23 กรกฎาคม 2010

การแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt Solution) ในระยะเริ่มต้น

ปัญหาหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt) หรือปัญหาหนี้สินต่างๆจะมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกันไป เริ่มจากระดับความรุนแรงในระยะเริ่มต้นแล้วดีกรีความรุนแรงของปัญหาหนี้บัตรเครดิตจะค่อยๆเพิ่มมากขึ้นจนถึงจุดสุดท้ายของปัญหานั่นคือการถูกบังคับคดีจากเจ้าหนี้บัตรเครดิต

ในช่วงเริ่มต้นของปัญหาหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt) สังเกตได้จากการที่ผู้ถือบัตรเปลี่ยนพฤติกรรมการจ่ายชำระหนี้บัตรเครดิต (Credit Card Payment) เมื่อถึงกำหนดชำระหนี้จากการจ่ายชำระเต็มจำนวน(100%) ของยอดหนี้บัตรเครดิตกลายเป็นต้องมาจ่ายชำระหนี้บัตรเพียงยอดขั้นต่ำ(10%) และจะทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆทุกๆเดือนติดต่อกันเป็นเวลา ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป นั่นคือสัญญาณอันตรายหรือตัวบอกเหตุของหนี้บัตรเครดิตว่าได้เริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว

ลูกหนี้บัตรเครดิตหรือผู้ถือบัตร (Credit Card Holder) ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นของปัญหาหนี้บัตรเครดิตนั้น ส่วนมากจะไม่ค่อยตระหนักว่าตนเองเริ่มมีปัญหาในการจ่ายชำระคืนหนี้บัตรเครดิตแล้ว ผู้ถือบัตรเครดิตที่มีพฤติกรรมการจ่ายชำระบัตรเครดิตเช่นนี้ ควรหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหาไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้

สิ่งแรกที่ผู้ถือบัตรเครดิตควรทำ หากคิดจะแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิตคือ หยุดการใช้จ่าย(สร้างหนี้)ผ่านบัตรเครดิตโดยทันทีจนกว่าปัญหาหนี้บัตรเครดิตจะได้รับการแก้ไขจนลุล่วงไปด้วยดี แต่ก็มีข้อยกเว้นเฉพาะในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนจริงๆเท่านั้นเช่น ใช้บัตรเครดิตจ่ายชำระค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น

ต่อมาให้ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างละเอียดยิบโดยคำนวณดอกเบี้ยบัตรเครดิตรวมลงไปในค่าใช้จ่ายประจำเดือนด้วยโดยพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต(Credit Card Interest Rate) ที่ผู้ถือบัตรถูกคิดจากธนาคารผู้ออกบัตรว่ามีความเหมาะสม สูง ต่ำเกินไปหรือไม่และพยายามหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตจากธนาคารหรือสถาบันผู้ออกบัตรเครดิตรายอื่นๆ หากเป็นไปได้ให้พยายามโอนหนี้บัตรเครดิตไปยังธนาคารหรือสถาบันที่เสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า

จากบัญชีรายรับรายจ่ายที่ทำอย่างละเอียด ลองพิจารณาดูว่าจะสามารถตัดค่าใช้จ่ายอะไรออกไปได้บ้าง พยายามหาทางลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุด แล้วทำบัญชีประมาณการล่วงหน้าว่า หนี้บัตรเครดิตที่ยังค้างชำระอยู่นั้น ผู้ถือบัตรเครดิตจะสามารถจ่ายชำระคืนได้ครบถ้วนในระยะเวลากี่เดือน กี่ปี เพื่อเตือนตัวผู้ถือบัตรเองว่า ในระยะเวลานี้ท่านต้องรักษาวินัยการใช้จ่ายเงินของผู้ถือบัตรเองอย่างเคร่งครัดหากต้องการจะแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตให้หมดไป

ที่สำคัญ  หากมีใครแนะนำให้สมัครบัตรเครดิตจากธนาคารผู้ออกบัตรรายใหม่เพื่อหมุนเงินมาใช้จ่ายชำระหนี้บัตรเครดิตใบเก่านั้น อย่าได้หลงเชื่อทำตามโดยเด็ดขาดเพราะการหมุนเวียนเงินจากบัตรเครดิตใบใหม่มาจ่ายชำระคืนหนี้บัตรเครดิตใบเก่านั้น ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาหนี้บัตรเครดิตแต่อย่างใด กลับทำให้ปัญหาหนี้บัตรเครดิต(Credit Card Debt) เพิ่มขึ้นเพราะยอดหนี้โดยรวมมักจะเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม