สุขภาพทางการเงินจะมีความมั่นคงแข็งแรงหรืออ่อนแอนั้นเป็นสิ่งที่สามารถกำหนดได้ด้วยตัวของคุณเอง หากคุณมีวินัยและมีการวางแผนการใช้จ่ายเงิน (Financial Planning) ที่ดีและสามารถปฏิบัติตามแผนนั้นได้ สุขภาพทางการเงินที่แข็งแรงก็อยู่แค่เอื้อม มีคำแนะนำดีๆหลายอย่างที่หากคุณนำไปปฏิบัติตามแล้วจะช่วยให้คุณมีวินัยในการใช้จ่ายเงินสามารถจ่ายชำระหนี้สินที่มีอยู่อย่างเป็นระบบและมีเงินออมเพิ่มขึ้นในยุคภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันได้อย่างสบาย คำแนะนำเหล่านั้นคือ
ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย (Revenues-Expenses) เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ละเลยเพราะไม่เห็นความสำคัญ คุณอาจคิดว่าโตๆกันแล้วทำไมต้องมานั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตัวเอง ยังไงเสียเราคงไม่โกงเงินของเราเองอย่างแน่นอน นั่นเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง เป้าหมายของการทำบัญชีรายรับรายจ่ายคือทำเพื่อให้คุณรู้ว่าแต่ละเดือนคุณใช้เงินไปกับอะไรบ้าง สิ่งเหล่านั้นมีความจำเป็นแค่ไหนเพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละเดือนคุณจะมีเงินคงเหลือมากน้อยเท่าใด ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาปรับปรุงการใช้จ่ายเงินในเดือนถัดไปของคุณให้ดีขึ้นกว่าเดิม
ปลดภาระหนี้สินที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด ภาระหนี้สินที่หนักที่สุดสำหรับมนุษย์เงินเดือนคงหนีไม่พ้นสินเชื่อผ่อนบ้าน (Home Loan) ซึ่งจะอยู่ที่ 30-40 % ของเงินเดือน หากคุณมีโอกาสที่จะลดภาระหนี้สินก้อนนี้ได้เช่นคุณได้เงินพิเศษเข้ามาจากการได้รับโบนัสหรือถูกล็อตเตอรี่ ฯลฯ ให้นำเงินพิเศษนั้นไปโปะค่างวดผ่อนบ้านเพื่อเป็นการลดต้นลดดอกเบี้ยให้มากที่สุด นั่นจะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินในอนาคตให้แก่คุณได้หรือหากมีโปรโมชั่นการรีไฟแนนซ์ (Home Refinance) ของสถาบันการเงินอื่นที่คุณพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วว่าดอกเบี้ยต่ำกว่าธนาคารที่คุณใช้บริการอยู่ในปัจจุบันก็อย่ารอช้ารีบทำการรีไฟแนนซ์บ้านของคุณเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและทำให้คุณปลดหนี้บ้านได้เร็วขึ้น
ลดภาระหนี้สินอื่นๆ โดยเฉพาะหนี้สินที่คิดอัตราดอกเบี้ยสูงๆเช่น หนี้บัตรเครดิต (Credit Card Debt) หากคุณมีบัตรเครดิตหลายใบก็อย่าใช้บัตรเครดิตจนเต็มวงเงิน ให้หาทางโยกหนี้บัตรเครดิตมารวมไว้ในบัตรเครดิตที่คิดว่าอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดหรือหากมีสินเชื่อส่วนบุคคลที่คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าดอกเบี้ยของยอดค้างชำระบัตรเครดิตให้ทำเรื่องกู้เงินจากสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) นั้นมาโปะ(จ่ายชำระ)หนี้บัตรเครดิตให้หมดจะเป็นการบรรเทาภาระหนี้บัตรเครดิตให้คุณได้อีกทางหนึ่ง
ยกเลิกบัตรเครดิตให้เหลือเพียงใบเดียว (Credit Card Cancellation) ถ้าคุณมีบัตรเครดิตหลายใบ วงเงินของบัตรเครดิตรวมของบัตรเครดิตทุกใบจะเป็นยอดเงินที่สูงกว่าเงินเดือนของคุณหลายเท่าตัว หากคุณเพลิดเพลินใช้บัตรเครดิตจนเต็มวงเงินทุกใบแน่นอนว่าการจ่ายชำระคืนทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้แน่ สิ่งที่ทำได้คือจ่ายชำระขั้นต่ำ(10 %) แล้วยอดค้างชำระที่เหลือก็จะถูกนำมาคิดเป็นดอกเบี้ยให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน ดังนั้นหากคุณกู้เงินจากสินเชื่อส่วนบุคคลมาจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตจนหมดแล้วให้ทำการยกเลิกบัตรเครดิตให้เหลือเพียงใบเดียวหรือหากจะยกเลิกบัตรเครดิตให้หมดแล้วหันมาใช้บัตรเดบิต (Debit Card) ซึ่งเป็นการใช้เงินของคุณเองคือมีแค่ไหนก็จ่ายได้แค่นั้นไม่ต้องกังวลว่าจะสร้างภาระหนี้สินจนเกินตัว ยิ่งเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอย่างแน่นอน
แบ่งเงินออมเก็บไว้ในแต่ละเดือน(Saving Account) โดยเปิดบัญชีเงินฝากใหม่เพิ่มอีกหนึ่งบัญชีแล้วทำเรื่องหักบัญชีอัตโนมัติจากบัญชีเงินเดือนของคุณเข้ามาเก็บในบัญชีเงินออม เงินก้อนนี้เก็บไว้เป็นเงินสำรองเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้เงินเช่น เจ็บป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลหรือมีความจำเป็นอย่างอื่นที่ต้องใช้เงิน ก็สามารถนำเงินก้อนนี้ออกมาใช้ได้โดยไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินให้เป็นภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น
การมีวินัยทางการเงิน (Financial Discipline) เป็นสิ่งที่ดี หากคุณทำได้จะทำให้คุณสามารถควบคุมการใช้จ่ายเงินของตนเองให้อยู่ในกรอบในเกณฑ์ที่เหมาะสม หากคุณมีภาระหนี้สินอยู่แล้วการมีวินัยในการใช้เงินจะช่วยให้คุณไม่สร้างภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นและจะช่วยลดภาระหนี้สินที่มีอยู่ให้หมดไปได้ คำแนะนำที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเหมือนเครื่องมือที่จะช่วยสร้างความมีวินัยในการใช้เงินให้แก่คุณลองนำไปปฏิบัติเพื่อสุขภาพทางการเงินที่มั่นคงและแข็งแรงของตัวคุณเอง