ปัญหาหนี้สิน(Debt Problems) ที่เกิดขึ้นโดยทั่วไปจะได้รับการแก้ไขได้อย่างตรงจุดด้วยการจ่ายชำระหนี้ พูดง่ายๆก็คือ “เป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้” แต่ลูกหนี้ส่วนมากมักจะไม่ค่อยคิดถึงเวลาที่เดินเข้าไปขอกู้ยืมจากเจ้าหนี้ ตอนนั้นไม่ว่าเจ้าหนี้ต้องการเอกสารข้อมูลอะไรประกอบในการพิจารณาเพื่ออนุมัติสินเชื่อแก่ลูกหนี้ๆก็จัดหาจัดเตรียมให้อย่างพร้อมสรรพเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินกู้ก้อนหนึ่งที่ลูกหนี้บางคนก็นำไปใช้จ่ายในลักษณะที่ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของการให้กู้ยืมและที่สำคัญคือหากลูกหนี้ขาดการวางแผนการใช้เงินที่ดีอาจทำให้เกิดปัญหาหนี้สินขึ้นมาเมื่อถึงเวลาที่ต้องจ่ายชำระคืนแก่เจ้าหนี้
ลูกหนี้(Debtors) ที่มีปัญหาหนี้สินก็คือคนธรรมดาสามัญซึ่งมีทั้งคนดีมีความรับผิดชอบและคนที่ขาดความรับผิดชอบต่อหนี้สินที่กู้ยืมมา สำหรับลูกหนี้ที่ดีมีความรับผิดชอบจะมีการวางแผนการใช้จ่ายเงินทองของตนเองอย่างมีระเบียบ ลูกหนี้กลุ่มนี้จึงไม่ค่อยมีปัญหากับเจ้าหนี้สักเท่าไหร่ อาจมีการจ่ายชำระคืนช้าบ้างเป็นบางครั้ง บางงวด บางเดือนซึ่งอาจเป็นเพราะเหตุสุดวิสัยหรือความจำเป็นบางอย่างแต่ในที่สุดแล้วลูกหนี้กลุ่มนี้จะสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆไปได้จนสามารถจ่ายชำระคืนหนี้สินได้จบครบถ้วน
ลูกหนี้อีกกลุ่มหนึ่งที่ขาดการวางแผนการใช้จ่ายทางการเงิน(Financial Planning) ลูกหนี้กลุ่มนี้มักจะกลายเป็นปัญหาหนี้เสียของเจ้าหนี้ในอนาคตเพราะไม่มีการวางแผนทางการเงิน ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง เงินทองที่กู้ยืมมาก็ถูกใช้จ่ายไปจนหมดทำให้มีความจำเป็นต้องหาแหล่งเงินกู้อื่นๆเพิ่ม หากลูกหนี้ไม่รู้จักประเมินตนเองถึงความสามารถในการจ่ายชำระหนี้คิดแต่จะแก้ปัญหาหนี้สินแบบเฉพาะหน้าโดยการสร้างหนี้ใหม่มาใช้หนี้เก่าจนเกินกำลังที่ตนเองจะจ่ายชำระคืนได้และกลายเป็นปัญหาหนี้เสีย
ลูกหนี้ที่ขาดการจ่ายชำระคืนแก่เจ้าหนี้จะถูกเจ้าหนี้ทวงถามซึ่งเริ่มตั้งแต่ส่งจดหมายทวงถาม โทรศัพท์ทวงถามหรือส่งพนักงานเร่งรัดหนี้สินมาทวงถาม ลูกหนี้บางคนก็พยายามหลบเลี่ยงการทวงถามแต่ยังไงก็หนี้ไม่พ้นเพราะเจ้าหนี้(Creditor) ที่มีความพยายามมากกว่าเขาก็ต้องการเงินของเขาคืนยังไงเสียก็ต้องมีการประจันหน้ากันระหว่างลูกหนี้กับพนักงานเร่งรัดหนี้สิน(ตัวแทนเจ้าหนี้)อย่างแน่นอน การพูดคุยหรือเจรจาต่อรองกันระหว่างลูกหนี้กับพนักงานเร่งรัดหนี้สินน่าจะออกไปทางปะทะคารมมากกว่าเพราะหากคุยกันด้วยเหตุผลแล้วลูกหนี้ย่อมเป็นฝ่ายที่ต้องจำนนด้วยเหตุผลอย่างแน่นอน ลูกหนี้จึงต้องหาข้ออ้างต่างๆมาเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายชำระหนี้หรือพยายามยืดเวลาการจ่ายชำระหนี้ออกไปให้มากที่สุดหรืออย่างน้อยที่สุดก็จนกว่าจะมีเงินใช้หนี้
ข้ออ้างต่างๆที่ลูกหนี้พยายามหามาเพื่อถ่วงเวลาการจ่ายชำระหนี้คืน หากมองในมุมมองของเจ้าหนี้(Creditor) แล้วจะไม่มีน้ำหนักพอในการขอยืดเวลาชำระหนี้เพราะการกู้ยืมหนี้สินจะมีสัญญาชัดเจนระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ว่าต้องจ่ายชำระคืนเมื่อใด การที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ย่อมไม่อาจหาข้ออ้างใดๆมาใช้เป็นเหตุผลให้เจ้าหนี้ใจอ่อนได้ ลูกหนี้ที่พยายามแก้ปัญหาหนี้สินด้วยการหาข้ออ้างต่างๆเพื่อให้เจ้าหนี้เห็นใจนั้นไม่ใช่ทางแก้ไขปัญหาหนี้สินที่ถูกต้อง “มีหนี้ก็ต้องใช้หนี้” สิ่งที่คุณควรทำในการแก้ไขปัญหาหนี้สินคือ ลดค่าใช้จ่าย หาทางเพิ่มรายได้แล้วจ่ายชำระหนี้ให้จบ นี่เป็นวิธีที่เข้าใจได้ง่ายๆแต่....ทำได้ยาก.