ลูกหนี้ที่ถูกบังคับคดีเป็นขั้นตอนต่อจากที่เจ้าหนี้ฟ้องร้องต่อศาลแล้วศาลพิพากษาให้เจ้าหนี้เป็นฝ่ายชนะคดี ลูกหนี้เป็นฝ่ายแพ้คดีและเจ้าหนี้จึงต้องทำการบังคับคดีซึ่งทำได้สองลักษณะคือ การขออายัดเงินเดือนลูกหนี้หรือยึดทรัพย์ของลูกหนี้มาทำการขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้
เจ้าหนี้มีสิทธิ์ร้องขอให้พนักงานบังคับคดีสืบทรัพย์ของลูกหนี้เป็นการค้นหาว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินอะไรบ้างที่ฝ่ายเจ้าหนี้สามารถอายัดเพื่อนำออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมาชำระหนี้คืนให้แก่เจ้าหนี้ หากเจ้าหนี้สืบทรัพย์แล้วยึดทรัพย์มาขายทอดตลาดแล้วยังไม่พอชำระหนี้ก็สามารถใช้คำสั่งศาลขออายัดเงินเดือนของลูกหนี้เพื่อนำมาชำระหนี้ส่วนที่ยังเหลืออยู่ การอายัดเงินเดือนนั้นรวมถึงโบนัสหรือค่าตอบแทนต่างๆที่ลูกหนี้พึงได้จากนายจ้างอีกด้วย
แต่ทั้งนี้การบังคับคดีโดยการยึดทรัพย์นั้นไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่คิดจะทำก็ทำได้ง่ายๆ หากคุณตกอยู่ในฐานะลูกหนี้ที่กำลังจะถูกยึดทรัพย์ก็อย่าด่วนตีตนไปก่อนไข้เพราะความหมายถึงการยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดมาชำระหนี้แก่เจ้าหนี้นั้นกฎหมายยังเปิดช่องให้แก่ลูกหนี้ได้พอมีทรัพย์สินไว้เหลือเพื่อหาเลี้ยงชีพได้ต่อไป หากมีทรัพย์สินใดที่จำเป็นต่อการดำรงชีพและหาเลี้ยงชีพของลูกหนี้เจ้าหนี้ก็ไม่สามารถบังคับขายทอดตลาดได้ แต่ทรัพย์สินที่เป็นส่วนเกินหรือความฟุ่มเฟือยของชีวิตนั้นเจ้าหนี้มีสิทธิ์บังคับขายทอดตลาดเพื่อนำมาชำระหนี้ได้
ส่วนการบังคับคดีโดยการอายัดเงินเดือนของลูกหนี้นั้น กฎหมายก็ยังเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ได้เหลือเงินไว้เลี้ยงตนเองและครอบครัวโดยกฎหมายให้เจ้าหนี้ทุกรายรวมกันสามารถบังคับคดีโดยการอายัดเงินเดือนของลูกหนี้ได้เพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นหากมีเจ้าหนี้มากกว่าหนึ่งรายเจ้าหนี้ก็ต้องตกลงกันเองว่าจะแบ่งส่วนที่อายัดไว้ 30 เปอร์เซ็นต์กันยังไง ใครได้ก่อนได้หลังหรือจะแบ่งสัดส่วนกันอย่างไรเป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้ต้องไปตกลงกันเอาเอง แต่ทั้งนี้หากเงินเดือนของลูกหนี้ไม่ถึง 10,000 บาท เจ้าหนี้ก็หมดสิทธิ์อายัดเงินเดือนของลูกหนี้ ส่วนเงินโบนัสเจ้าหนี้สามารถอายัดได้สูงสูดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ การอายัดเงินเดือนจากเจ้าหนี้หากเจ้าหนี้อายัดเกินยอดหนี้ลูกหนี้สามารถขอยื่นคัดค้านได้โดยนำหลักฐานไปแสดงที่กองอายัด กรมบังคับคดีเพื่อให้การอายัดเงินเดือนเป็นไปอย่างถูกต้อง
การบังคับคดีไม่ว่าจะเป็นการยึดทรัพย์ของลูกหนี้เพื่อนำออกขายทอดตลาดหรืออายัดเงินเดือนล้วนมีข้อปลีกย่อยหรือเงื่อนไขต่างๆที่ทำได้ยากในทางปฏิบัติ กว่าเจ้าหนี้จะตามสืบทรัพย์จนแน่ใจว่าเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้จริงหรือสืบหาว่าลูกหนี้แต่ละรายทำงานอยู่ที่ใดก็ใช้เวลานานพอดูบางทีอาจใช้เวลาตั้งแต่ 6 เดือนถึงเป็นปีก็ได้ ดังนั้นหากลูกหนี้สามารถหาเงินได้สักก้อนหนึ่งในช่วงเวลาที่เจ้าหนี้กำลังตามหาข้อมูลของลูกหนี้อยู่นั้น ลูกหนี้สามารถขอต่อรองกับเจ้าหนี้เพื่อขอจ่ายครั้งเดียวแล้วปิดบัญชีหนี้สินกันไปเลยก็ได้ ทางฝ่ายเจ้าหนี้ก็ได้เงินก้อนไปจำนวนหนึ่งไม่ต้องเสียเวลากับการเก็บเบี้ยหัวแตกจากการยึดเงินเดือนและความยุ่งยากจากการสืบทรัพย์ ส่วนลูกหนี้ก็ลดความเสี่ยงที่จะถูกเจ้านายไล่ออกจากงานเนื่องจากปัญหาหนี้สิน ก็ถือว่าพบกันครึ่งทางต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ร่วมกันน่าจะดีกว่า