บัตรเครดิต(Credit Card) มีทั้งประโยชน์และโทษเปรียบเหมือนกับเหรียญที่มี 2 ด้านหรือถ้าจะให้ชัดเจนยิ่งขึ้นอาจกล่าวได้ว่าคนที่มีบัตรเครดิตก็เหมือนมีมีดอยู่ในมือหากรู้จักนำไปใช้และควบคุมการใช้ให้ถูกวิธีก็จะเกิดประโยชน์แต่ถ้านำไปใช้โดยขาดการยั้งคิดก็อาจทำให้เกิดโทษได้ เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าการใช้วงเงินบัตรเครดิตคือการยืมเงินในอนาคตมาใช้ นั่นคือการที่คุณมีเครดิตคุณสามารถยืมเงินจากธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตมาใช้ก่อนแล้วเมื่อถึงกำหนดก็ค่อยจ่ายชำระคืน
การมีบัตรเครดิตและการใช้บัตรเครดิตเป็นเรื่องปกติของคนรุ่นใหม่ ปัจจุบันนี้หากใครไม่มีบัตรเครดิตถือว่าเป็นคนที่เชยไปแล้ว แต่ทันทีที่คุณได้รับอนุมัติบัตรเครดิตจากธนาคารผู้ออกบัตรให้เป็นผู้ถือบัตรเครดิตอันทรงเกียรติ์(Credit Card Holder) ความเสี่ยงได้เกิดขึ้นกับตัวคุณแล้วและสารพัดความเสี่ยงกำลังรอคุณอยู่ในอนาคตอันใกล้นี้ที่จะรอให้คุณเดินเข้าไปหาแล้ววนเวียนอยู่ในกระแสสังคมที่นิยมการสร้างหนี้ที่ชอบมีพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตแบบรูดบัตรไปก่อนแล้วค่อยหาทางผ่อนทีหลัง
ความเสี่ยงที่เกิดจากการใช้บัตรเครดิต(Credit Card Risk) ทันทีที่คุณรูดบัตรเครดิตเพื่อจ่ายชำระค่าสินค้า-บริการหรือแม้แต่การถอนเงินสดจากบัตรเครดิต (Cash Advance) ความเสี่ยงได้เกิดขึ้นกับตัวคุณแล้วโดยที่คุณไม่รู้ตัวเพราะการรูดบัตรเครดิตวันนี้ต้องมีการจ่ายชำระคืนเมื่อถึงกำหนดชำระ ดังนั้นช่วงเวลาที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระอาจเกิดเหตุการณ์ที่นอกเหนือความคาดหมายทำให้เงินสำรองที่เตรียมไว้จ่ายชำระบัตรเครดิตต้องถูกใช้ไปก่อนทำให้ต้องเผชิญปัญหาทางการเงินที่ไม่อาจควบคุมได้
ความเสี่ยงจากการใช้บัตรเครดิตจะเพิ่มมากขึ้นอีกหากผู้ถือบัตรเครดิตมีความคิดที่เป็น “นักสร้างหนี้” โดยการใช้บัตรเครดิตใบเดิมที่มีอยู่ไปสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Cash) เพื่อเอาเงินมาโปะหนี้ก้อนแรกหรือทำในลักษณะเดียวกันโดยใช้เครดิตจากบัตรเครดิตใบแรกไปสมัครบัตรเครดิตในที่สองและสาม... เพื่อหมุนเวียนเงินมาชำระหนี้บัตรใบก่อนหน้านี้โดยที่ฐานเงินเดือน(รายได้)ของผู้ถือบัตรยังเท่าเดิมหรืออาจจะเพิ่มขึ้นนิดหน่อยในแต่ละปี แต่หากเทียบกับหนี้สินที่เพิ่มขึ้นแล้วไม่ได้สัดส่วนที่เหมาะสม เมื่อรายได้เท่าเดิมแต่หนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากพฤติกรรมนักสร้างหนี้จะทำให้ความสามารถในการชำระหนี้ลดลงจนไม่สามารถจ่ายชำระหนี้ได้และกลายเป็นหนี้เสียในที่สุด
ปัญหาหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt) เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม เป็นที่น่าเสียดายที่ปัญหาหนี้บัตรเครดิตทำให้คนเก่งๆที่มีความรู้ความสามารถต้องหนีออกจากระบบไปอยู่นอกระบบ (กลัวการติดตามหนี้) เพราะมีปัญหาหนี้บัตรเครดิต ด้วยความผิดพลาดในเรื่องการใช้บัตรเครดิตทำให้ต้องอยู่ในสภาพที่ต้องคอยหลบหนี้ซึ่งต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าจะหมดอายุความก็เสียเวลาไปไม่ใช่น้อย เสียดายเวลา ความรู้ความสามารถที่ต้องพลาดโอกาสดีๆในชีวิตเพียงเพราะเป็นหนี้บัตรเครดิต ดังนั้นคนที่มีบัตรเครดิตควรหาทางสร้างเกราะป้องกันหนี้บัตรเครดิตให้กับตัวเองและคนรอบข้างเพื่อป้องกันปัญหาหนี้บัตรเครดิตที่จะส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม
การสร้างเกราะป้องกันหนี้บัตรเครดิต ทำได้โดยการใช้บัตรเครดิตอย่างรอบคอบ มีสติ นั่นคือต้องมีวินัยในการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต ถ้าไม่มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมตัวเองได้ก็ไม่ควรมีบัตรเครดิตไว้ใช้(ทำเรื่องยกเลิก) เพราะกรณีนี้บัตรเครดิตจะเป็นเหมือนเครื่องมือสร้างหนี้ชนิดติดเทอร์โบที่จะทำร้ายตัวผู้ถือบัตรเอง การฝึกวินัยในการใช้บัตรทำได้โดยการเปลี่ยนจากการใช้บัตรเครดิต(Credit Card) เป็นผู้ถือบัตรเดบิต (Debit Card) เพราะการใช้บัตรเดบิตเป็นการใช้เงินของคุณเองที่มีอยู่จริงในบัญชีคือมีแค่ไหนก็ใช้บัตรเดบิตรูดได้แค่นั้น ไม่มีการติดลบ (ไม่เป็นหนี้) หรือจะใช้อีกวิธีคือ เมื่อรูดบัตรเครดิตไปแล้วให้กันเงินสดมาเก็บไว้เป็นจำนวนเท่ากับยอดที่รูดบัตรเครดิตไป หากวันไหนไม่มีเงินสดมากันไว้ก็ต้องหยุดการใช้บัตรเครดิตทันที หากทำได้ตามนี้รับรองว่าคุณจะไม่เป็นหนี้บัตรเครดิตอย่างแน่นอน ฟังดูง่าย....แต่ทำได้ยาก