได้มาพร้อมกับการเป็นหนี้ ความสุขสบายเหล่านั้นจะเรียกได้ว่าเป็นความสุขที่แท้จริงได้หรือไม่&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;การมีเงินมากๆเป็นสิ่งที่คุณต้องการ เงินซื้อความสุขให้คุณได้จริงๆหรือ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; บางคนได้กินอื่มนอนหลับสนิทแล้วตื่นขึ้นมาพร้อมความสดชื่นได้ในยามเช้าก็เป็นความสุขที่น่าอิจฉาแล้ว แต่หากคุณกินอิ่มแต่นอนไม่หลับเพราะหวาดผวาจากการที่มีคนตามทวงหนี้ จะเป็นความสุขที่แท้จริงหรือไม่&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;บางคนมีหนี้สินมากแต่บางคนมีเงินเก็บมาก&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ทั้งๆที่หาเงินมาได้พอๆกัน เงินหมดก็เพราะเราและมีเงินเหลือเก็บก็เป็นเพราะเราอีกนั่นแหละ ดังนั้นอนาคตของคุณจะรวยหนี้สินหรือรวยเงินทอง ใครเป็นคนกำหนดถ้าไม่ใช่ตัวคุณเอง&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่การมีเงินใช้อย่างไม่จำกัด&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;หรือว่าความสุขที่แท้จริงอยู่ที่การไม่มีภาระหนี้สิน จากรายได้ที่มีในแต่ละเดือนหากคุณทำชีวิตให้เรียบง่ายและรู้จักคำว่า “พอเพียง” ได้มากเท่าใดคุณก็จะมีค่าใช้จ่ายที่ลดน้อยลงเท่านั้นและจะเริ่มมีเงินเหลือเก็บจากความพอเพียงของคุณเอง&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;คุณค่าของตัวเองอยู่ที่ไหน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ใครเป็นผู้กำกับหากไม่ใช่ตัวคุณเอง คุณก็เป็นคนที่มีคุณค่าของสังคมได้หากรู้จักปฏิบัติตัวให้เป็นคนดีของคุณพ่อ คุณแม่ ภรรยาและลูกๆ ความสุขที่ได้รับจากเป็นคนที่มีคุณค่าของสังคมนั้นน่าชื่นชมกว่าคนที่รวยล้นฟ้าแต่โกงเขามา.....จะหาความสุขได้อย่างไร.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-8464524725189875561?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/8464524725189875561'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/8464524725189875561'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/02/blog-post_25.html' title='หยุดคิดสักนิดก่อนสร้างหนี้สินจนกลายเป็นปัญหาหนี้สิน'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-5537861386314328428</id><published>2009-02-23T18:34:00.003+07:00</published><updated>2009-03-16T01:03:21.041+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การจ่ายชำระหนี้'/><title type='text'>ลูกหนี้ถูกอายัดเงินเดือน การอายัดเงินเดือนมีหลักเกณฑ์อย่างไร</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;หากเจ้าหนี้ฟ้องทั้งยึดทรัพย์และขออายัดเงินเดือน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;เนื่องจากเจ้าหนี้สืบทราบว่าลูกหนี้ทำงานที่ไหนแล้ว เจ้าหนี้มีการขอบังคับคดีโดยการอายัดเงินเดือนและศาลก็อนุมัติแล้ว เจ้าหนี้ก็จะยื่นเรื่องต่อกองอายัดทรัพย์สิน กรมบังคับคดี ต่อจากนั้นจะมีหนังสือจากกรมบังคับคดีไปยังบริษัทที่ลูกหนี้ทำงานอยู่ให้บริษัททำการนำส่งเงินเดือนบางส่วนของลูกหนี้ให้กับกองอายัด กรมบังคับคดี กองอายัดก็จะส่งต่อไปให้เจ้าหนี้อีกทีหนึ่ง ทั้งนี้หนังสือแจ้งอายัดเงินเดือนจะถูกส่งมาให้ลูกหนี้ถึงบ้านเหมือนกัน ในหนังสือแจ้งอายัดจะระบุรายละเอียดว่า ลูกหนี้ถูกอายัดเงินเดือนเท่าไหร่ เป็นจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน รวมทั้งต้องเสียดอกเบี้ยในอัตราเท่าไหร่ ฯลฯ&lt;br /&gt;ส่วนมากเจ้าหนี้จะขออายัดเงินเดือนในจำนวนที่มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้(ขอเผื่อไว้ก่อน) เจ้าหนี้บางรายก็ลักไก่ ขออายัดเยอะๆไว้ก่อนแล้วรอให้ลูกหนี้มาทำเรื่องขอลดเอาเอง ถ้าลูกหนี้(ซึ่งเป็นส่วนมาก)ไม่มาทำเรื่องขอลดอายัดเงินเดือนก็หวานหมูเสร็จเจ้าหนี้ไปเลย&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;หลักเกณฑ์การอายัดเงินเดือนที่ถูกต้อง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ที่คนที่เป็นลูกหนี้ควรทราบไว้เพื่อการรักษาสิทธิ์ในการทักท้วงไม่ให้เจ้าหนี้ลักไก่ขออายัดเงินเดือนลูกหนี้มากเกินไปคือ เงินเดือน ค่าคอมมิสชั่น เจ้าหนี้(หลายๆรายรวมกัน)จะอายัดได้สูงสุดไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์ หากเป็นเงินโบนัสเจ้าหนี้ขออายัดได้สูงสุด 50 เปอร์เซ็นต์ แต่หากเป็นผลตอบแทนกรณีที่ลูกหนี้ออกจากงานเจ้าหนี้สามารถขออายัดได้ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสวัสดิการอื่นๆ จะอายัดได้เท่าไหร่แล้วแต่ศาลจะอนุมัติ ในกรณีที่ลูกหนี้มีเงินเดือนไม่ถึง 10,000 บาท เจ้าหนี้ไม่สามารถขออายัดเงินเดือนของลูกหนี้ได้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;หลังจากลูกหนี้ได้รับหนังสือแจ้งอายัดเงินเดือน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;จากกรมบังคับคดีแล้วปรากฏว่ายอดหนี้ที่เจ้าหนี้ขออายัดไม่ตรงกับยอดหนี้จริง(มักจะมากกว่าเสมอ) คือหนี้อายัดเกินจริง ลูกหนี้สามารถยื่นคัดค้านการอายัดเงินเดือนได้ นอกจากนี้หากลูกหนี้มีภาระที่ต้องดูแลมากเช่น พ่อ-แม่มีโรคประจำตัวต้องมีค่าใช้จ่ายในการรักษา ลูกหนี้สามารถทำเรื่องขอลดเงินอายัด โดยระบุรายละเอียด เหตุผลและความจำเป็นในการขอลดเงินอายัดและหากจะให้การขอลดเงินอายัดมีน้ำหนักมากขึ้นควรแสดงหลักฐานที่เป็นเอกสารที่เชื่อถือได้ การขอลดเงินอายัดให้ลูกหนี้ระบุไปเลยว่าต้องการขอลดเงินอายัดให้เหลือจ่ายเดือนละเท่าไหร่ ระบุตัวเลขที่แน่นอนไปเลย ส่วนมากการขอลดเงินอายัดมักจะได้ผล(ประมาณ 40-50 เปอร์เซ็นต์)&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;เมื่อลูกหนี้ได้ส่วนลดจากการอายัดเงินเดือนแล้ว&lt;/span&gt; หนังสือส่วนลดจะถูกส่งไปให้เจ้าหนี้ ซึ่งเจ้าหนี้สามารถคัดค้านได้ภายใน 7 วัน แต่ส่วนใหญ่แล้วเจ้าหนี้จะปล่อยผ่านโดยไม่คัดค้านเนื่องจากว่า ยังไงเจ้าหนี้ก็ได้เงินคืนอยู่แล้วจากการอายัดเงินเดือนของลูกหนี้ การขอลดเงินอายัดลูกหนี้สามารถยื่นเรื่องได้ที่ กองอายัดเงินเดือน กรมบังคับคดี ที่เจ้าหนี้ไปยื่นฟ้องไว้ แต่หากลูกหนี้มีเงินก้อนก็ควรต่อรองกับเจ้าหนี้ ขอจ่ายชำระหนี้ปิดบัญชีแบบมีส่วนลด(Hair-cut) น่าจะดีกว่า เพราะเจ้าหนี้มักจะชอบเงินก้อนมากกว่าตามเก็บเบี้ยหัวแตก.......มันเสียเวลา.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-5537861386314328428?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/5537861386314328428'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/5537861386314328428'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/02/blog-post_23.html' title='ลูกหนี้ถูกอายัดเงินเดือน การอายัดเงินเดือนมีหลักเกณฑ์อย่างไร'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-5508063797694421212</id><published>2009-02-18T19:28:00.003+07:00</published><updated>2009-03-16T01:03:21.042+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><title type='text'>ลูกหนี้ถูกยึดทรัพย์(Foreclosure)แล้วปัญหาหนี้สินจะหมดไปหรือไม่</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;การถูกยึดทรัพย์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากศาลพิพากษา&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;และเจ้าหนี้ขอให้ศาลสั่งบังคับคดีแล้ว กรมบังคับคดีจะมีจดหมายส่งถึงลูกหนี้ผู้จะถูกบังคับคดีโดยการยึดทรัพย์หรืออายัดเงินเดือนแล้วแต่กรณี ในจดหมายจะมีการระบุชื่อ เจ้าหนี้ ลูกหนี้ หมายเลขคดีของศาล ซึ่งลูกหนี้จะสามารถตรวจสอบคดีความของตนเองได้โดยใช้หมายเลขคดีของศาลเป็นเลขที่อ้างอิง&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ขั้นตอนการยึดทรัพย์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ไม่ใช่จะทำได้ง่ายนัก เป็นเรื่องที่ยุ่งยากพอดู โดยการยึดทรัพย์จะมีจุดประสงค์เพื่อยึดทรัพย์ของลูกหนี้เอามาขายทอดตลาด เมื่อได้เงินมาก็เอามาจ่ายชำระหนี้ หากมีเงินเหลือก็จะคืนให้กับลูกหนี้แต่ส่วนมากแล้วการยึดทรัพย์แล้วนำออกมาขายทอดตลาดมักจะได้เงินมาไม่พอชำระหนี้ เจ้าหนี้จึงต้องหาทางสืบหาต่อไปเพื่อจะยึดทรัพย์นั้นมาขายทอดตลาดจนกว่าจะจ่ายชำระหนี้คืนได้ครบตามยอดหนี้แล้วปัญหาหนี้สินกับเจ้าหนี้รายนี้จึงจะจบกันไป&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;กฎระเบียบในการยึดทรัพย์&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;นั้นกฎหมายก็ให้ความคุ้มครองแก่ลูกหนี้ในหลายประการอยู่ กฎระเบียบการยึดทรัพย์ค่อนข้างจะยุ่งยากพอดูในทางปฏิบัติ คณะยึดทรัพย์สามารถยึดทรัพย์ลูกหนี้ได้เฉพาะบ้านที่ลูกหนี้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเท่านั้นและต้องมีตัวแทนเจ้าหนี้ไปกับพนักงานบังคับคดีพร้อมสำนวนการยึดทรัพย์ด้วย ถ้าลูกหนี้ไม่ใช่เจ้าบ้านคณะยึดทรัพย์จะบุกสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปโดยเจ้าบ้านไม่อนุญาตไม่ได้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;หากลูกหนี้ที่จะถูกยึดทรัพย์ย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านเดิม&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ไปอยู่ในทะเบียนกลาง เจ้าหนี้จะตามไปยึดทรัพย์ลูกหนี้ไม่ได้และที่ยุ่งยากยิ่งกว่านั้นคือการพิสูจน์ว่าทรัพย์สินที่จะยึดนั้นต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้เท่านั้น ถ้ามีหลักฐานว่าไม่ใช่ทรัพย์ของลูกหนี้ เจ้าหนี้จะยึดไม่ได้ หากคณะยึดทรัพย์ยังจะยึดลูกหนี้สามารถเอาหลักฐานตามไปแย้งได้ที่กรมบังคับคดี&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;หากการยึดทรัพย์ที่ต้องถอดถอน ยกรื้อ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; การถอดถอน ยกรื้อนั้นต้องไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอื่นๆภายในบ้าน ทรัพย์สินที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและทำมาหากินเลี้ยงชีพของลูกหนี้เช่น เตียง โต๊ะ เครื่องนุ่งห่ม จาน-ชาม ช้อน-ส้อม ที่มูลค่ารวมกัน 50,000 บาทแรกนั้น เจ้าหนี้จะยึดไม่ได้แต่ถ้าเป็นทรัพย์สินที่ฟุ่มเฟือยและไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเจ้าหนี้สามารถยึดได้เช่น เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ฯลฯ&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;หลังจากการยึดทรัพย์ลูกหนี้ไปแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เจ้าหน้าที่จะตีราคาให้ทราบ หากลูกหนี้เห็นว่าราคาที่ตีออกมาไม่เหมาะสมก็สามารถขอคัดค้านราคาได้ หากมีทรัพย์สินใดที่เจ้าหนี้ยึดทรัพย์มาโดยไม่ระวังและสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่ใช่ของลูกหนี้จริงๆ เจ้าหนี้มีสิทธิ์ถูกเรียกร้องค่าเสียหายได้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;กระบวนการยึดทรัพย์จากลูกหนี้เพื่อมาจ่ายชำระหนี้สิน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; มีขั้นตอนและความเสี่ยงต่อเจ้าหนี้สูง หมายถึงได้ไม่คุ้มเสีย เจ้าหนี้มีสิทธิ์กินแห้วได้มากทีเดียว หากลูกหนี้มีรายได้หรือเงินเดือนจากการทำงานประจำแล้วเจ้าหนี้มักเลือกที่จะขออายัดเงินเดือนของลูกหนี้มากกว่าจะมาเสี่ยงกับการตามยึดทรัพย์จากลูกหนี้.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-5508063797694421212?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/5508063797694421212'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/5508063797694421212'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/02/forclosure.html' title='ลูกหนี้ถูกยึดทรัพย์(Foreclosure)แล้วปัญหาหนี้สินจะหมดไปหรือไม่'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-1558941126276778324</id><published>2009-02-17T18:46:00.003+07:00</published><updated>2011-10-01T20:46:12.833+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>เมื่อลูกหนี้ถูกบังคับคดีอย่าตกใจ</title><content type='html'>&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;  &lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ลูกหนี้ที่ถูกบังคับคดี&lt;/b&gt;เป็นขั้นตอนต่อจากที่เจ้าหนี้ฟ้องร้องต่อศาลแล้วศาลพิพากษาให้เจ้าหนี้เป็นฝ่ายชนะคดี ลูกหนี้เป็นฝ่ายแพ้คดีและเจ้าหนี้จึงต้องทำการบังคับคดีซึ่งทำได้สองลักษณะคือ การขออายัดเงินเดือนลูกหนี้หรือยึดทรัพย์ของลูกหนี้มาทำการขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;เจ้าหนี้มีสิทธิ์ร้องขอให้พนักงานบังคับคดีสืบทรัพย์&lt;/b&gt;ของลูกหนี้เป็นการค้นหาว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินอะไรบ้างที่ฝ่ายเจ้าหนี้สามารถอายัดเพื่อนำออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมาชำระหนี้คืนให้แก่เจ้าหนี้ หากเจ้าหนี้สืบทรัพย์แล้วยึดทรัพย์มาขายทอดตลาดแล้วยังไม่พอชำระหนี้ก็สามารถใช้คำสั่งศาลขออายัดเงินเดือนของลูกหนี้เพื่อนำมาชำระหนี้ส่วนที่ยังเหลืออยู่ การอายัดเงินเดือนนั้นรวมถึงโบนัสหรือค่าตอบแทนต่างๆที่ลูกหนี้พึงได้จากนายจ้างอีกด้วย&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;แต่ทั้งนี้การบังคับคดีโดยการยึดทรัพย์นั้&lt;/b&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;น&lt;/b&gt;ไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่คิดจะทำก็ทำได้ง่ายๆ หากคุณตกอยู่ในฐานะลูกหนี้ที่กำลังจะถูกยึดทรัพย์ก็อย่าด่วนตีตนไปก่อนไข้เพราะความหมายถึงการยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้นั้นกฎหมายยังเปิดช่องให้แก่ลูกหนี้ได้พอมีทรัพย์สินไว้เหลือเพื่อหาเลี้ยงชีพได้ต่อไป หากมีทรัพย์สินใดที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและหาเลี้ยงชีพของลูกหนี้เจ้าหนี้ก็ไม่สามารถบังคับขายทอดตลาดได้ แต่ทรัพย์สินที่เป็นส่วนเกินหรือความฟุ่มเฟือยของชีวิตนั้นเจ้าหนี้มีสิทธิ์บังคับขายทอดตลาดเพื่อนำมาชำระหนี้ได้&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ส่วนการบังคับคดีโดยการอายัดเงินเดือนของลูกหนี้นั้น&lt;/b&gt; กฎหมายก็ยังเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ได้เหลือเงินไว้เลี้ยงตนเองและครอบครัวโดยกฎหมายให้เจ้าหนี้ทุกรายรวมกันสามารถบังคับคดีโดยการอายัดเงินเดือนของลูกหนี้ได้เพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นหากมีเจ้าหนี้มากกว่าหนึ่งรายเจ้าหนี้ก็ต้องตกลงกันเองว่าจะแบ่งส่วนที่อายัดไว้ 30 เปอร์เซ็นต์กันยังไง ใครได้ก่อนได้หลังหรือจะแบ่งสัดส่วนกันอย่างไรเป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ต้องไปตกลงกันเอาเอง&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;แต่ทั้งนี้หากเงินเดือนของลูกหนี้ไม่ถึง 10,000 บาท เจ้าหนี้ก็หมดสิทธิ์อายัดเงินเดือนของลูกหนี้ ส่วนเงินโบนัสเจ้าหนี้สามารถอายัดได้สูงสูดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ การอายัดเงินเดือนจากเจ้าหนี้หากเจ้าหนี้อายัดเกินยอดหนี้ลูกหนี้สามารถขอยื่นคัดค้านได้โดยนำหลักฐานไปแสดงที่กองอายัด กรมบังคับคดีเพื่อให้การอายัดเงินเดือนเป็นไปอย่างถูกต้อง&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การบังคับคดีไม่ว่าจะเป็นการยึดทรัพย์ของลูกหนี้&lt;/b&gt;เพื่อนำออกขายทอดตลาดหรืออายัดเงินเดือนล้วนมีข้อปลีกย่อยหรือเงื่อนไขต่างๆที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ กว่าเจ้าหนี้จะตามสืบทรัพย์จนแน่ใจว่าเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้จริงหรือสืบหาว่าลูกหนี้แต่ละรายทำงานอยู่ที่ใดก็ใช้เวลานานพอดูบางทีอาจใช้เวลาตั้งแต่ 6 เดือนถึงเป็นปีก็ได้ ดังนั้นหากลูกหนี้สามารถหาเงินได้สักก้อนหนึ่งในช่วงเวลาที่เจ้าหนี้กำลังตามหาข้อมูลของลูกหนี้อยู่นั้น ลูกหนี้สามารถขอต่อรองกับเจ้าหนี้เพื่อขอจ่ายครั้งเดียวแล้วปิดบัญชีหนี้สินกันไปเลยก็ได้ ทางฝ่ายเจ้าหนี้ก็ได้เงินก้อนไปจำนวนหนึ่งไม่ต้องเสียเวลากับการเก็บเบี้ยหัวแตกจากการยึดเงินเดือนและความยุ่งยากจากการสืบทรัพย์ ส่วนลูกหนี้ก็ลดความเสี่ยงที่จะถูกเจ้านายไล่ออกจากงานเนื่องจากปัญหาหนี้สิน ก็ถือว่าพบกันครึ่งทางต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ร่วมกันน่าจะดีกว่า&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-1558941126276778324?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/1558941126276778324'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/1558941126276778324'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/02/blog-post_17.html' title='เมื่อลูกหนี้ถูกบังคับคดีอย่าตกใจ'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-8934996288567301697</id><published>2009-02-13T00:12:00.002+07:00</published><updated>2009-02-13T00:16:03.523+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หนี้บัตรเครดิต'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>สัญญาณอันตรายจากการใช้บัตรเครดิตจนกลายเป็นปัญหาหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Danger)</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;การใช้บัตรเครดิตมักเริ่มต้นอย่างสวยหรู&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เมื่อคุณได้กลายเป็นผู้ถือบัตรเครดิตอันทรงเกียรติ์ ตามมาด้วยปฏิบัติการก่อหนี้บัตรเครดิต เริ่มจากการใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้า/บริการเดือนละครั้งสองครั้งแล้วเมื่อถึงกำหนดชำระคืนก็จะจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตเต็มจำนวน ถ้าการใช้บัตรเครดิตของคุณเป็นไปในลักษณะนี้เรียกว่า คุณใช้บัตรเครดิตเป็น แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงการใช้บัตรเครดิตไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวมาข้างต้นด้วยเหตุผลหลายๆอย่างตั้งแต่ สังคมพาไป ความสะดวกสบายในการใช้บัตรเครดิต ติดหรูหราฟุ่มเฟือย ขาดวินัยทางการเงินหรือเพราะความจำเป็นจริงๆในกรณีเจ็บป่วย ฯลฯ ทำให้คุณต้องเป็นหนี้บัตรเครดิตขึ้นมาแล้ว คุณควรลองเช็คดูว่าการใช้บัตรเครดิตของคุณมีสัญญาณอันตรายจากหนี้บัตรเครดิตแค่ไหนจากสิ่งต่อไปนี้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;การใช้บัตรเครดิตตอบสนองความต้องการส่วนตัว&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;มากกว่าความจำเป็นและเหตุผลที่สมควรในการสร้างหนี้บัตรเครดิต บางครั้งการใช้บัตรเครดิตเพื่อซื้อข้าวของส่วนตัวที่อยากได้โดยอ้างเหตุผลที่เข้าข้างตัวเองที่ไม่น่าจะเรียกว่าเหตุผลเลย ทำให้ยอดหนี้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ใช้บัตรเครดิตโดยขาดการวางแผนในการชำระเงินคืน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;โดยรูดบัตรเครดิตไปก่อนแล้วค่อยคิดหาทางหาเงินมาจ่ายชำระบัตรเครดิตคืนทีหลังเมื่อถึงกำหนดชำระคืนหนี้บัตรเครดิต เริ่มมีการหยิบยืมเงินในอนาคตมาใช้จนติดเป็นนิสัยและขาดการวางแผนในการชำระคืนหนี้บัตรเครดิต&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;เริ่มจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตแบบจ่ายชำระตามยอดขั้นต่ำ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;มาสักระยะหนึ่งแล้วหรือมากกว่านั้น จากการใช้บัตรเครดิตแบบรู้ทันธนาคารผู้ถือบัตร(ไม่ได้กินดอกเบี้ย)โดยจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตคืนเต็มจำนวนเมื่อถึงกำหนดชำระ กลายเป็นจ่ายชำระคืนตามยอดขั้นต่ำโดยยอมให้ธนาคารผู้ออกบัตรคิดดอกเบี้ยในส่วนที่ค้างชำระ&lt;br /&gt;เมื่อใช้บัตรเครดิตไปได้ระยะหนึ่ง พอถึงกำหนดจ่ายชำระคืนเริ่มมีการหยิบยืมเงินจากเพื่อนฝูงหรือหาเงินจากที่อื่นที่ไม่ใช่เงินของคุณเองมาใช้ในการจ่ายชำระคืนหนี้บัตรเครดิต นั่นย่อมหมายถึงการใช้บัตรเครดิตที่เกินกำลังของผู้ถือบัตรแล้ว&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;คุณใช้บัตรเครดิตอยู่ทุกเดือนๆละหลายๆครั้ง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;แต่ไม่เคยรู้เลยว่ายอดหนี้บัตรเครดิตสุทธิเป็นเท่าไหร่ ตราบใดที่ยังสามารถใช้บัตรเครดิตก่อหนี้ได้ก็ใช้สร้างหนี้บัตรเครดิตไปเรื่อยๆโดยไม่ใส่ใจว่ายอดหนี้บัตรเครดิตใกล้จะเต็มวงเงินหรือยัง&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;วงเงินบัตรเครดิตใบแรกเต็มแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;คิดหาวิธีแก้ไขปัญหานี้บัตรเครดิตโดยการใช้บัตรเครดิตใบแรกไปสมัครบัตรเครดิตใบที่สองมาจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตใบแรก ส่วนวงเงินที่เหลือของบัตรเครดิตใบที่สองก็นำมาใช้ต่อไป&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;เหตุการณ์ในลักษณะการกดเงินสดจากบัตรเครดิต&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ใบหนึ่งมาจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตอีกใบหนึ่งเกิดขึ้นบ่อยและเริ่มกลายเป็นเหตุการณ์ปกติเมื่อถึงกำหนดชำระหนี้บัตรเครดิต&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ถ้าพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของคุณ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;เป็นดังที่กล่าวมาข้างต้น แม้จะเพียง 1-2 ข้อ นั่นคือสัญญาณอันตรายจากการใช้บัตรเครดิตของคุณได้เกิดขึ้นแล้ว หากไม่ต้องการปวดหัว เครียดกับหนี้บัตรเครดิตที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ให้ตั้งสติแล้วทบทวนพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตของคุณเสียใหม่เพื่อจะได้ไม่ก้าวเข้าสู่วังวนของปัญหาหนี้บัตรเครดิต.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-8934996288567301697?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/8934996288567301697'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/8934996288567301697'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/02/credit-card-danger.html' title='สัญญาณอันตรายจากการใช้บัตรเครดิตจนกลายเป็นปัญหาหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Danger)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-8714585682001460214</id><published>2009-02-11T18:42:00.002+07:00</published><updated>2009-03-16T01:05:04.757+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เมื่อขึ้นศาลเป็นคดีความ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><title type='text'>ลูกหนี้ถูกฟ้องศาล มีข้อดีอย่างไรกับปัญหาหนี้สินของลูกหนี้</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้ส่งเรื่องฟ้องร้องต่อศาล&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรผ่อนสินค้า หรือเงินด่วน แน่นอนย่อมมีหมายศาลมาถึงบ้าน การที่ลูกหนี้ถูกฟ้องร้องต่อศาลไม่ใช่ว่าจะเลวร้ายมากนัก การที่ปัญหาหนี้สินเดินทางมาจนถึงขั้นฟ้องศาลแล้วก็ยังมีข้อดีอยู่ ที่เห็นได้อย่างชัดเจนมากก็คือเป็นการซื้อเวลาได้เป็นอย่างดีเพราะการฟ้องร้องต่อศาลเป็นคดีความทางแพ่งที่มีขั้นตอนและต้องใช้เวลานานพอสมควรอย่างน้อยอาจจะครึ่งปีหรือมากกว่านั้น เวลาที่ได้จากการซื้อเวลานี้หากลูกหนี้รู้จักนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวลูกหนี้เองก็จะทำให้ลูกหนี้มีเวลาตั้งหลักเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สินโดยการหยุดคิดแก้ปัญหาหนี้สินและหาเงินมาจ่ายชำระหนี้หรือเก็บรวบรวมเงินสดไว้เพื่อการเจรจาต่อรองกับเจ้าหนี้โดยจ่ายครั้งเดียวเพื่อขอปิดบัญชีและขอส่วนลดตามสมควร&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;เมื่อลูกหนี้ถูกฟ้องศาล&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เจ้าหนี้จะหยุดการติดตามทวงหนี้ ทำให้ลูกหนี้หายเครียดไปได้สักพักหนึ่ง แต่ลูกหนี้ไม่ควรชะล่าใจ ลูกหนี้ควรใช้เวลาในระหว่างที่เจ้าหนี้กำลังส่งเรื่องฟ้องร้องต่อศาลอยู่ในการเลือกที่จะสู้คดีหรือยอมแพ้โดยไม่ไปศาล ถ้าลูกหนี้นิ่งเฉยต่อหมายเรียกของศาลไม่ไปศาลตามนัดก็เท่ากับยอมแพ้ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้สามารถมัวนิ่มในเรื่องของยอดมูลหนี้ ค่าปรับ ดอกเบี้ยได้ตามสบาย โดยที่ลูกหนี้ต้องยอมรับโดยปริยายเพราะลูกหนี้ไม่ไปศาลตามหมายศาลที่ส่งมา&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ลูกหนี้ควรตัดสินใจไปตามหมายศาล&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เหตุผลที่ต้องไปตามหมายศาลเมื่อถูกฟ้องมีเหตุผลหลายข้อที่เป็นประโยชน์ต่อตัวลูกหนี้เอง แต่ก่อนไปตามนัดตามหมายศาลที่ถูกฟ้องลูกหนี้ต้องทำการบ้านสักหน่อย โดยดูรายละเอียดในหมายศาลที่เจ้าหนี้ส่งฟ้องในเรื่อง อายุความของคดี ยอดมูลหนี้ อัตราดอกเบี้ย ว่าที่เจ้าหนี้ส่งเรื่องฟ้องศาลนั้นถูกต้องหรือไม่ มีช่องโหว่หรือข้อผิดพลาดอะไรที่พอจะให้ลูกหนี้สามารถโต้แย้งได้บ้าง&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ข้อแรกกรณีคดีหนี้สินนั้นขาดอายุความ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เช่นหนี้บัตรเครดิต สิ่งสำคัญที่ลูกหนี้บัตรเครดิตไม่ค่อยรู้กันคือเรื่องอายุความ หนี้บัตรเครดิตมีอายุความเพียง 2 ปี นับจากวันที่ลูกหนี้เบี้ยวไม่ยอมจ่าย(ผิดนัดชำระหนี้)ถ้าคดีที่เจ้าหนี้ฟ้องศาลนั้นเป็นเรื่องราวที่ผ่านมาเกิน 2 ปีแล้วถือว่าคดีขาดอายุความแล้วลูกหนี้มีสิทธิ์ร้องให้ศาลยกฟ้องได้เลย&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ข้อต่อมาการไปศาลของลูกหนี้ก็เพื่อทักท้วงความถูกต้องของยอดมูลหนี้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย มีหลายครั้งที่ยอดหนี้ในมูลฟ้องไม่ถูกต้องซึ่งมักจะมากกว่าความเป็นจริง ลูกหนี้มีสิทธิ์ทักท้วงได้แต่ต้องมีหลักฐานการจ่ายชำระซึ่งต้องเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีเพื่อนำมายืนยันว่าเจ้าหนี้ลืมบันทึกในระบบทำให้ยอดหนี้สูงกว่าความเป็นจริง&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ต่อมาก็เป็นเรื่องของการคิดค่าปรับ ค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย ฯลฯ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอดังนั้นต้องดูที่ประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยเช่น หนี้บัตรเครดิตจะคิดดอกเบี้ยจากลูกหนี้ได้ไม่เกินร้อยละ 20 (Effective Rate) โดยรวมค่าปรับ ค่าธรรมเนียมต่างๆแล้ว สินเชื่อเงินสดจะคิดดอกเบี้ยกับลูกหนี้ได้ไม่เกินร้อยละ 28 (Effective Rate) รวมค่าปรับทั้งหลายแล้วเช่นกัน หากรายละเอียดตามหมายศาลมีการคิดดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด(ซึ่งเกิดขึ้นบ่อย)ก็เป็นสิทธิ์ของลูกหนี้ที่จะทักท้วงเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;การที่ลูกหนี้ถูกฟ้องศาลแล้วไปตามนัด&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ลูกหนี้สามารถเจรจาขอประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลได้ ทางฝ่ายเจ้าหนี้ย่อมต้องการได้เงินคืน ให้ลูกหนี้ลองเจรจาต่อรองดู(ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว)หากตกลงกันได้จะเป็นผลดีกับทั้งตัวลูกหนี้และเจ้าหนี้ แต่อย่างไรก็ตามขอให้เชื่อว่าการไปศาลของลูกหนี้ดีกว่าไม่ไปศาลอย่างแน่นอน อย่างน้อยการไปศาลและสู้คดีจนถึงที่สุดและกระบวนการทางศาลต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง นั่นคือลูกหนี้สามารถยื้อเวลาออกไปได้นานพอสมควร ช่วงเวลาที่ยื้อออกไปทำให้ลูกหนี้มีโอกาสหาเงิน เก็บเงินเพื่อมาชำระหนี้หรือคิดหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สินได้ต่อไป&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;การถูกฟ้องศาลและไปศาลตามหมายศาล&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;มีข้อดีดังที่กล่าวมาแล้ว หากลูกหนี้ไม่ไปศาลก็จบข่าวเลย ศาลจะตัดสินคดีไปตามคำฟ้องที่เจ้าหนี้ยื่นมาให้ศาล เงินต้น ดอกเบี้ยปรับเท่าไหร่ ลูกหนี้ก็ต้องรับผิดชอบเท่านั้นเพราะลูกหนี้ไม่มาแย้งนั่นเอง เห็นหรือยังว่าการที่ลูกหนี้ถูกฟ้องศาลก็มีข้อดีเหมือนกันนะนี่.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-8714585682001460214?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/8714585682001460214'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/8714585682001460214'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/02/blog-post.html' title='ลูกหนี้ถูกฟ้องศาล มีข้อดีอย่างไรกับปัญหาหนี้สินของลูกหนี้'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-2260863078357482760</id><published>2009-02-10T22:10:00.004+07:00</published><updated>2011-09-22T21:01:10.849+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วิธีรับมือการทวงหนี้'/><title type='text'>เครดิตบูโร (Credit Bureau) ที่เก็บข้อมูลเครดิตของลูกหนี้</title><content type='html'>&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;  &lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="color: #6fa8dc;"&gt;เครดิตบูโร(&lt;/span&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;Credit Bureau&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;) คืออะไร&lt;/span&gt;&lt;/b&gt; หากคุณมีหนี้สินหรือมีสถานะเป็นลูกหนี้คุณต้องรู้จักเครดิตบูโรเอาไว้ ลูกหนี้ส่วนมากไม่ค่อยมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเครดิตบูโรสักเท่าไรจึงมักตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบแก่เจ้าหนี้ที่ชอบเอาเรื่องแบล็คลิสหรือการติดบัญชีดำมาใช้ในการทำให้ลูกหนี้กลัวว่าจะเสียประวัติหรือถูกขึ้นบัญชีดำ แต่หากลูกหนี้มีความรู้เกี่ยวกับเครดิตบูโรจะได้รู้ทันเจ้าหนี้ไม่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีกต่อไป&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;        &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;เครดิตบูโร(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Bureau&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt; หรือชื่อที่เป็นทางการว่า บริษัทศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2540 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดวิกฤติกับสถาบันการเงินของประเทศที่เรียกว่า &lt;/span&gt;&lt;span&gt;“&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;วิกฤติต้มยำกุ้ง&lt;/span&gt;&lt;span&gt;”&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt; เครดิตบูโรจึงถูกตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลเครดิตแก่สถาบันการเงินเพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการปล่อยสินเชื่อให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อแก้ปัญหาหนี้เสียของสถาบันการเงิน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;    &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ข้อมูลเครดิตของลูกหนี้ (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Data of Debtor&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt; จากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกจะถูกเก็บรวบรวมไว้ไม่ว่าจะเป็นประวัติการขอสินเชื่อ ประวัติการชำระหนี้และภาระหนี้สินที่มีอยู่ของลูกหนี้ ฯลฯ ข้อมูลเครดิตเหล่านี้จะถูกเก็บรวบรวมไว้เป็นข้อมูลส่วนกลางเพื่อเป็นประโยชน์กับสมาชิกที่เป็นสถาบันการเงินที่ต้องการข้อมูลเครดิตส่วนกลางไปใช้ในการวิเคราะห์และพิจารณาอนุมัติสินเชื่อให้แก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้อง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;    &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;หน้าที่ของเครดิตบูโร&lt;/b&gt; เครดิตบูโรมีหน้าที่ในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่สถาบันการเงินต่างๆ (สมาชิก) ส่งเข้ามา&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;เหตุผลที่ต้องมีข้อมูลเครดิตส่วนกลางของเครดิตบูโรเนื่องจากลูกหนี้ส่วนมากไม่ได้มีหนี้สินกับเจ้าหนี้เพียงรายเดียว หากลูกหนี้รายใดมีหนี้สินอยู่แล้วแต่ต้องการขอสินเชื่อเพิ่มกับเจ้าหนี้รายใหม่ หากไม่มีข้อมูลเครดิตจากเครดิตบูโรที่รวบรวมประวัติการขอสินเชื่อ (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit History&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ไว้สถาบันการเงินแห่งที่สองจึงไม่อาจทราบได้เลยว่าลูกหนี้รายนี้เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงินอื่นอยู่แล้ว หากปล่อยสินเชื่อเพิ่มให้กับลูกหนี้รายนี้ก็อาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นหนี้เสียได้ หากสถานบันการเงินแห่งที่สองต้องการจะปล่อยสินเชื่อแก่ลูกหนี้รายนี้ก็สามารถขอข้อมูลเครดิตของลูกหนี้รายนี้จากเครดิตบูโรเพื่อตรวจสถานะหรือประวัติการชำระหนี้เพื่อนำมาประกอบในการพิจารณาการให้สินเชื่อได้อย่างถูกต้อง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;    &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเครดิตบูโร&lt;/b&gt; ลูกหนี้จำนวนไม่น้อยที่เข้าใจว่าเครดิตบูโรคือหน่วยงานที่ทำหน้าที่ขึ้นบัญชีดำ (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Blacklist&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) แก่ลูกหนี้ที่เสียเครดิตซึ่งการขึ้นบัญชีดำเป็นเรื่องของสถาบันการเงินแต่ละสถาบันแยกกัน ตัวอย่างเช่น นาย ก. เคยกู้เงินจากธนาคาร ข. มาแล้วไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ได้กลายเป็นหนี้เสีย นาย ก.จึงถูกขึ้นบัญชีดำของธนาคาร ข. แต่ไม่ได้เป็นบัญชีดำของสถาบันการเงินอื่นๆเพียงแต่ข้อมูลเครดิตของนาย ก.ที่ถูกขึ้นบัญชีดำจะถูกส่งไปยังเครดิตบูโร หากนาย ก. ไปขอสินเชื่อกับสถาบันการเงินอื่นๆ ก็จะถูกตรวจสอบข้อมูลเครดิตก่อนการอนุมัติสินเชื่อทำให้สถาบันการเงินอื่นๆรู้ข้อมูลเครดิตของนาย ก. จากเครดิตบูโรและสามารถพิจารณาการให้สินเชื่อแก่นาย ก.ได้อย่างถูกต้อง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;ข้อมูลเครดิตของลูกหนี้&lt;/b&gt;ที่เก็บไว้ที่เครดิตบูโรจะถูกเก็บไว้เพียง 3 ปีเท่านั้น ข้อมูลเครดิตจะมีการปรับปรุงข้อมูลให้ถูกต้องตามความเป็นจริงแต่อาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง หากลูกหนี้คนใดต้องการตรวจสอบข้อมูลเครดิตกับเครดิตบูโรสามารถยื่นคำร้องขอตรวจสอบข้อมูลเครดิตได้ที่ ธ.นครหลวงไทย ธ.กรุงไทย ฯลฯ สรุปว่าเครดิตบูโร (Credit Bureau) เป็นเพียงที่เก็บข้อมูลเครดิตของลูกหนี้เท่านั้น ข้อมูลเหล่านี้จะถูกสถาบันการเงินต่างๆนำไปใช้เพื่อประกอบการพิจารณาสินเชื่อเพื่อป้องกันการเกิดหนี้เสียเท่านั้นเอง&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 16pt;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-2260863078357482760?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/2260863078357482760'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/2260863078357482760'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/02/credit-bureau.html' title='เครดิตบูโร (Credit Bureau) ที่เก็บข้อมูลเครดิตของลูกหนี้'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-8951426987144780247</id><published>2009-02-09T12:57:00.001+07:00</published><updated>2011-09-29T18:27:37.437+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สาเหตุการสร้างหนี้สิน'/><title type='text'>สาเหตุของการก่อหนี้สิน (Reason for debt making)</title><content type='html'>&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;  &lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ปัญหาหนี้สิน (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Debt Problems&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;) &lt;/b&gt;เกิดขึ้นได้โดยไม่ยากเลยแต่วิธีแก้ปัญหาหนี้สินกลับตรงกันข้าม หากใครตกลงไปในห้วงเหวแห่งหนี้สินแล้วจะเป็นช่วงเวลาที่มีความทุกข์มากที่สุด วันเวลาแห่งความสุขที่ใช้เงินที่ก่อหนี้ขึ้นมาจะผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์หลังจากนั้นเวลาที่เหลืออยู่ก็คือช่วงเวลาแห่งการใช้หนี้ซึ่งจะผ่านไปอย่างเชื่องช้าราวกับอยู่ในนรก ดังนั้นก่อนที่คิดจะสร้างหนี้สินต้องพิจารณาให้รอบคอบจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b&gt;&lt;span lang="TH" style="color: #6fa8dc;"&gt;สาเหตุของการก่อหนี้สิน (&lt;/span&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;Cause of Debt&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/span&gt;&lt;/b&gt; ส่วนมากจะเกิดจากความอยากมีอยากได้ในขณะที่ฐานะทางการเงินของตนเองไม่ดีพอ แต่ด้วยความอยากได้จึงยอมที่จะก่อหนี้เพื่อนำเงินไปใช้จับจ่ายซื้อของที่ตนเองอยากได้แต่ไม่ใช่ว่าคนที่ก่อหนี้เพราะความจำเป็นจริงจะไม่มีเพียงแต่มีน้อยกว่าเท่านั้นเอง เมื่อรสนิยมสูงกว่ารายได้และไม่ยอมรับความจริงจึงต้องก่อหนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ตนเองต้องการ&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;สาเหตุของหนี้สิน&lt;/b&gt;ที่มักเป็นหลุมพรางให้ตกลงไปคือค่านิยมทางสังคมที่ผิดๆ พอเห็นคนอื่นเขาซื้อโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ก็อยากมีอยากได้กับเขาบ้างแต่ลืมมองดูตนเองว่าฐานะการเงินมีไม่เท่าเขาจึงต้องยอมใช้เงินในอนาคต (บัตรเครดิต) หรือกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อไปซื้อมาบ้างโดยยอมรับภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจนกว่าจะผ่อนชำระหมด&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH" style="font-family: inherit;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่ก่อหนี้เพราะความจำเป็น&lt;/b&gt; กรณีนี้ก็น่าเห็นใจเช่น เจ็บป่วยกะทันหันซึ่งเรื่องนี้ไม่สามารถรอเวลาได้ แต่อย่างไรก็ตามปัญหาหนี้สิน (Debt Problem) เป็นอะไรที่โหดร้ายมากดังนั้นควรหาทางป้องกันไม่ให้ตนเองตกเข้าไปอยู่ในวังวนแห่งหนี้สินโดยหยุดที่ต้นเหตุคือความอยากมีอยากได้และค่านิยมทางสังคมที่ผิดๆ อย่าอวดร่ำอวดรวยหากไม่รวยจริง หากจำเป็นต้องก่อหนี้สินต้องวางแผนและประเมินกำลังของตนเองว่าจะสามารถผ่อนชำระได้ตลอดรอดฝั่งจนหมดหนี้หรือไม่ เตือนตนเองอยู่เสมอว่ามีแค่ไหนก็ให้จ่ายแค่นั้นก็มากพอแล้วหากไม่ต้องการตกอยู่ในปัญหาหนี้สิน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="font-size: 16pt;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-8951426987144780247?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/8951426987144780247'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/8951426987144780247'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/02/reason-for-debt-making.html' title='สาเหตุของการก่อหนี้สิน (Reason for debt making)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-8905238508207525382</id><published>2009-02-05T21:23:00.001+07:00</published><updated>2009-02-05T21:26:13.826+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การจ่ายชำระหนี้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การแก้ไขปัญหาหนี้สิน'/><title type='text'>เทคนิคการทำHaircut(ทางเลือกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน Debt solutions)</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;วิธีการแก้ไขปัญหาหนี้สิน(Debt solutions)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ทางเลือกหนึ่งก็คือการเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอจ่ายครั้งเดียวแล้วปิดบัญชีโดยขอให้เจ้าหนี้ลดหนี้สินบางส่วน การทำHaircut สามารถทำได้ในช่วงเวลาใดได้บ้าง หลังจากขาดการผ่อนชำระมาแล้วระยะหนึ่ง(ยิ่งนานหลายเดือนยิ่งดี) ก่อนได้รับหมายศาลหรือได้รับหมายศาลแล้วก็ยังสามารถขอเจรจาเพื่อทำ Haircut ได้ คดีหนี้สินที่ขึ้นศาลแล้วและอยู่ระหว่างการต่อสู้คดี คดีที่ศาลพิพากษาแล้วรอการจ่ายชำระเงินคืนตามคำพิพากษา สรุปแล้วไม่ว่าคดีหนี้สินจะอยู่ในช่วงเวลาใด ลูกหนี้ก็สามารถขอเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอทำ Haircut ได้เสมอ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับต้นทาง(เจ้าหนี้)เท่านั้น ถ้าเจ้าหนี้ยอมก็ทำ Haircut ได้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;เทคนิคการทำ Haircut&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; คือต้องคุยกับคนทางฝ่ายเจ้าหนี้ที่มีอำนาจตัดสินใจเท่านั้น ลูกหนี้ต้องแสดงจุดยืนว่ามีความต้องการจะแก้ไขปัญหาหนี้สินให้จบไป เงินก้อนที่จะนำมาทำ Haircut นั้นต้องเป็นเงินเย็นเช่น โบนัส เงินเก็บหรือเงินจาการขายทรัพย์สินได้ ไม่ใช่เงินที่ได้มาจากการกู้ยืมที่ต้องเสียดอกเบี้ยเพราะว่าหากลูกหนี้ไปสร้างหนี้สินใหม่มาทำ Haircut ปัญหาหนี้สินก็จะไม่จบสิ้น สุดท้ายลูกหนี้ก็จะลงเอยแบบเดิมคือชักหน้าไม่ถึงหลัง&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;เทคนิคที่ดีในการทำ Haircut&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; คือต้องมีลูกล่อลูกชนให้เจ้าหนี้เข้าใจว่า ลูกหนี้อยู่ในระหว่างการตัดสินใจเปรียบเทียบเงื่อนไขในการทำHaircutจากเจ้าหนี้หลายๆราย ดังนั้นหากลูกหนี้รู้สึกว่าเจ้าหนี้รายใดเสนอเงื่อนไขหรือส่วนลดให้จนเป็นที่น่าพอใจกว่า(มากกว่าเจ้าหนี้รายอื่น)ลูกหนี้ก็จะตัดสินใจทำhaircutกับเจ้าหนี้รายนั้น ส่วนเจ้าหนี้รายอื่นก็ต้องไปต่อท้ายแถวรอจนกว่าลูกหนี้จะมีเงินก้อนก็ค่อยว่ากันใหม่แล้วกัน&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ในการเจรจาทำHaircut&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ให้ลูกหนี้ขีดเส้นตายโดยกำหนดเวลาให้เจ้าหนี้ตัดสินใจว่าตกลงตามเงื่อนไขที่ลูกหนี้เสนอหรือไม่หรือว่าเจ้าหนี้มีเงื่อนไขที่ดีกว่าก็ให้รีบเสนอมาภายในเวลาที่กำหนด หากตกลงกันได้เจ้าหนี้จะได้รับเงินก้อนจากลูกหนี้ซึ่งดีกว่าการฟ้องร้องต่อศาลที่ต้องรอไปอีกนานและจะได้เงินคืนหรือไม่ก็ไม่แน่ ย้ำไปเลยว่าหากลูกหนี้ได้ส่วนลดตามที่ต้องการก็จะจ่ายเงินปิดบัญชีหนี้สินทันที&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ข้อควรระวังในการใช้เทคนิคการทำHaircut&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;คือก่อนจะจ่ายชำระเงินทำการHaircutต้องมีการแลกเปลี่ยนในลักษณะยื่นหมูยื่นแมวกัน ลูกหนี้ต้องได้รับหนังสือยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษรจากทางเจ้าหนี้ว่าเจ้าหนี้ได้ส่งมอบเอกสารยืนยันการปลดหนี้หรือหมดภาระหนี้กับเจ้าหนี้แล้ว กรณีเช่นนี้อย่าไว้ใจใครง่ายๆ มิฉะนั้นอาจถูกหลอกให้จ่ายเงินก้อนฟรีก็ได้ เรื่องเงินทองไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-8905238508207525382?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/8905238508207525382'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/8905238508207525382'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/02/haircut-debt-solutions.html' title='เทคนิคการทำHaircut(ทางเลือกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาหนี้สิน Debt solutions)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-7544643036066836913</id><published>2009-02-03T17:56:00.001+07:00</published><updated>2009-02-03T17:58:43.837+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หนี้บัตรเครดิต'/><title type='text'>วิธีใช้บัตรเครดิต(How to use Credit card?)โดยไม่เกิดปัญหาหนี้บัตรเครดิต</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;บัตรเครดิตมีประโยชน์ในแง่ความปลอดภัย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ไม่ต้องพกพาเงินสดจำนวนมาก ใช้สะดวก เท่ห์และได้รับระยะเวลาปลอดดอกเบี้ย 40-50 วัน หากผู้ถือบัตรเครดิตรู้จักวิธีใช้บัตรเครดิตก็จะได้รับประโยชน์จากบัตรเครดิตและยังไม่เกิดปัญหาหนี้บัตรเครดิตอีกด้วยเรียกว่าได้ประโยชน์สองต่อเลยทีเดียว&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;นอกจากนี้ผู้ถือบัตรเครดิตยังได้รับสิทธิประโยชน์และส่วนลดต่างๆ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;จากการใช้บัตรเครดิตที่ในความเป็นจริงต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ว่าผู้ถือบัตรเครดิตจะต้องชำระยอดเต็มทุกเดือน(100 เปอร์เซ็นต์) ดังนั้นต้องมีการคิดและวางแผนก่อนการใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าเพื่อเตรียมกันเงินสดไว้ชำระหนี้ที่เรียกเก็บจากธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตให้เพียงพอเมื่อถึงกำหนดชำระจึงจะไม่เกิดปัญหาหนี้บัตรเครดิต&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;วิธีใช้บัตรเครดิตโดยไม่ทำให้เกิดปัญหาหนี้บัตรเครดิตนั้น&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ผู้ถือบัตรเครดิตต้องเตือนตนเองอยู่เสมอว่า การใช้บัตรเครดิตเป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้และคำพูดที่ว่า “ของฟรีไม่มีในโลก” ยังคงเป็นจริงอยู่เสมอ ดังนั้นอย่าสร้างภาระหนี้บัตรเครดิตมากเกินกำลังที่จะจ่ายชำระได้(เต็มจำนวน100%) มิฉะนั้นผู้ถือบัตรเครดิตจะมีลักษณะเหมือนค่อยๆก้าวเข้าสู่วังวนหรือกับดักบัตรเครดิตโดยไม่รู้ตัว&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;วิธีใช้บัตรเครดิตที่ถูกต้อง&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;คือผู้ถือบัตรเครดิตต้องรู้กำลังของตนเอง โดยกำหนดวงเงินสูงสุดต่อเดือนที่จะสามารถใช้บัตรเครดิตซื้อสินค้าได้ โดยพิจารณาจากรายได้ต่อเดือนหลังหักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นแล้วว่ามีเงินเหลืออยู่ในบัญชีจำนวนเท่าใด นั่นคือยอดหนี้บัตรเครดิตสูงสุดที่ผู้ถือบัตรเครดิตจะใช้ซื้อสินค้าได้โดยที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาหนี้บัตรเครดิตตามมา&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;การมีวินัยโดยรู้จักควบคุมวิธีใช้บัตรเครดิต&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตัวผู้ถือบัตรเครดิตโดยไม่ต้องเป็นห่วงว่าธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตจะไม่ได้อะไร อย่างน้อยที่สุดธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตก็ได้รับค่าธรรมเนียม(1-3 %) ที่เรียกเก็บจากทางร้านค้าอยู่แล้ว ดีไม่ดีร้านค้าผู้รับบัตรจะหาทางผลักภาระค่าธรรมเนียมตัวนี้มาให้แก่ผู้ถือบัตรเครดิตเสียอีก&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ปัญหาหนี้บัตรเครดิตจะไม่มีทางเกิดขึ้น&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;หากผู้ถือบัตรเครดิตรู้-เข้าใจวิธีใช้บัตรเครดิตและมีวินัยในการใช้บัตรเครดิต ไม่ตั้งตนอยู่ในความประมาทจนตกหลุมพรางหรือกับดักบัตรเครดิตต่างๆเช่น ยอมซื้อสินค้าที่ดาวน์ 0 เปอร์เซ็นต์ ผ่อน 0 เปอร์เซ็นต์(โดยมีเงื่อนไขที่ต้องระวัง) หรือยอมจ่ายบัตรเครดิตตามยอดขั้นต่ำ 5-10 % (ถูกคิดดอกเบี้ยจากยอดค้างชำระ) หากผู้ถือบัตรเครดิตตกหลุมพรางหรือติดกับดักบัตรเครดิตแล้วปัญหาหนี้บัตรเครดิตจะค่อยๆก่อตัวขึ้นโดยที่ผู้ถือบัตรเครดิตไม่ทันระวังตัว ดังนั้นจงมีสติ(รู้ตัวอยู่เสมอเมื่อจะสร้างหนี้) รู้เขา รู้เรา รู้ทันบัตรเครดิตแล้วชีวิตจะไม่ตกอยู่ในความทุกข์.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-7544643036066836913?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/7544643036066836913'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/7544643036066836913'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/02/how-to-use-credit-card.html' title='วิธีใช้บัตรเครดิต(How to use Credit card?)โดยไม่เกิดปัญหาหนี้บัตรเครดิต'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-2056005033945648287</id><published>2009-02-02T18:29:00.002+07:00</published><updated>2009-02-02T18:33:37.631+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การจ่ายชำระหนี้'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วิธีรับมือการทวงหนี้'/><title type='text'>รู้ทันเจ้าหนี้ว่าทำไมจึงยอมลดหนี้ให้ในกรณี Loan Deduct หรือ Hair-Cut</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ลูกหนี้หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมการต่อรองจ่ายครั้งเดียวเพื่อปิดบัญชี(Hair-Cut)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ลูกหนี้จึงได้รับส่วนลดจากเจ้าหนี้ซึ่งบางครั้งส่วนลดที่ลดให้ลูกหนี้ก็เป็นจำนวนไม่น้อยเลย ตั้งแต่ 30 – 70 เปอร์เซนต์กันเลยทีเดียว เจ้าหนี้มีเหตุผลอะไรในการยอมลดหนี้ให้ลูกหนี้มากขนาดนั้น ทุกอย่างที่เจ้าหนี้ทำไปย่อมมีเหตุมีผลทั้งสิ้น(เพราะเป็นธรุกิจ) หากลูกหนี้รู้ทันความคิดของเจ้าหนี้ก็จะรู้ว่าในมุมมองของเจ้าหนี้เขาคิดกันแบบนี้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;การยอมลดหนี้ให้ลูกหนี้บางส่วน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;แล้วสามารถปิดบัญชีลูกหนี้ได้เร็ว แม้จะได้เงินน้อยกว่าการรอให้ลูกหนี้ผ่อนชำระ(ซึ่งโอกาสน้อยมาก)แต่ก็ยังดีกว่าคอยเก็บเบี้ยหัวแตกซึ่งต้องใช้เวลานานอีกต่างหาก ถึงแม้เจ้าหนี้จะได้เงินน้อยกว่าแต่ก็ได้เป็นก่อนและประหยัดเวลาไม่ต้องตามหาลูกหนี้หรือฟ้องศาลที่ต้องเสียเวลานานกว่ากันมากหรือลูกหนี้รายนี้อาจเป็นลูกหนี้ที่ถูกตามทวงหนี้มานานมากจนเจ้าหนี้ขี้เกียจจะทวงแล้วยังไงก็ยอมลดให้มากหน่อยเอาเงินสดเข้ามาเก็บไว้ในมือจะดีกว่า&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;เจ้าหนี้ยอมลดหนี้ให้มากๆอาจเป็นเพราะสาเหตุจากการที่คดีหนี้สินขาดอายุความไปแล้ว&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;คือเจ้าหนี้ไม่สามารถฟ้องร้องต่อศาลได้แล้ว อาจเกิดจากความผิดพลาดของทางฝ่ายเจ้าหนี้เองที่มีหนี้เสียมากจนจัดการไม่ทัน ทำให้คดีขาดอายุความ ไม่สามารถฟ้องศาลได้ จึงทำการลักไก่โดยส่งลองหนังสือทวงหนี้ถึงลูกหนี้บอกว่าให้โอกาสแก่ลูกหนี้เพื่อมาชำระหนี้ภายในกำหนดเท่านั้นเท่านี้แล้วจะได้ส่วนลดพิเศษ 50-80 เปอร์เซ็นต์ เพราะยังไงเจ้าหนี้ก็คิดว่าได้น้อยยังดีกว่าไม่ได้เลย&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;เจ้าหนี้บางรายก็คิดค่าปรับ ค่าดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมสารพัด&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;จากลูกหนี้เพลินจนรวมยอดแล้วกลายเป็นว่าเจ้าหนี้คิดดอกเบี้ยจากลูกหนี้เกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ขืนปล่อยให้เรื่องถึงโรงถึงศาลเจ้าหนี้มีสิทธิ์แพ้(ตกม้าตายเอง)เพราะเผลอไปคิดดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม ค่าปรับ ฯลฯ จนเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด&lt;br /&gt;เจ้าหนี้รู้ว่าลูกหนี้รายนี้มีหนี้เยอะและโดนฟ้อง รุมทึ้ง อายัดจากบรรดาเจ้าหนี้จนหมดแล้ว ถึงฟ้องศาลไปก็ไม่มีโอกาสตามหนี้คืนได้ จึงต้องวิธีใช้น้ำเย็นเข้าลูบ ยอมลดยอดหนี้สินให้เยอะๆเผื่อฟลุ๊คขึ้นมา ลูกหนี้จะสนใจมาชำระหนี้ให้จบไป&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;เจ้าหนี้ติดต่อลูกหนี้ไม่ได้เลยและกลัวว่าลูกหนี้จะน้อยใจชิงลาโลกไปก่อน&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ถ้าลูกหนี้ตายไปแล้ว(เป็นอันจบกัน)เจ้าหนี้ก็ไม่สามารถไปตามทวงหนี้สินที่ค้างอยู่กับใครได้อีกเพราะหนี้สินดังกล่าวเป็นหนี้สินส่วนบุคคลไม่เกี่ยวกับบุคคลอื่น ด้วยเหตุนี้หนี้สินดังกล่าวจะเปลี่ยนสภาพไปเป็นหนี้สูญทันที&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;หนี้สินที่เจ้าหนี้ยอมลดหนี้ให้เยอะๆอาจเป็นหนี้ที่ค้างชำระมานานมาก&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;(หนี้เน่า)จนถูกขายต่อให้กับสำนักงานรับติดตามหนี้ในราคาโคตรถูก เช่น ยอดหนี้สิน 100,000 บาท ถูกขายต่อให้สำนักงานรับติดตามหนี้ในราคา 3-4 หมื่นบาทแล้วให้สำนักงานติดตามหนี้ไปหาทางตามหนี้เอาเองถ้าตามหนี้ได้เยอะก็กำไรเยอะถ้าตามหนี้ได้น้อยก็กำไรน้อย ถ้าตามหนี้ไม่ได้เลยก็ขาดทุนไปให้สำนักงานรับติดตามหนี้รับผิดชอบความเสี่ยงเอง หากลูกหนี้เจรจาต่อรองเพื่อจ่ายครั้งเดียวแล้วปิดบัญชีในยอดหนี้ 50,000 บาท โอกาสที่เจ้าหนี้จะตอบตกลงเป็นไปได้สูงเพราะยังไงเสียเจ้าหนี้ก็ยังมีกำไรจากการติดตามหนี้สินก้อนนี้อยู่&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;สิ่งที่เจ้าหนี้กลัวที่สุดคือ ติดตามหนี้ไม่ได้ต้องตัดเป็นหนี้สูญ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;และต้องกันเงินสำรองไว้ตามกฎระเบียบของแบงค์ชาติ ตรงจุดนี้จะทำให้สภาพคล่องของเจ้าหนี้หายไปเยอะเลย ดีไม่ดีหากมีหนี้สูญมากๆเจ้าหนี้อาจถึงกับต้องปิดกิจการ(เจ๊ง)ไปเลยก็มี งานนี้ต้องยกผลประโยชน์ให้จำเลยไปหรือเรียกว่า “ส้มหล่น” ก็ว่าได้.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-2056005033945648287?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/2056005033945648287'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/2056005033945648287'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/02/loan-deduct-hair-cut.html' title='รู้ทันเจ้าหนี้ว่าทำไมจึงยอมลดหนี้ให้ในกรณี Loan Deduct หรือ Hair-Cut'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-5333577288327405961</id><published>2009-01-31T22:02:00.002+07:00</published><updated>2011-10-09T23:27:47.460+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='วางแผนการใช้เงิน'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><title type='text'>หนี้สินประเภทต่างๆ (Type of debts)</title><content type='html'>&lt;a href="http://debt-solution-reviews.blogspot.com/2009/02/what-is-sub-prime-lending.html"&gt;&lt;img alt="" border="0" id="BLOGGER_PHOTO_ID_5303403445197897266" src="http://3.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/SZl5VbOafjI/AAAAAAAABFY/CtqE0RtdW3g/s400/subprime-lending.jpg" style="display: block; height: 94px; margin: 0px auto 10px; text-align: center; width: 400px;" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;  &lt;br /&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;ประเภทของหนี้สิน (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Type of debts&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt; สามารถแบ่งออกได้หลายแบบแล้วแต่เกณฑ์ที่ใช้แบ่ง แต่ประโยชน์ของการแบ่งหนี้สินออกเป็นประเภทต่างๆทำให้เรามองเห็นภาพโดยรวมของหนี้สินได้ชัดเจนขึ้น ในที่นี้จะแบ่งหนี้สินออกตามวัตถุประสงค์ในการใช้เงินที่ไปก่อหนี้มา ดังนั้นหากคิดจะสร้างหนี้ขึ้นมาให้ลองพิจารณาดูว่าหนี้สินของคุณที่จะเกิดขึ้นอยู่ในกลุ่มใดเพื่อประโยชน์ในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าควรจะก่อหนี้ขึ้นมาหรือไม่&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;หนี้สินเพื่อการลงทุนทำธุรกิจ&lt;/b&gt; (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Business&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) นั่นคือถ้าคุณคิดจะทำธุรกิจหรือลงทุนซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินทุนสักก้อนในการทำงานเพื่อให้ได้มาซึ่งกำไรจากการทำธุรกิจหรือลงทุนนั้นๆ การก่อหนี้สินเพื่อการลงทุนมักเป็นจำนวนเงินไม่น้อยดังนั้นลูกหนี้ต้องติดต่อเพื่อทำเรื่องกู้กับสถาบันการเงินเพื่อทำการเสนอโครงการเพื่อทำการขออนุมัติการกู้ยืม ดังนั้นจะกู้ได้หรือไม่นั้นอยู่ที่ความน่าเชื่อถือและความเป็นไปได้ของโครงการ อีกทั้งโครงการทำธุรกิจหรือลงทุนของคุณนั้นอยู่ในแนวทางหรือนโยบายของสถาบันการเงินที่จะปล่อยกู้หรือไม่ ลูกหนี้ที่กู้ไปลงทุนทำธุรกิจก็ไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จทุกรายไป ที่กู้ไปแล้วทำธุรกิจขาดทุนจนกลายเป็นหนี้เสียก็มีอยู่ไม่น้อย การทำเรื่องกู้ยืมจากสถาบันการเงินนั้นหากคุณมีเงินทุนอยู่ก่อนแล้วสัก 30 -50 เปอร์เซ็นต์ของเงินทั้งหมดที่ใช้ในโครงการลงทุนก็จะทำให้โอกาสได้รับอนุมัติเงินกู้ง่ายขึ้น&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;หนี้สินเพื่อการบริโภค &lt;/b&gt;(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Consumption&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) หนี้สินประเภทนี้เป็นหนี้สินภาคครัวเรือนเป็นการเอาเงินที่กู้มาใช้ในการจับจ่ายใช้สอยต่างๆอาจจะเป็น บัตรเงินสด (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Cash Card&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) &lt;span&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;สินเชื่อเงินสด บัตรเงินสด บัตรเครดิต (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) &lt;span&gt;&amp;nbsp;&lt;/span&gt;รวมทั้งเงินกู้ประเภทต่างๆ หนี้สินประเภทนี้ต่างจากหนี้สินเพื่อการลงทุนตรงที่เอาเงินมาใช้จ่ายแบบไม่ก่อให้เกิดรายได้อะไร ส่วนมากจะเป็นการนำเงินในอนาคตมาใช้แล้วหาทางผ่อนชำระคืนเป็นรายเดือนจากเงินเดือนแต่ละเดือน เงินที่ได้จากการกู้ยืมประเภทนี้อาจถูกใช้จ่ายไปในสิ่งที่จำเป็นหรือไม่จำเป็นก็แล้วแต่ดุลยพินิจของลูกหนี้นั่นเอง วงเงินสำหรับหนี้สินประเภทนี้มักจะไม่สูงมากนัก&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;หนี้สินที่เกิดจากภาวะฉุกเฉิน&lt;/b&gt; เกิดจากความจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เช่นประสบอุบัติเหตุหรือป่วยเป็นโรคร้ายแรงต้องเข้ารับการผ่าตัดเร่งด่วน ไฟไหม้บ้าน รถเสีย ฯลฯ วงเงินจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความจำเป็นแต่ละกรณีไป เมื่อเกิดหนี้สินประเภทนี้ขึ้นมาก็ต้องพยายามจ่ายชำระคืนให้ครบเพื่อรักษาเครดิตเอาไว้ในยามจำเป็นในอนาคต&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การจะก่อหนี้สินประเภทใด&lt;/b&gt;ต้องพิจารณาให้รอบคอบถึงประเภทของหนี้สิน (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Type of debts&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ที่จะเกิดขึ้น อัตราดอกเบี้ย และที่สำคัญคือความสามารถในการจ่ายชำระหนี้ หากเป็นหนี้สินเพื่อการลงทุนก็ต้องพยายามทำกำไรจากธุรกิจนั้นมาจ่ายชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยและเหลือส่วนที่เป็นกำไรเอาไว้ สำหรับหนี้สินเพื่อการบริโภคก็ต้องรู้ขีดความสามารถว่ารายได้ต่อเดือนที่มีอยู่จะสามารถสร้างหนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ก็ต้องเผื่อความเสี่ยงต่อเหตุการณ์ต่างๆในอนาคตที่อาจเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;การก่อหนี้ไม่ต้องใจร้อนควรคิดให้รอบคอบเพราะหากเกิดปัญหาหนี้สินขึ้นมาถึงตอนนั้นจะมาเสียใจคิดว่า &lt;/span&gt;&lt;span&gt;“&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;รู้อย่างนี้ไม่กู้ดีกว่า&lt;/span&gt;&lt;span&gt;”&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt; ก็สายไปแล้ว&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-5333577288327405961?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/5333577288327405961'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/5333577288327405961'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/01/type-of-debts.html' title='หนี้สินประเภทต่างๆ (Type of debts)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/SZl5VbOafjI/AAAAAAAABFY/CtqE0RtdW3g/s72-c/subprime-lending.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-2004940468281122771</id><published>2009-01-30T17:27:00.000+07:00</published><updated>2009-01-30T17:30:56.285+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='หนี้บัตรเครดิต'/><title type='text'>คำแนะนำการใช้บัตรเครดิตและการป้องกันการโกงบัตรเครดิต(Credit card fraud protection)</title><content type='html'>&lt;div align="justify"&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ผู้ถือบัตรเครดิตควรมีความรู้และความรอบคอบในการใช้บัตรเครดิต&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมกลโกงบัตรเครดิตที่คอยหาโอกาสและผลประโยชน์จากผู้ถือบัตรเครดิต การตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาทและมีสติเป็นคุณสมบัติที่ดีของผู้ถือบัตรเครดิตที่ไม่ได้บอกไว้ในเงื่อนไขการสมัครบัตรเครดิต แต่เป็นสิ่งที่ผู้ถือบัตรเครดิตต้องใช้ความระมัดระวังตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการโกงบัตรเครดิต&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;การเก็บรักษาบัตรเครดิตเป็นจุดเริ่มต้นของความปลอดภัย&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ตัวบัตรเครดิตควรเก็บไว้และให้ความสำคัญเหมือนเอกสารสำคัญเช่น บัตรประชาชน ใบขับขี่ ฯลฯ ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรเก็บไว้ในที่มองเห็นได้ง่ายซึ่งมักจะล่อตาล่อใจเหล่ามิจฉาชีพให้เข้ามาหาผู้ถือบัตรโดยไม่ได้ตั้งใจ หากเก็บบัตรเครดิตไว้ในกระเป๋าสตางค์ควรถือติดตัวอยู่ตลอดเวลาไม่ฝากหรือมอบกระเป๋าสตางค์ให้แก่บุคคลที่ไม่น่าไว้ใจ&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;รายละเอียดของบัตรเครดิต&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ผู้ถือบัตรเครดิตควรเก็บบันทึกรายละเอียดของบัตรเครดิตเช่น หมายเลขบัตรเครดิต หมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อเกี่ยวกับเรื่องบัตรเครดิตในกรณีฉุกเฉินไว้ในที่ปลอดภัยและแยกเก็บไว้คนละที่กับกระเป๋าสตางค์ เนื่องจากกระเป๋าสตางค์จะเป็นเป้าหมายอันดับแรกที่จะถูกขโมย ดังนั้นหากเก็บรายละเอียดบัตรเครดิตและหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินไว้ในกระเป๋าสตางค์ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;กลโกลบัตรเครดิตแบบการใช้เครื่องอ่านและบันทึกข้อมูล&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;จากแถบแม่เหล็กหลังบัตรเครดิตจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากผู้ถือบัตรยอมเสียเวลาสักนิดในการสังเกตการรูดบัตรในระยะที่มองเห็นได้ เมื่อจ่ายชำระค่าสินค้าหรือบริการด้วยบัตรเครดิต ผู้ถือบัตรเครดิตควรสังเกตการรูดบัตรของพนักงานเพื่อป้องกันการโกงบัตรเครดิตแบบ Skimmer (บันทึกข้อมูลจากแถบแม่เหล็ก)&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;การใช้บัตรเครดิตเบิกเงินสดผ่านตู้เอทีเอ็ม(ATM)&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ต้องคอยสังเกตก่อนใช้ตู้เอทีเอ็มว่าตู้เอทีเอ็มมีลักษณะที่น่าสงสัยหรือไม่เพราะการโกงบัตรเครดิตจะทำได้โดยการลักลอบติดตั้งอุปกรณ์อ่านแถบแม่เหล็กเข้ากับเครื่องเอทีเอ็ม หากเห็นว่าจุดที่สอดบัตรเอทีเอ็มมีอุปกรณ์อื่นสวมเข้ามาก่อนเสียบบัตรเครดิต ให้หลีกเลี่ยงหรือเปลี่ยนไปใช้เครื่องเอทีเอ็มเครื่องอื่นเป็นการป้องกันการโกงบัตรเครดิต ในกรณีที่ผู้ถือบัตรไม่แน่ใจก็อย่าเสี่ยงจะเป็นการดีกว่า&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;เลือกใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้าและบริการ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;กับร้านค้าที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น หากสังเกตเห็นร้านค้าที่ไม่น่าไว้ใจให้หลีกเลี่ยงโดยชำระเป็นเงินสด อย่าเสี่ยงรูดบัตรเครดิตเพราะอาจถูกโกงบัตรเครดิตได้&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;ป้องกันการโกงบัตรเครดิต&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;โดยการตรวจสอบความถูกต้องของรายการในสลิปบัตรเครดิตเช่น วันที่ทำรายการ เลขที่บัตรเครดิต และที่สำคัญที่สุดคือ จำนวนเงินในสลิปบัตรเครดิต