08 ตุลาคม 2010

วิธีปฏิบัติต่อเพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่มีปัญหาหนี้สินหรือหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt)

ปัญหาหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt Problem) ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ทุกวันนี้บัตรเครดิตเป็นสิ่งที่มนุษย์เงินเดือนสามารถหามาครอบครองได้อย่างไม่ยากเย็น ผู้ออกบัตรเครดิตทั้งที่เป็นแบงค์และนอนแบงค์(Bank and Non bank) ต่างแข่งขันกันหาลูกค้าบัตรเครดิตรายใหม่กันอย่างดุเดือด เมื่อจำนวนผู้ถือบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วสิ่งที่จะตามมาติดๆก็คือปัญหาหนี้บัตรเครดิต มากบ้างน้อยบ้างและยังแตกต่างกันในเรื่องของระดับความรุนแรงของปัญหา คนที่อยู่รอบๆตัวคุณไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา ลูกค้า ญาติพี่น้อง ฯลฯ ต่างก็มีโอกาสเกิดปัญหาหนี้บัตรเครดิตได้ด้วยกันทั้งสิ้น หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับคุณแล้วคุณจะมีวิธีปฏิบัติอย่างไรกับคนใกล้ตัวคุณที่ประสบปัญหานี้

การปฏิเสธไม่ให้ความช่วยเหลือกับคนใกล้ตัวที่มีปัญหาหนี้บัตรเครดิตเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ดังนั้นวิธีที่ควรปฏิบัติต่อคนที่มีหนี้บัตรฯ(ใกล้ตัว)โดยการให้คำแนะนำที่ถูกต้อง ให้กำลังใจในการหาทางแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิต อย่ากดดัน พูดจาถากถางหรือซ้ำเติมให้เขาเป็นทุกข์มากไปกว่าเดิม อย่าสนับสนุนให้เขาหนีปัญหา(หนีหนี้บัตรเครดิต) ไม่ควรขับไล่ไสส่งให้เขาไปจากชีวิตคุณเพียงเพราะกลัวว่าหากเขาถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจนถูกยึดทรัพย์แล้วเจ้าหนี้บัตรเครดิตจะมายึดทรัพย์ของคุณไปแทน

เริ่มแรกควรแนะนำและให้ความช่วยเหลือแก่เพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่มีปัญหาหนี้บัตรเครดิตโดยการช่วยเขาวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อหาทางแก้ไขให้ตรงจุด แนะนำการประหยัดรายจ่ายและวิธีหารายได้พิเศษที่เหมาะสมกับตัวลูกหนี้ที่ลูกหนี้สามารถทำได้จริงเพื่อหาเงินไปชำระหนี้บัตรเครดิตที่ค้างชำระอยู่ แต่หากเขาเอ่ยปากขอหยิบยืมเงินจากคุณเพื่อไปชำระหนี้บัตรให้คุณอธิบายด้วยเหตุผลและให้ความช่วยเหลือเขาเฉพาะในเรื่องปัจจัยสี่เท่านั้นส่วนเรื่องการแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตเขาต้องแก้ปัญหาด้วยตนเอง

ถ้ามีโทรศัพท์จากเจ้าหนี้บัตรเครดิตโทรมาตามหนี้กับคนใกล้ตัวแล้วคุณเป็นคนรับสายให้พูดอย่างหนักแน่นกับเจ้าหนี้ว่าเขาไม่มีสิทธิ์ในการเอาข้อมูลของลูกหนี้มาเปิดเผยต่อบุคคลอื่นและคุณก็ไม่ใช่คู่กรณี(ลูกหนี้)ของเขาจึงไม่ต้องการทราบข้อมูลหนี้บัตรเครดิตของคนอื่น ในลักษณะเดียวกันหากมีเอกสารหรือจดหมายทวงหนี้จากเจ้าหนี้ส่งมาหาคนใกล้ตัวคุณให้เก็บรวบรวมเอกสารดังกล่าว(อย่าซ่อนหรือทำลาย)แล้วส่งต่อให้กับตัวลูกหนี้โดยตรงให้เขาเป็นคนพิจารณาเองว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป

ในช่วงที่คนใกล้ตัวคุณกำลังประสบปัญหาหนี้สิน(Debt Problem) จะเป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตก็ว่าได้(ฝันร้าย) ดังนั้นเขาจะเครียดและอาจขาดสติในการตัดสินใจหาทางแก้ไขปัญหา ระหว่างคุณกับเขาอาจมีการขัดแย้งจนมีปากเสียงหรือทะเลาะกัน ไม่ว่าจะยังไงก็ตามคุณไม่ควรหยิบยกเรื่องปัญหาหนี้บัตรเครดิตของเขามาพูดเพราะจะทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายมากขึ้น สิ่งที่คุณทำได้และเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งสำหรับเขาในตอนนี้คือการยืนยันความมีคุณค่าในตัวเขา ให้กำลังใจและคำแนะนำดีๆเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินต่อไป

ถึงแม้คุณจะมีเงินมากพอที่จะช่วยจ่ายชำระหนี้เพื่อกลบหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดให้เขา นั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น หากคุณทำเช่นนั้นปัญหาหนี้บัตรเครดิตหมดไปก็จริงแต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าประวัติศาสตร์จะไม่กลับมาซ้ำรอยเดิมกับคนใกล้ตัวที่คุณให้ความช่วยเหลือจนปัญหาหนี้บัตรจบลงอย่างง่ายดายแล้วเขาจะตระหนักหรือมองเห็นคุณค่าของการแก้ปัญหาหรือไม่ แต่ถ้าคุณคอยอยู่ข้างๆให้คำแนะนำให้เขาวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหา แนะนำวิธีประหยัดรายจ่าย แนะนำงานพิเศษเพื่อเพิ่มรายได้ ฯลฯ จนกระทั่งสามารถหาวิธีแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt Solution)ให้จบสิ้นได้ด้วยตัวของเขาเอง แบบไหนน่าจะดีกว่ากัน คำโบราณว่าไว้ “เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้” ปัญหาเกิดจากใครก็ต้องให้คนๆนั้นเป็นคนแก้ไขเอง นี่สิจึงจะเป็นวิธีแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตที่มีคุณค่าและถูกต้องอย่างแท้จริง ประวัติศาสตร์ก็จะไม่ซ้ำรอย.....คุณว่าไหม