ถ้าถามว่าการใช้เงินนั้นง่ายไหม คำตอบคือ “ง่าย” เพราะไม่ว่าใครๆแม้แต่ลูกเล็กเด็กแดงก็ใช้เป็น แต่ถ้าถามว่าจะมีสักกี่คนที่ใช้เงินเป็นคงจะหาคนที่มีคุณสมบัติดังกล่าวได้ยากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร การใช้เงินอย่างไรให้คุ้มค่าของเงินและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อตัวเจ้าของเงิน ยิ่งการหาเงินนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ต้องพูดถึงเลยว่ามันยากกว่าการใช้เงินมากนัก ก่อนที่จะเรียนรู้วิธีหาเงินเราควรรู้วิธีการใช้เงินอย่างไรจึงจะคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เทคนิคเล็กน้อยต่อไปนี้จะช่วยให้คุณมองเห็นแนวทางการใช้เงินให้เกิดประโยชน์และรู้ค่าของเงิน (Value of Money) ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
การใช้เงินคือการนำเงินไปใช้จ่ายเพื่อชำระเป็นค่าสินค้าหรือบริการต่างๆ (Goods and Services) ส่วนมากการใช้จ่ายเงินจะหมดไปกับการซื้อของดังนั้นสิ่งสำคัญของการซื้อของจึงควรมีการวางแผนก่อนการซื้อของอย่างน้อยที่สุดคุณต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยในการทำรายการซื้อของก่อนที่จะออกจากบ้านไปช็อปปิ้ง (Shopping) รายการซื้อของจะเป็นสิ่งที่คอยควบคุมไม่ให้คุณซื้อของที่ไม่ได้ตั้งใจ (นอกรายการ) เพราะปัจจุบันนี้ทางห้างร้านต่างๆมีโปรโมชั่นพิเศษทั้งการลดราคา แลกซื้อ แจกของแถม ฯลฯ ที่อาจทำให้คุณเกิดการซื้อโดยไม่ได้ตั้งใจได้
การตัดสินใจซื้อสินค้าให้ใช้หลักของความจำเป็นหรือเหตุผล อย่าใช้อารมณ์ในการซื้อสินค้าโดยเด็ดขาดเพราะการซื้อด้วยอารมณ์จะทำให้คุณซื้อของที่ไม่จำเป็นโดยไม่ได้ตั้งใจ หากเป็นสินค้าที่จำเป็นต้องใช้ทุกวันเช่น กระดาษชำระ ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ฯลฯ การซื้อในปริมาณมากๆจะช่วยให้คุณประหยัดเงินไปได้ไม่น้อย ก่อนเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า (Department Store) ต้องรู้ตัวเองว่าจะเข้าไปซื้ออะไรดังนั้นเมื่อเดินเข้าห้างสรรพสินค้าแล้วให้เดินตรงไปยังรายการของที่ตั้งใจจะซื้อและรีบซื้อให้เสร็จนั่นคือ ความมีวินัยในการใช้จ่ายเงินซึ่งเป็นสิ่งที่จะช่วยให้คุณซื้อของได้ตามรายการที่ตั้งใจไว้และช่วยประหยัดเวลาให้คุณไปได้มาก เมื่อซื้อของตามรายการเสร็จแล้วหากคุณอยากจะเดินเล่นก็ทำได้ตามอัธยาศัย (แต่ห้ามซื้อ)
การตัดสินใจซื้อสินค้าราคาแพงเช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ก่อนตัดสินใจควรหาข้อมูลเปรียบเทียบทั้งในเรื่องราคา (Price) คุณภาพ (Quality) และบริการหลังการขาย (After sale service)ระหว่างสินค้ายี่ห้อต่างๆ การซื้อสินค้าราคาแพงด้วยความใจร้อนอาจทำให้คุณเกิดอาการเซ็งและผิดหวังภายหลังการซื้อได้ ดังนั้นควรใจเย็นค่อยๆหาข้อมูลเปรียบเทียบหลายๆอย่าง หากเป็นไปได้ให้สอบถามข้อมูลจากคนที่เคยใช้ เพื่อนร่วมงาน เพื่อนบ้าน ฯลฯ คุณอาจได้ข้อมูลที่มีประโยชน์ในการตัดสินใจ สิ่งต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้สินค้าที่ดีมีคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผลและช่วยให้คุณประหยัดเงินไปได้ไม่น้อยทีเดียว
คำแนะนำที่กล่าวมามีหลักสำคัญอยู่ที่การรู้จักวางแผนการใช้เงิน (Financial Planning) การใช้เงินแต่ละครั้งต้องมีความคุ้มค่าและทำให้เกิดความพอใจสูงสุดก่อนควักเงินออกจากกระเป๋า นอกจากนี้การวางแผนการใช้เงินยังช่วยให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อของโปรโมชั่น (ลด-แลก-แจก-แถม) ที่คอยทำให้คุณเกิดการซื้อด้วยอารมณ์ทำให้คุณต้องควักเงินซื้อของที่ไม่มีความจำเป็นเพราะนั่นคือการซื้อเพราะอยากซื้ออยากได้หรือเพราะถูกโน้มน้าวจากโปรโมชั่นของทางผู้ขายสินค้า สำหรับคนที่ขี้ใจอ่อนซื้อของง่ายให้ท่องคาถาประจำตัวไว้ว่า “อย่าซื้อโดยไม่ตั้งใจ” อาจช่วยคุณได้บ้าง