เมื่อตรวจสอบความถูกต้องแล้วให้เก็บสำเนาสลิปบัตรเครดิตไว้เพื่อตรวจสอบกับใบแจ้งยอดบัญชีบัตรเครดิตว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;การใช้บัตรเครดิตชื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ต&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt; ควรเลือกใช้บริการจากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้และมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี เพราะการใช้บัตรเครดิตซื้อของทางอินเตอร์เน็ตต้องมีการกรอกรายละเอียดเช่น หมายเลขบัตรเครดิต ชื่อ-นามสกุลของเจ้าของบัตร วันหมดอายุของบัตรเครดิต และเลขCVC (ตัวเลข 3 หรือ 4 หลักที่อยู่ด้านหลังบัตรเครดิต) หากข้อมูลที่สำคัญเหล่านี้หลุดลอดไปสู่บุคคลผู้ไม่ประสงค์ดี เขาก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปซื้อสินค้าหรือบริการทางอินเตอร์เน็ตได้เช่นกัน&lt;/div&gt;&lt;div align="justify"&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#33ccff;"&gt;&lt;strong&gt;การโกงบัตรเครดิตในรูปแบบใหม่ๆ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;เกิดขึ้นทุกวัน ดังนั้นผู้ถือบัตรเครดิตต้องรู้วิธีการป้องกันการโกงบัตรเครดิตและหมั่นติดตามข่าวสารความรู้ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน หากวันนี้การโกงบัตรเครดิตอาจเกิดขึ้นกับผู้ถือบัตรเครดิตรายอื่นแต่ไม่แน่ว่าสักวันหนึ่งคุณอาจตกเป็นเหยื่อของการโกงบัตรเครดิตบ้างก็ได้ ดังนั้น “อย่าประมาท” จึงเป็นคำตอบสุดท้ายที่ดีที่สุด.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/370842119719510264-2004940468281122771?l=thai-debt-solutions.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/2004940468281122771'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/370842119719510264/posts/default/2004940468281122771'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://thai-debt-solutions.blogspot.com/2009/01/credit-card-fraud-protection.html' title='คำแนะนำการใช้บัตรเครดิตและการป้องกันการโกงบัตรเครดิต(Credit card fraud protection)'/><author><name>Choke Chira</name><uri>http://www.blogger.com/profile/07867941673825746346</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='32' height='32' src='http://4.bp.blogspot.com/_6FG0sk6NdUI/TPkYt7nthII/AAAAAAAABdU/2xmirdNvEQk/S220/avatar4-200-200.jpg'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-370842119719510264.post-4925580405660485570</id><published>2009-01-29T21:26:00.001+07:00</published><updated>2011-09-25T12:18:12.402+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ทั่วไป'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สาเหตุการสร้างหนี้สิน'/><title type='text'>โกงบัตรเครดิต (Credit card fraud) และวิธีป้องกัน</title><content type='html'>&lt;!--[if gte mso 9]&gt;&lt;xml&gt;  &lt;w:WordDocument&gt;   &lt;w:View&gt;Normal&lt;/w:View&gt;   &lt;w:Zoom&gt;0&lt;/w:Zoom&gt;   &lt;w:Compatibility&gt;    &lt;w:BreakWrappedTables/&gt;    &lt;w:SnapToGridInCell/&gt;    &lt;w:ApplyBreakingRules/&gt;    &lt;w:WrapTextWithPunct/&gt;    &lt;w:UseAsianBreakRules/&gt;    &lt;w:UseFELayout/&gt;   &lt;/w:Compatibility&gt;   &lt;w:BrowserLevel&gt;MicrosoftInternetExplorer4&lt;/w:BrowserLevel&gt;  &lt;/w:WordDocument&gt; &lt;/xml&gt;&lt;![endif]--&gt;&lt;!--[if gte mso 10]&gt; &lt;style&gt; /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:ตารางปกติ; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman"; mso-bidi-font-family:"Angsana New";}&lt;/style&gt; &lt;![endif]--&gt;  &lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;บัตรเครดิต (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt; บัตรพลาสติกที่ได้รับความนิยมอย่างมากแต่ในอีกมุมหนึ่งก็ทำให้มีการโกงหรือทุจริตกับบัตรเครดิตมากขึ้นตามความนิยมในการใช้บัตรเครดิตเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการโกงบัตรเครดิตด้วยวิธีการใดก็ทำให้เกิดความเสียหายจากการโกงบัตรเครดิตแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นสถาบันหรือธนาคารผู้ออกบัตร ผู้ถือบัตร ร้านค้าที่รับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรเครดิต ฯลฯ วิธีการโกงและทุจริตเกี่ยวกับบัตรเครดิตที่นิยมทำกันในปัจจุบันพอจะสรุปได้ดังนี้&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;การโกงบัตรเครดิต (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit card fraud&lt;/span&gt;&lt;/b&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;)&lt;/b&gt; ที่เริ่มจากการปลอมแปลงเอกสารในการสมัครบัตรเครดิตโดยเอกสารสำคัญอันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สลิปเงินเดือน (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Pay Slip&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) ทะเบียนบ้านรวมทั้งการปลอมแปลงลายเซ็นเจ้าของบัตร เอกสารที่เกี่ยวกับการสมัครบัตรเครดิตอาจถูกคัดลอกมาหรือขโมยมาใช้โดยที่เจ้าของเอกสารที่แท้จริงไม่รู้ตัวหรือถูกนำข้อมูลส่วนตัวมากระทำการให้ธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตหลงเชื่อและทำการออกบัตรเครดิตตามเอกสารปลอมที่นำมาใช้สมัครบัตรเครดิต เมื่อได้บัตรเครดิตแล้วผู้แอบอ้างก็นำบัตรเครดิตไปใช้รูดซื้อหรือชำระค่าสินค่าและบริการในนามของเจ้าของเอกสาร (ผู้ถูกแอบอ้าง) ทำให้ผู้ถูกแอบอ้างถูกเรียกเก็บเงินให้รับผิดชอบหนี้สินที่เกิดจากการใช้บัตรเครดิตที่ตนไม่ได้ก่อขึ้น แน่นอนว่าผู้ถูกแอบอ้างย่อมไม่ยอมใช้หนี้ที่ตนไม่ได้ก่อทำให้ต้องเป็นเรื่องเป็นราวฟ้องร้องกันถึงโรงถึงศาล ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการโกงบัตรเครดิตโดยการปลอมแปลงเอกสาร&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b&gt;&lt;span style="color: #6fa8dc;"&gt;การโกงบัตรเครดิตโดยวิธีขโมยข้อมูลจากแถบแม่เหล็กหลังบัตรเครดิต&lt;/span&gt;&lt;/b&gt; (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit card fraud&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt; &lt;/span&gt;&lt;span&gt;by Skimmer&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) คือการใช้อุปกรณ์อ่านข้อมูลจากแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตรเครดิต กรณีนี้เกิดจากความเผอเรอของผู้ถือบัตรเครดิตที่ขาดความระมัดระวังทำให้บัตรเครดิตอยู่นอกสายตาซึ่งเปิดโอกาสให้มีการนำบัตรเครดิตไปคัดลอกข้อมูลจากแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตรโดยใช้เครื่องอ่านข้อมูลแถบแม่เหล็กแล้วนำข้อมูลที่ได้ไปทำบัตรเครดิตขึ้นมาอีกใบ (บัตรเครดิตปลอม) แล้วนำไปใช้ชำระค่าสินค้าและบริการสร้างหนี้บัตรเครดิตให้กับเจ้าของบัตรตัวจริงต้องจ่ายชำระแทน&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การโกงบัตรเครดิตโดยการขโมยบัตรเครดิต&lt;/b&gt;จากเจ้าของบัตรไปใช้ในระหว่างที่เจ้าของบัตรเครดิตไม่รู้ตัวโดยการปลอมแปลงลายเซ็นต์ บัตรเครดิตจะถูกนำไปใช้โดยเร็วที่สุดจนเต็มวงเงินก่อนที่เจ้าของบัตรจะรู้ตัวและแจ้งอายัดได้ทัน ภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นต้องตกอยู่กับเจ้าของบัตรที่แท้จริงทำให้ต้องเสียเวลาในการฟ้องร้องและพิสูจน์กันอีกนานแต่ในกรณีนี้ไม่ว่าฝ่ายธนาคารผู้ออกบัตรหรือผู้ถือบัตรเครดิต (&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Credit Card Holder&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) เป็นฝายชนะจะต้องมีความเสียหายเกิดขึ้นแต่คนที่รับผลประโยชน์ไปแล้วเต็มๆก็คือคนที่ขโมยบัตรเครดิตไปใช้นั่นเอง&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;การโกงบัตรเครดิต&lt;/b&gt;ยังมีอีกหลายรูปแบบ ยิ่งเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าไปมากเพียงใดเทคนิคการโกงก็จะยิ่งพัฒนาตามไปเร็วเท่านั้น เช่น การซื้อ-ขายของออนไลน์ที่ชำระด้วยบัตรเครดิตจะใช้เพียงเลขที่ 16 หลักของบัตรเครดิต เดือน/ปีที่หมดอายุและเลข &lt;/span&gt;&lt;span&gt;CVV &lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;(&lt;/span&gt;&lt;span&gt;Card Verification Value&lt;/span&gt;&lt;span lang="TH"&gt;) หลังบัตรเครดิต หากมีผู้ประสงค์ร้ายเห็นบัตรเครดิตเพียงสักครู่เดียวก็เพียงพอที่จะจดบันทึกข้อมูลที่กล่าวมาได้แล้ว จากนั้นก็นำไปซื้อของออนไลน์ได้และคนที่ต้องรับผิดชอบก็ไม่ใช่ใครก็คือเจ้าของบัตรตัวจริงนั่นเอง&lt;/span&gt;&lt;span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;&lt;div style="text-align: justify;"&gt;  &lt;/div&gt;&lt;div class="MsoNormal" style="font-family: inherit; text-align: justify;"&gt;&lt;span style="font-size: small;"&gt;&lt;span lang="TH"&gt;&lt;b style="color: #6fa8dc;"&gt;วิธีป้องกันการโกงบัตรเครดิต&lt;/b&gt; จะเห็นได้ว่ากลโกงบัตรเครดิต
