ความเครียดและความทุกข์จากการเป็นหนี้ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้เงินกู้ ฯลฯ อาจทำให้ตัวลูกหนี้เองขาดสติและเกิดความท้อแท้จนหมดกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป ถึงแม้ตัวลูกหนี้ยังมีรายได้จากงานประจำอยู่แต่ด้วยหนี้สินที่รุมเร้าเข้ามาและดอกเบี้ยที่พอกพูนขึ้นเรื่อยๆทำให้ลูกหนี้ขาดสภาพคล่อง อึดอัดจนหายใจไม่ออก สุดท้ายก็เครียดจนเสียการเสียงานพาลถูกเจ้านายไล่ออกหรือด่วนตัดสินใจลาออกเองเพราะทนแรงกดดันไม่ไหวแล้วคิดหนีหนี้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่
หากลูกหนี้คนใดกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ขอให้ตั้งสติคิดให้รอบคอบถึงผลกระทบจากการหนีหนี้ยิ่งถ้าเป็นลูกหนี้ที่มีครอบครัวด้วยแล้วยิ่งต้องคิดให้รอบคอบมากขึ้นเป็นหลายเท่าตัว หากดูผิวเผินแล้วการหนีหนี้ดูเหมือนเป็นทางเลือกหนึ่งของการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ลองพิจารณาดูดีๆว่าการหนีหนี้จะทำให้ปัญหาหนี้สินหมดไปหรือจะเป็นการสร้างปัญหามากขึ้น
การหนีหนี้ จะทำให้ลูกหนี้และครอบครัวต้องย้ายบ้านที่อยู่อาศัย จึงต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานที่และสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ลูกหนี้จะพบกับความไม่เคยชินและความไม่สะดวกหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการขาดความคุ้นเคยกับบุคคลและสถานที่ ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของลูกหนี้และคนในครอบครัว อีกทั้งเรื่องการปรับตัวการใช้ชีวิตและการหารายได้
การทำงานเลี้ยงตัวของลูกหนี้ที่หลบหนี้ คงไม่มีความสะดวกเพราะจะทำงานกับบริษัทที่เข้าระบบไม่ได้อาจถูกเจ้าหนี้ตามเจอได้ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อเพื่อนฝูง การให้ที่อยู่หรือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์ก็ต้องคิดหน้าคิดหลังหลายๆตลบ แม้แต่การจะซื้อรถกระบะมือสองไว้ใช้ค้าขายสักคันก็ไม่อาจใช้ชื่อของลูกหนี้ได้เพราะต้องคอยระวังว่าเจ้าหนี้อาจตามสืบมาเจอได้
ลูกหนี้ที่แก้ปัญหาหนี้สินด้วยการหนีหนี้ยังต้องพบกับปัญหาการถูกโดดเดี่ยวแยกออกจากสังคมเพื่อนฝูงที่เคยคบหาและยังสูญเสียโอกาสในการทำงานที่ถนัด ลูกหนี้ที่เคยทำงานในบริษัทที่มั่นคงใหญ่โตแต่พอตัดสินใจหนีหนี้จึงต้องหันมาทำงานที่ไม่ได้เข้าระบบเช่น ค้าขายส่วนตัวซึ่งมีความเสี่ยงในเรื่องต่างๆเช่น ไม่มีความถนัดในงานใหม่ (ค้าขาย) รายได้ในช่วงเริ่มต้นอาจจะขาดทุนหรือน้อยกว่ารายได้ที่เคยทำงานประจำ
ประการสุดท้ายที่สำคัญมากคือ ลูกหนี้ที่หนีหนี้จะเสียโอกาสในการต่อสู้กับปัญหา(เจ้าหนี้) นั่นหมายความว่า ลูกหนี้ได้ปิดประตูยอมรับความพ่ายแพ้ไปเลยและต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆอีก 10 ปีจนกว่าอายุความจะหมด กว่าจะถึงวันนั้นตัวลูกหนี้เองจะอายุเท่าไหร่แล้วจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไร ลูกหนี้ที่คิดจะเลือกการหนีหนี้ต้องคิดให้รอบคอบถึงเหตุการณ์ในอนาคตตลอดจนผลกระทบทั้งกับตัวลูกหนี้เองและคนในครอบครัว ยังไงก็ขอให้เก็บทางเลือกนี้ไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายก็แล้วกัน.
หากลูกหนี้คนใดกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ขอให้ตั้งสติคิดให้รอบคอบถึงผลกระทบจากการหนีหนี้ยิ่งถ้าเป็นลูกหนี้ที่มีครอบครัวด้วยแล้วยิ่งต้องคิดให้รอบคอบมากขึ้นเป็นหลายเท่าตัว หากดูผิวเผินแล้วการหนีหนี้ดูเหมือนเป็นทางเลือกหนึ่งของการแก้ไขปัญหาหนี้สิน ลองพิจารณาดูดีๆว่าการหนีหนี้จะทำให้ปัญหาหนี้สินหมดไปหรือจะเป็นการสร้างปัญหามากขึ้น
การหนีหนี้ จะทำให้ลูกหนี้และครอบครัวต้องย้ายบ้านที่อยู่อาศัย จึงต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับสถานที่และสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ลูกหนี้จะพบกับความไม่เคยชินและความไม่สะดวกหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการขาดความคุ้นเคยกับบุคคลและสถานที่ ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของลูกหนี้และคนในครอบครัว อีกทั้งเรื่องการปรับตัวการใช้ชีวิตและการหารายได้
การทำงานเลี้ยงตัวของลูกหนี้ที่หลบหนี้ คงไม่มีความสะดวกเพราะจะทำงานกับบริษัทที่เข้าระบบไม่ได้อาจถูกเจ้าหนี้ตามเจอได้ ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อเพื่อนฝูง การให้ที่อยู่หรือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์ก็ต้องคิดหน้าคิดหลังหลายๆตลบ แม้แต่การจะซื้อรถกระบะมือสองไว้ใช้ค้าขายสักคันก็ไม่อาจใช้ชื่อของลูกหนี้ได้เพราะต้องคอยระวังว่าเจ้าหนี้อาจตามสืบมาเจอได้
ลูกหนี้ที่แก้ปัญหาหนี้สินด้วยการหนีหนี้ยังต้องพบกับปัญหาการถูกโดดเดี่ยวแยกออกจากสังคมเพื่อนฝูงที่เคยคบหาและยังสูญเสียโอกาสในการทำงานที่ถนัด ลูกหนี้ที่เคยทำงานในบริษัทที่มั่นคงใหญ่โตแต่พอตัดสินใจหนีหนี้จึงต้องหันมาทำงานที่ไม่ได้เข้าระบบเช่น ค้าขายส่วนตัวซึ่งมีความเสี่ยงในเรื่องต่างๆเช่น ไม่มีความถนัดในงานใหม่ (ค้าขาย) รายได้ในช่วงเริ่มต้นอาจจะขาดทุนหรือน้อยกว่ารายได้ที่เคยทำงานประจำ
ประการสุดท้ายที่สำคัญมากคือ ลูกหนี้ที่หนีหนี้จะเสียโอกาสในการต่อสู้กับปัญหา(เจ้าหนี้) นั่นหมายความว่า ลูกหนี้ได้ปิดประตูยอมรับความพ่ายแพ้ไปเลยและต้องอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆอีก 10 ปีจนกว่าอายุความจะหมด กว่าจะถึงวันนั้นตัวลูกหนี้เองจะอายุเท่าไหร่แล้วจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างไร ลูกหนี้ที่คิดจะเลือกการหนีหนี้ต้องคิดให้รอบคอบถึงเหตุการณ์ในอนาคตตลอดจนผลกระทบทั้งกับตัวลูกหนี้เองและคนในครอบครัว ยังไงก็ขอให้เก็บทางเลือกนี้ไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายก็แล้วกัน.